ผมคิดว่าการจำแนกเนื้อพระผงสุพรรณน่าจะมาจากอย่างน้อย 3 ปัจจัยพื้นฐาน คือ มวลสาร การผสม และการอบให้เนื้อพระคงทน


หลังจากผมพยายามศึกษาและทำความเข้าใจพระผงสุพรรณ ที่เป็นพระเบญจภาคีที่หายากมาก จนมีคำกล่าวในปัจจุบัน ว่า

 “ใครมีบารมีไม่พอ ยากนักที่จะได้ครอบครอง”

ดังนั้น ผมจึงตั้งจิตอธิษฐาน ทำบุญทำทาน แผ่เมตตาและส่วนกุศล

ไม่นาน ผมก็ได้ผงสุพรรณมาอยู่ในครอบครอง สิบกว่าองค์ ที่แบ่งไปก็มีบ้าง

เมื่อมีจำนวนประมาณนี้

ทำให้ผมเริ่มคิดแบ่งประเภทของพระผงสุพรรณตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ผมคุ้นเคย

ข้อมูลเท่าที่ผมมี และจากการสืบค้นข้อมูลตำนานการสร้างพระผงสุพรรณ และสังเกตจากลักษณะของพระผงสุพรรณที่มีอยู่

ทำให้ผมคิดว่าการจำแนกเนื้อพระผงสุพรรณน่าจะมาจากอย่างน้อย ๒ ปัจจัยพื้นฐาน คือ


1. ชนิดของดินเหนียวที่ทำให้เกิดสีผิวเมื่อผสมกับน้ำว่าน

ที่จำแนกง่ายๆด้วยสีของดิน ที่มี

  • แดง
  • เหลืองอมแดง
  • ขาวอมเหลือง
  • เขียว และ
  • ดำ

ที่มีการจำแนกโดยวงการพระเครื่องมานาน อย่างเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป

ลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าแหล่งดินที่นำมาสร้างพระผงสุพรรณน่าจะมาจากหลายแหล่งอย่างแน่นอน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลใดนั้นก็ยากที่จะเดา ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับ “ดินมงคล” ของเมืองต่างๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองอู่ทอง หรือสังฆมณฑลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็เป็นได้


2. สัดส่วนของมวลสาร

ในระหว่างการผสมมวลสารในแต่ละครั้ง และคุณภาพภายในของมวลสารเองก็น่าจะมีส่วนด้วย

ทำให้ผลที่ออกมาของพระผงสุพรรณว่าเนื้อแก่ไปทางใด เช่น

  • แก่ดิน (เห็นเนื้อดินชัดเจน)
  • แก่ผงเกสร (มีความนุ่มยุ่ยของเนื้อ) หรือ
  • แก่ว่าน (มีน้ำว่านออกมาเคลือบผิวพระ)

 

 

พระผงสุพรรณเนื้อแก่ว่าน (ผิวมีน้ำว่านเคลือบหนา)

พระผงสุพรรณแก่ผงเกสร