พืชนี้มีไนโตรเจนสูง ใบใช้เลี้ยงสัตว์ได้ อย่างนี้ราก ใบ ดอกลำต้น ก็ใช้ทำแปลงผักได้

เวลามีนักศึกษามาอยู่ด้วยมักจะพาเข้าหมู่บ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ฝึกวิทยายุทธการเข้าสังคม การรู้จักพาตัวเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้า รู้จักความรู้ที่ตัวเองสั่งสมไว้ใช้ทำงาน

บางครั้งก็ให้ไปพักค้างคืน บางครั้งก็พาไปแล้วพากลับในวันเดียวกัน  รู้จักเด็กมากขึ้นจากการพาไปใช้ชีวิตนี่แหละ เด็กก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น

มีเด็กรุ่นหนึ่งที่ตกลงก่อนเข้าหมู่บ้านว่าจะพักค้างคืน ไปถึงขอเปลี่ยนคำมั่น แต่ไม่สำเร็จ  ครั้งแรกผ่านไป ไม่ผิดหวังเมื่อเด็กมาขอเข้าไปซ้ำอีกจนกระทั่งถึงเวลาคืนกลับสถาบัน  ไม่ให้ก็ต่อรองจนได้ไป  

ก่อนกลับเขาสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนว่า หมู่บ้านทำให้พวกเขารู้จักความสามารถ ความคิดของตัวเองมากขึ้น เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคิดต่อการทำงานในระดับหมู่บ้าน  บางคนสนุกกับการได้ลงไปทำงานจนบอกว่า น่าจะได้เรียนอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว

เข้าไปหมู่บ้านก็มักสังเกตสิ่งที่เปลี่ยนไป ครั้งล่าสุดเห็นไม้แปลกถิ่นต้นหนึ่ง หน้าแล้งไม่เคยมี แต่กลับมีตอนหน้าฝน แปลกกว่าที่พึงเป็น

ไมยราบยักษ์

ไม้นี้ทนแล้ง เป็นพืชตระกูลถั่ว โตเร็ว รากแทงลึกได้ถึง 2 เมตร ยึดดินไม่ให้พังทลาย อยู่ริมตลิ่งช่วยป้องกันฝั่งพังได้

แพร่พันธุ์ด้วยเมล็ดเหมือนพืชตระกูลถั่วอื่นๆ  มีดอกสีชมพูสวยล่อผึ้งได้

ต้นยืดตัวสูงได้เท่าบ้านชั้นเดียว เนื้อไม้แข็งพอให้ใช้ทำรั้ว ทำค้างพืช ขนาดใหญ่พอทำเป็นฟืนหรือถ่านอัดแท่ง นำไปอัดเป็นพาร์ติเคิลบอร์ดได้ โตแล้วราญยากเพราะมีหนามแข็ง

ผู้ใหญ่บ้านที่นี่อยากเสริมอาชีพชาวบ้านและกำลังพัฒนาพื้นที่ สงสัยเจ้านี่ข้ามถิ่นมากับดินถมถนน เมล็ดมันอยู่ในดินได้นานเป็น 10 ปี

ที่ดินที่ไปเห็นมันงอกขึ้นมาเป็นที่นากุ้งร้าง คราวนี้กลายเป็นธรรมชาติส่งปุ๋ยธรรมชาติมาให้ทำต่อ

เป็นพืชตระกูลถั่วก็แปลว่า มีไนโตรเจนในตัวเยอะ แค่ราญต้นไปเรื่อยๆทุก 10-20 วัน ไม่ถึงปี ดินที่นี่ก็จะดีขึ้น ให้ปลูกพืชอาหารได้

ต้น-ใบที่ราญทิ้ง ยังนำมาแปรเปลี่ยนเป็นวัสดุปลูกพืชได้ เป็นวัสดุปลูกเห็ดจะดี ด้วยเห็ดชอบวัสดุปลูกที่มีไโตรเจนสูงมากๆ ปลูกพืชอาหารอื่นก็ได้

แค่บดตากแห้งก็จะได้มา ไม่มั่นใจก็หาอาหารเสริมของเห็ดมาเติมใส่ เช่น แป้งสาลี อาหารเสริมสำเร็จรูป   หรือจะหาจุลินทรีย์มาเติมเพื่อให้ช่วยย่อยก็ได้