เล่าต่อจากบันทึกที่แล้ว เรื่องการซ้อมดับเพลิงหนีไฟ ... กรณีไฟไหม้รถยนต์ต้องทำอย่างไรบ้าง

ถ้ารถไฟไหม้จะทำอย่างไรดี???

ให้สังเกตุดังต่อไปนี้

 1. ถ้ามีควันขึ้น ให้รีบจอดรถข้างทาง
 2. ถ้ามีไฟลุกขึ้นแล้ว  จอดได้ก็ให้รีบจอด

 3. ถ้ามีไฟลุกขึ้นแล้ว (ลุกทั้งคัน  บึ๊บ!!!) ต้องรีบจอดทันที

ถ้าเจอปัญหา เครื่องดับ  แสดงว่ากลไกในรถก็ต้องดับด้วย  ต้องรีบจอดทันทีเช่นกัน  เพราะจะเจอพวงมาลัยแข็ง   ดังนั้นการจอดจะต้องใช้  "สติ"

ต้องรีบบอกทุกคนในรถ เช่น ไม่ต้องตกใจนะ ฉันมีวิธีทีจะออกจากรถ ฉันผ่านการอบรมมาแล้ว (บอกคนอื่นแล้ว อย่าลืมตัวเองด้วย ว่าไม่ต้องตื่นเต้นด้วยนะคะ...)

วิธีการออกจากรถ

      1. เหยียบเบรคแรงๆ  แล้วจอดให้ได้
      2. บิดกุญแจดับเครื่อง  ดึงกุญแจออก (เพื่อตัดกลไกการทำงานของเครื่องยนต์)

      3. ดึงฝากระโปรงรถไห้ดังแกร๊ก
          เวลาเกิดไฟไหม้  เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึง จะมีอุปกรณ์เป็นไม้ยาวๆ เอาไว้เขี่ยให้ฝากระโปรงรถเปิดเพื่อเอาท่อฉีดเข้าไปในฝากระโปรงดับไฟได้รวดเร็วขึ้น แต่ส่วนใหญ่คนจะลืมเปิดฝากระโปรงรถไว้ ไฟที่ไหมจะไหม้จากเครื่องยนต์ ลุกลามเข้าไปในตัวรถได้เร็ว แต่ถ้าเปิดฝากระโปรงไว้ จะเสียหายน้อยลง เพราะสามารถดับไฟได้ทันก่อนที่ไฟจะลุกลามไปในห้องโดยสาร
 
      4. หนี... เอาชีวิตรอดจากจุดเกิดเหตุ
          ***  จำไว้ว่า ไฟไหม้ หากขาดออกซิเจน  3 วินาที จะเสียชีวิตทันที

ถ้าไฟไหม้(ด้านหน้า)  ให้ออกด้านหลัง   แต่ถ้าเป็นรถเก๋ง  มี 5 ประตู ออกด้านหลังได้ 
ถ้าไม่มีประตูหลัง ต้องทุบกระจกหลังออก

***วิธีทุบกระจก  ให้ใช้กุญแจรถ ตรงส่วนที่เป็นเหล็ก กรีดที่ฟิล์มเป็นกากบาท(ลากเส้นทะแยงมุม) 

การจับกุญแจเพื่อทุบกระจกรถก็จับเหมือนจับสนับมือ แล้วทุบไปตรงกลางกากบาท(จุดตรงกลางที่เส้นสองเส้นตัดกัน) 


        5.  โทรแจ้ง 1193  (ตำรวจทางหลวง)

 

วันนี้ บันทึกได้แค่นี้ก่อนนะคะ...บันทึกต่อไปจะมาแนะนำ อุปกรณ์ที่เราควรพกติดตัวเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน มีอะไรบ้างค่ะ

ChAdAiNg....

May 17, 2012.....