หนูรักแม่กับน้องมาก ถึงแม่ไม่รักหนูก็ไม่เป็นไร

      หลายครั้งที่ฉันเคยได้เห็น ได้ยินจากสื่อต่างๆ ที่ปรากฏเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่ถูกทารุณกรรม ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และหลายๆข่าวที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็ก แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ สิ่งที่ทำได้คือรู้สึกสงสาร เห็นใจ และหดหู่กับสังคมอันเลวร้าย จากนั้นก็อาจจะติดตามข่าวอยู่สักพัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวเหล่านั้นก็ค่อยๆเลื่อนหายไปจากใจ


       แต่แล้ววันหนึ่ง วันที่ฉันรู้สึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเรียนเพียงอย่างเดียว ไปค้นหาโอกาสที่จะทำให้ชีวิตได้ลองทำสิ่งใหม่ๆบ้าง ในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อฉันได้ร่วมงานกับมูลนิธิช่วยเหลือเด็กมูลนิธิหนึ่ง เป็นมูลนิธิที่ช่วยเหลือเด็กที่ถูกทารุณกรรม และถูกลวงละเมิดทางเพศจากบุคคลใกล้ชิดเป็นส่วนใหญ่ บ้างรอโอกาสในการกลับสู่ครอบครัวของตนเมื่อพร้อม บ้างก็ไม่มีโอกาสที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัวเดิมอีกแล้ว


     ครั้งแรกของการเหยียบเข้าบ้านพักอันเป็นสถานที่ที่มีเด็กน้อยมาอาศัยอยู่รวมกันมากมาย  มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับการได้เห็น ได้สัมผัสเด็กๆเหล่านี้ การได้มองเห็นพวกเขาวิ่งเล่น หัวเราะ การได้ตอบคำถามของเด็กช่างสงสัยมันทำให้ฉันรู้สึกดี(แฮะ!!)  แต่ในขณะที่นั่งมองเด็กน้อยเล่นกันอยู่นั้น ความรู้สึกเศร้าสลดกลับมาแทนที่ คำถามมากมายเกิดขึ้น

ทำไมเด็กน้อยเหล่านี้ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้นะ? .....ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้ทำกับเด็กได้ลงคอ?.....อะไรคือเหตุปัจจัยที่ทำให้เขาต้องทำร้ายเด็ก?.........จะทำยังไงไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น?  ...ทำไม.... อะไร...ยังไง....ฯลฯ คำถามเวียนวนอยู่ในโสตประสาท และหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้(เฮ้อ!!)


    มันคงไม่เป็นเรื่องใหม่อะไรสำหรับเรื่องราวเหล่านี้ที่ฉันก็เคยได้รับจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์ แต่สิ่งที่มันแตกต่างออกไปคือ ฉันได้สัมผัสพวกเขา ฉันได้เห็นชีวิตของเด็กเหล่านี้ ฉันได้เห็นผลกระทบที่มันเกิดกับตัวเด็ก ชีวิตๆหนึ่งต้องพังเพราะความเห็นแก่ตัวของ “ผู้ใหญ่” ที่ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ ขาดจิตสำนึก เป็นมนุษย์ที่มีร่างกายครบสามสิบสอง แต่กลับพิการทางใจ และยิ่งแย่กว่านั้นเมื่อผู้กระทำดังกล่าวคือ “พ่อแม่” คนที่ใกล้ชิด คนที่เด็กไว้ใจ เชื่อใจ และหวังพึ่งพิงมากที่สุด กลับเป็นคนทำร้ายเด็กเสียเอง


     “หนูรักแม่กับน้องมาก ถึงแม่ไม่รักหนูก็ไม่เป็นไร” ประโยคที่เด็กตัวน้อยคนหนึ่งเขียน แม้จะยังเขียนภาษาไทยไม่คล่อง ไวยากรณ์ตกๆหล่นๆ แต่น้องก็พยายามเหลือเกิน คำไหนเขียนไม่ได้ สะกดไม่ถูกก็ถาม ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกห่อเหี่ยวในใจ และเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในลำคอ


     เด็กๆ เหล่านี้รอโอกาสที่จะกลับไปบ้าน ไปหาพ่อแม่ ไปหาบุคคลที่ตัวเองรักมากที่สุดในชีวิต แต่ในเมื่อบ้านของเด็กเหล่านี้มันไม่เป็นไปตามคำนิยามที่เคยได้ยินกันว่า "บ้านคือที่ที่อบอุ่น ปลอดภัย อยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุขเท่าอยู่บ้าน”  แล้วชีวิตและอนาคตของพวกเขาจะดำเนินต่อไปอย่างไรหนอ ฉันคิดว่ายังมีเด็กอีกมากที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันนี้ อย่างน้อยก็ที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันจนชินตาตามข้างทาง หรือสะพานลอย แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ และน่าจะมีเด็กอีกมากที่ "กำลัง" จะตกอยู่ในชะตากรรมเช่นเดียวกันนี้


     อย่างน้อยก็รู้สึกชื้นใจที่มีองค์กรมากมายเข้ามาขับเคลื่อน ทำหน้าที่ดูแล และเป็นที่พึ่งให้กับเด็กๆเหล่านี้ แต่ก็ยังรู้สึกกังวลใจว่าจะมีมาตรการใดที่จะสามารถช่วยเหลือ ป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง  เพราะปัจจุบันถึงแม้จะมีกฏข้อบังคับ หรือการรณรงค์ให้ช่วยกันสอดส่อง ระแวดระวังเพียงใด ก็ยังคงมีเด็กที่ตกเป็น "เหยื่อ" รายใหม่ๆผุดขึ้นมาให้เราได้เห็นอยู่ร่ำไป