ในหนังสือเรียนมีเนื้อหาสาระที่จะสอนตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย พยางค์ ประโยค และรวมกันแล้วเป็นเรื่องราวนั้น คำใด พยางค์ใด และประโยคใด ที่คิดว่า ยากต่อการเข้าใจ ก็ให้ทำลิงค์ไปยังสื่อดิจิตอล ใดๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที หรือ ง่ายต่อที่จะเข้าใจได้โดยเร็ว ตามสมองของเด็กๆ แต่ละคน ที่อาจเรียนได้เร็วช้าต่างกัน

สำนักวิชาการ และมาตรฐานการศึกษา

ศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ใน สพฐ. มีสองหน่วยงานนี้ที่ดูแลรับผิดชอบคุณภาพการศึกษา หน่วยงานหลังเป็นหน่วยงานเสริม มีศึกษานิเทศก์  ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศประมาณ 5000 คน เป็นกำลัง  

ในระยะสั้นจะทำอะไรก็ทำกันไป  แต่ใจต้องอยู่ที่ความหมาย และเป้าหมายของการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้กล่าวแล้วในตอนที่ 1 และสิ่งที่ต้องเริ่มทำและทำกันไปสัก 5-15 ปี เพื่อยกภูเขาหนัก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก็คือ หนังสือเรียนดิจิตอล  ที่มีลักษณะอย่างนี้ 

จะเริ่มกันที่ ป.1 ที่มีแทบเล็ตเป็นทุนอยู่แล้วก็ได้   เช่น  ในหนังสือเรียนมีเนื้อหาสาระที่จะสอนตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย พยางค์  ประโยค และรวมกันแล้วเป็นเรื่องราวนั้น  คำใด พยางค์ใด และประโยคใด  ที่คิดว่า ยากต่อการเข้าใจ ก็ให้ทำลิงค์ไปยังสื่อดิจิตอล  ใดๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที หรือ ง่ายต่อที่จะเข้าใจได้โดยเร็ว ตามสมองของเด็กๆ แต่ละคน ที่อาจเรียนได้เร็วช้าต่างกัน  ซึ่งอาจจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มความสามารถ เช่น เก่ง  กลาง  อ่อน  ไปก่อนก็ได้  สื่อที่ลิงค์  ที่เด็ก ๆ จะคลิ๊กไปได้ทันที มีทั้ง พจนานุกรม  คำอธิบาย  แฟลช (SWF/Shock Wave Flash) วีดิโอ  แอนนิเมชั่น ตัวอย่าง กรณีตัวอย่าง  หรือ อะไรก็ได้ที่จะทำให้เด็กเข้าถึง เข้าใจในทุก ๆ คำ พยางค์ และประโยค   อ่านรอบแรกไม่เข้าใจ  ก็อ่านใหม่จนเข้าใจได้มากที่สุด   ครูจะได้ทำหน้าจัดการเรียนรู้ และอำนวยความสะดวกในการเรียนของเด็ก ๆ ได้จริง ๆ  กับเด็ก ๆ ที่มีความหลากหลายในความสามารถ และหลาย ๆ คน    หากได้หนังสื่อ และสื่อดิจิตอลอย่างนี้  ก็ยังจำเป็นต้องมีครู  เพราะการเรียนรู้ของเด็ก ๆ  ที่หลากหลายความสามารถ และจำนวน มาก ๆ  เพราะทั้งหมดของการจัดการเรียนรู้   ยังมีอีกมาก ที่ครูจะต้องจัดการกับห้องเรียน เช่น ทำแผนการใช้หนังสือ หรือสื่อดิจิตอลให้เหมาะกับความสามารถของเด็ก แต่ละกลุ่มความสามารถ    การจัดการให้เด็ก ๆ ฝึกปฏิบัติ ทำแบบฝึกหัด ครูจัดสอนซ่อมเสริม วัดประเมินผล  ตลอดจนการดูแลพฤติกรรมนักเรียน 

อีกทั้งโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน  จะใช้หนังสือดิจิตอล และสื่อที่เพียงผู้ทำคิดว่าดีนั้น ก็ใช่ว่าจะใช่สำหรับเด็กทุกคน  โดยครูไม่มีจัดการต่อเติม เสริมแต่งให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มความสามารถ และแต่ละคน ตอลดจนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ถูกต้อง

หากทำได้สำนักวิชาการ และ มาตรฐานการศึกษา”   ก็จะเป็นจริง ตามชื่อ  โดยเฉพาะคำว่า  “มาตรฐาน”  ที่เป็นมาตรฐานด้านกระบวนการสอน และปัจจัย  ที่เป็นหนังสือ และสื่อการสอนดิจิตอล  ที่เด็ก ๆ มีโอกาส เข้าถึง  เข้าใจ ทำได้ ตามมาตรฐานตัวชี้วัดของหลักสูตรทุกคนมากขึ้นตามความคิดของผม   

นักเรียนคนใดไม่ผ่านเลื่อนชั้นไม่ได้  ที่เป็นอยู่  ที่มักพบเห็นก็คือ เด็กๆ เรียนไปแล้ว สอบไปแล้ว มีความรู้ตามมาตรฐานหรือไม่อย่างไร สิ้นปีการศึกษาก็ต้องผ่าน หากไม่ผ่านก็มักให้สอบแก้ตัวไปพอเป็นพิธี แล้วก็ผ่าน  ผ่านทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มาตรฐานมากมาย   หากมีหนังสือและสื่อดิจิตอลในทำนองนี้ที่ผมว่า ในอนาคตเด็กทุกคน ไม่จำเป็นต้องจบ พร้อมกัน  ไม่ขยัน ไม่รู้จริง ไปอ่าน ใหม่ เรียนใหม่ สอบใหม่ ครูก็ทำได้ง่ายขึ้น  

ถ้าทำได้อย่างนี้ กล่าวคือ นำเอา มาตรฐาน ตัวชี้วัด มาทำเป็นหนังสือ และสื่อดิจิตอล  ในทุกชั้น ทุกวิชา  เด็ก ๆ จะเรียนก็ง่าย ครูสอนก็ง่าย การบริหารการเรียนรู้ของครูใหญ่ หรือ ผู้อำนวยการก็ง่าย  จะนิเทศก็ง่าย

หากศึกษานิเทศก์ ห้าหกพันคนมาแบ่งกันทำ  งบประมาณมากจากไหนไม่ยาก หากคิดว่านักเรียนสำคัญ   และมีผู้มีอำนาจเห็นด้วยที่จะทำ  จะเริ่มนำใน ป. 1 ไปก่อนก็ยังดี  ถ้า ม.4 ด้วยก็จะยิ่งดี

อาจทำได้โดยนำครู ศึกษานิเทศก์ มาช่วยกันเลือกมาตรฐาน ตัวชี้วัด และสาระที่เด็ก ๆ ทำไม่ค่อยได้ดี ใน ONET มาทำไปก่อนก็ได้    แต่จะทำสื่อดิจิตอลได้  หรือ นำที่มีอยู่แล้วมากมายในเว็บไซต์ หรือที่มีอยู่ใน สพฐ.  เขตพื้นที่ ในมือของครู และศึกษานิเทศก์มาจัดให้เข้าระบบได้ ก็ต้องใช้ผู้ที่มีหน้าโดยตรง คือ ศึกษานิเทศก์ ที่มีเวลาทำได้ ถ้ายังได้กันน้อยคน ก็ค่อย ๆ ให้การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการกันไป ในอนาคตอีก 5-15 ปีข้างหน้า   การปฏิรูปการศึกษา ในส่วนที่เป็นการปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนรู้ ก็จะเป็นจริง