ในระหว่างการอบรมนักศึกษาครูทุนโครงการผลิตและพัฒนาครูสู่ความเป็นเลิศ ในหัวข้อ "ทบทวนตนเองถึงรากเหง้า" ที่ทางคณะฯ ได้เชิญ "คุณแผ่นดิน" มาเป็นวิทยากรหลัก ๓ วันนั้น มีอยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากผมเล่าให้ฟังตามบันทึก "น้ำตาจากหัวใจ ไหลออกได้เพราะจิตตน" ... (กิจกรรม "ทบทวนตนเองถึงรากเหง้า") แล้ว "คุณแผ่นดิน" ได้ใช้วีดิทัศน์จากกิจกรรม "จดหมายจากมหาวิทยาลัยถึงคนไกลที่อยู่ทางบ้าน" ของกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาเปิดและเล่าความเป็นมาให้กับเด็ก ๆ ได้ฟัง และฉายวิีดิทัศน์ให้ชมด้วย

ระหว่างการชมวีดิทัศน์ เด็ก ๆ หลายคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ น้ำตาไหลอีกครั้ง ผมว่าตอนที่สะเทือนความรู้สึกมากที่สุด คือ ตอนที่คุณแม่ของนิสิตที่ชนะเลิศการเขียนจดหมายร้องไห้ และสิ่งที่แม่กล่าวคำแรกว่า อยากฝากบอกอะไรไปถึงลูก

“…ทำไมไม่กลับบ้าน...ทำไมไม่กลับมาช่วยทำนาบ้าง...”

โห ผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

 

หลังจากกิจกรรมนั้นมา ... ก่อน "คุณแผ่นดิน" เดินทางกลับก็ได้นำวีดิทัศน์ชุดนั้นมอบไว้ให้ผม เผื่อผมจะนำไปใช้สอนต่อ โดยมิมีการหวงแต่อย่างใดเลย นี่คือ "คุณแผ่นดิน" ตัวจริง

ซึ่งแน่นอนว่า ผมนำวีดิทัศน์ชุดนี้มานั่งชมคนเดียวอีกรอบหนึ่ง และมันสุดกลั้นน้ำตาจริง ๆ

มีช่วงตอนท้ายที่ทำให้เด็ก ๆ ร้องไห้กันมาก จะมีเพลงหนึ่งดังขึ้นมา ซึ่งเชื่อไหมว่า ผมไม่รู้จัก แต่พยายามเปิด จดเนื้อเพลงเอาไว้ และทำการค้นหาจากอินเทอร์เน็ต

 

เพลงนี้ ชื่ือ "ของขวัญวันแม่" ขับร้องโดย "แดน วรเวช"

 

(http://www.youtube.com/watch?v=inyUcN3uzH8)

 

 

 

เนื้อเพลง "ของขวัญวันแม่"

 

เพิ่งรู้ว่าแม่ก้อเหงา ตอนที่ขอให้เราโทรไป
เพิ่งรู้ว่าแม่น้อยใจ เมื่อเราอายไม่ยอมให้กอดเรา

เพิ่งรู้ว่าเก็บไปคิด ว่าลูกไม่รักเหมือนเก่า
เพิ่งรู้ว่าแม่ก็เศร้า เมื่อเราเถียงเมื่อเราขัดใจ

เพิ่งรู้ว่าแม่คิดถึง เด็กคนนึงที่เคยแต่งตัว
เพิ่งรู้ว่าแม่ก้อกลัว ว่าวันนึงเราต้องห่างไกล

เพิ่งรู้ว่าแต่ละวัน บ้านมันดูเงียบไป
ไม่เหลือเจ้าตัววุ่นวาย ก็ไม่เหลือหัวใจเหมือนกัน

แม่ชอบ บ่น ว่า ซักวัน เหอะ ซักวัน คงทนเราไม่ไหว
แต่เรารู้ดีกว่าใคร ว่าแม่เต็มใจจะรับมัน

ไม่มีมะลิซักกำ ไม่มีคำซึ้งๆใด
มีแต่ความรักล้นใจ ห่อมาให้แทนของขวัญ

อยากได้อ้อมแขน อุ่นๆ แน่นๆ อยู่นานๆ
ขอโทษที่เคยรำคาญ ที่ทำให้แม่เสียใจ

วันนี้ยังยินดีจะกอดลูกมั้ย ไม่อยากก็ไม่เป็นไร
ฮืม.....แต่ลูกอยากให้แม่กอด

เพิ่งรู้ว่าแม่ก็รู้ ว่าเราโตขึ้นมาแค่ไหน
เพิ่งรู้ว่าแม่ ปลื้มใจที่ได้ดูแลเราจนวันนี้

ที่พูดเวลาโมโห ว่าไม่โตซักที
แค่แม่ไม่อยากให้มี วันที่ลูกต้องไปไกลกัน

แม่ชอบ บ่น ว่า ซักวัน เหอะ ซักวัน คงทนเราไม่ไหว
แต่เรารู้ดีกว่าใคร ว่าแม่เต็มใจจะรับมัน

ไม่มีมะลิซักกำ ไม่มีคำซึ้งๆใด
มีแต่ความรักล้นใจ ห่อมาให้แทนของขวัญ

 

(http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!e1b4b920c7c3e0c7aa20b4d2b9d8c7a7c8ec&song=!!a2cda7a2c7d1adc7d1b9e1c1e8)

 

 

หลังจากนั้นผมก็จำได้ว่า "คุณแผ่นดิน" เคยเขียนเรื่อง "จดหมายถึงแม่" ไว้เป็นบันทึกแล้ว ผมจึงย้อนกลับอ่านบันทึกนั้นอีกรอบ

 

จดหมายถึงแม่ : (อีกครั้ง) เพราะชีวิตไม่โตเกินกว่าจะบอกรักแม่

 

เมื่ออ่านจบแล้ว ผมได้เชื่ือมต่อเรื่องราวและเรื่องเล่าที่ได้ฟังในการอบรมฯ ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งจนไม่รู้จะเริ่มต้นบรรยายต่อยังไง

 

บันทึก จดหมายถึงแม่ : (อีกครั้ง) เพราะชีวิตไม่โตเกินกว่าจะบอกรักแม่ นี้ไม่ควรได้รับกำลังใจเพียงแค่เท่าที่เห็น ควรได้มากกว่านี้ นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิด

 

 

ณ วันนี้ แม่ของผมได้เดินทางจากบ้านที่เมืองหลวงมาอยู่กับผมที่เชียงใหม่แล้ว ซึ่งระยะเวลาก็แล้วแต่แม่ จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ได้ เพราะบ้านหลังนี้ ผมตั้งใจสร้างไว้ให้แม่อยู่แล้ว ส่วนพ่อ เมื่อมาส่งแม่แล้วก็เลือกกลับไปทำงานต่อก่อน หากมีเวลาคงได้ขึ้นมาอีกครั้ง

ทุก ๆ วันก่อนออกมาทำงาน ผมจะอยู่กับแม่ให้นานที่สุดในช่วงเช้า ออกจากบ้านสาย ๆ หน่อย ก่อนออกจากบ้านก็จะไหว้แม่ และกอดแม่ทีหนึ่ง แล้วค่อยออกมา

มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ

ผมได้ดูแลแม่แล้ว หลังจากชีิวิตพเนจรหมอนหมิ่นไปทั่วราชอาณาจักร ;)...

 

ขอบคุณ กิจกรรมดี ๆ "จดหมายถึงแม่" จากคุณแผ่นดิน

ขอบคุณ ค่ายครูเป็นเิลิศ ที่นำพาคุณแผ่นดินมาเยือนเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ขอบคุณ กัลยาณมิตรทุกท่าน

 

โปรดรักพ่อกับแม่มาก ๆ นะครับ อย่าให้ทุกอย่างมันสายเกินไป

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)..