ดร.ป๊อป ลองประเมินเชิงวิทยาศาตร์เพื่อให้กรณีศึกษาได้เรียนรู้เพื่อการจัดการความล้าด้วยตนเอง
การประเมินครั้งที่ 1: ยืนเล่นไวโอลิน (มองที่ไวโอลิน ใช้เสียงปกติ) ได้เพียง 1.09 นาที แล้วเกิดอาการปวดไหล่และอาการชาที่แขนส่วนปลายของร่างกายซีกซ้าย สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 8/10
โปรแกรมที่ 1: ลืมตา ให้ยักไหล่สองข้าง 5 ครั้ง ยื่นมือทีละข้างให้ยืดสะบักทีละข้างๆ ละ 5 ครั้ง ยกแขนสองข้างเหนือศรีษะยืดขึ้นลง 5 ครั้ง ตามด้วยการชูแขนทีละข้างแล้วเหยียดข้อแบออกนอกลำตัวในข้างซ้าย และเปรียบเทียบความตึงของเส้นประสาทในการทำท่าของแขนขวา รวม 1 รอบ
การประเมินครั้งที่ 2: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 3/10
โปรแกรมที่ 1: รอบที่ 2
การประเมินครั้งที่ 3: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 2/10
โปรแกรมที่ 1: รอบที่ 3
การประเมินครั้งที่ 4: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 1/10
โปรแกรมที่ 1: รอบที่ 4
การประเมินครั้งที่ 5: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 0/10
การประเมินครั้งที่ 6: ยืนเล่นไวโอลิน (มองที่ไวโอลิน ใช้เสียงปกติ) ได้นาน 5.01 นาที
การประเมินครั้งที่ 7: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 7/10
โปรแกรมที่ 2: หลับตา พร้อมให้ยักไหล่สองข้าง 5 ครั้ง ยื่นมือทีละข้างให้ยืดสะบักทีละข้างๆ ละ 5 ครั้ง ยกแขนสองข้างเหนือศรีษะยืดขึ้นลง 5 ครั้ง ตามด้วยการชูแขนทีละข้างแล้วเหยียดข้อแบออกนอกลำตัวในข้างซ้าย และเปรียบเทียบความตึงของเส้นประสาทในการทำท่าของแขนขวา ในรอบที่ 1
การประเมินครั้งที่ 8: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 4/10
โปรแกรมที่ 2: รอบที่ 2
การประเมินครั้งที่ 9: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 3/10
การประเมินครั้งที่ 10: หลับตา ยืนเล่นไวโอลิน (ใช้เครื่องลดเสียงครึ่งหนึ่ง) ได้นาน 4.26 นาที
การประเมินครั้งที่ 11: สเกลความล้าจาก 0 (ไม่มี) ถึง 10 (มากที่สุด) ได้ 7/10
โปรแกรมที่ 3: ทำโปรแกรมที่ 2 จำนวนหลายรอบจนประเมินตนเองว่าสเกลความล้า 0/10 ไม่เกิน 5 นาที พร้อมนั่งหลับตาพัก + พูดคุยในท่านั่งพักรวม 5 นาที
การประเมินครั้งที่ 12: นั่งเล่นไวโอลิน มองไปที่กระจก (ใช้เสียงปกติ) ได้นาน 13.23 นาที
สรุปคือ การรู้สติเล่นไวโอลินด้วยความผ่อนคลาย ย้ายจุดสนใจไปที่ภาพรวมของร่างกายในกระจก ปล่อยวาง ไม่มองที่ข้อมือ ไม่กังวลที่สะบัก ค่อยๆ ทบทวนสเกลความล้าด้วยตนเอง พร้อมรู้จักพักผ่อนและสร้างกำลังใจให้ตนเองในการจัดการความล้า ก่อนจะเจ็บปวด และใช้เวลาว่างว่ายน้ำกางแขนและหุบแขนไปข้างหน้าลำตัวบ่อยครั้ง ติดตามผลใน 1 สัปดาห์ หากไม่มีอาการปวดและเล่นไวโอลินได้นานขึ้นเรื่อยๆ ก็ค่อยเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวข้ามซีกร่างกายได้ และคงจะมีความสุขในการดูแลสุขภาพของนักไวโอลินต่อไปในวันข้างหน้า
ขอบคุณมากครับสำหรับดอกไม้จากคุณหมอ ป. คุณหมออนามัยทิมดาบ และอาจารย์นุ ครับ
ขอบคุณมากครับคุณครูอ้อยและท่าน ดร.ภิญโญ
ขอบคุณมากครับทพญ.ธิรัมภา
ขอบคุุณสำหรับบทความดีๆ ของ Dr.Pop ครับ
การฝึกฝนหรือ เล่นดนตรีในเวลานานๆ อาจเกิดความล้าได้ โดยเฉพาะการเล่นโดยที่มุ่งเน้นถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย และกังวลเกี่ยวกับตัวโน๊ตเป็นสำคัญ
ฉะนั้นการเล่นดนตรีให้เป็นกิจกรรมยามว่าง (leisure) ที่ดี คือ ควรเล่น และพักผ่อนในระยะเวลาที่เหมาะสม และควรมีการออกกำลังกายบริหารส่วนที่ใช้ ควบคู่ไปด้วย มีสติและตระหนักรู้ว่าเล่นด้วยความผ่อนคลาย และใช้จิตวิญญาณ(spiritual) ในการเล่น เพื่อลดความกังวลจากการดูตัวโน๊ต เมื่อเล่นผิดก็ไม่เป็นไร เพียงแค่บรรเลงให้ต่อเนื่องจนจบเพลงก็เพียงพอ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม (participation) โดยการเล่นร่วมกันกับผู้อื่น หรืออาจเข้าชมรมทางดนตรี เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคม มีโอกาสได้เรียนรู้ หรือสอนผู้อื่นได้ จนเกิดความมีคุณค่าในตัวเอง(self-value) มีความภาคภูมิใจ(self-esteem) มีความมั่นใจ(self-confidence) และตระหนักรู้ในความสามารถในตนเอง(self-efficiency) สุดท้ายจะทำให้เกิดความสุข (well-being) ทั้งตัวเรา และผู้อื่นตามมา
เป็นการต่อยอดความรู้ได้น่าสนใจ ขอบคุณมากครับคุณ aladinza