ขอบคุณกรณีศึกษาสองรายที่จัดเป็นเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงสูงจากอุบัติเหตุแรกคลอด ณ รพ.ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง วันนี้ ดร.ป๊อป ได้รับเชิญจากทางรพ.ให้ช่วยประเมินและแนะนำโปรแกรมกิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาวะการพัฒนาเด็กเล็ก

ครั้งแรกที่เข้าเยี่ยมเด็กหญิงวัย 4 เดือน หลังจากที่ผู้ปกครองได้ค้นพบข้อมูลของดร.ป๊อป ในการพัฒนาทักษะการดูดกลืนให้เด็กสมองพิการ ณ เวปไซด์ Go to Know ซึ่งดร.ป๊อป ขอขอบพระคุณโอกาสที่ได้ช่วยเหลือสังคมผ่านทางแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้สุดมหัศจรรย์แห่งนี้ด้วยใจจริง 

พบว่า "น้องมีสายวัดอัตราการเต้นของชีพจร มีท่อช่วยหายใจ มีท่อให้อาหารทางสาย มีน้ำลายฟูมปาก กลืนไม่ได้ ต้องให้พยาบาลดูดน้ำลายออกเพื่อไม่ให้อุดกั้นทางเดินหายใจ ชีพจรเต้นสูงเกิน 200 ได้พร้อมกับอาการเกร็ง หน้าแดง และน้ำลายอุดทางเดินหายใจ"

ดร.ป๊อป เริ่มตั้งสติและประเมินอย่างละเอียดถึงกลไกจิตประสาทสรีรวิทยาในการรู้สติ การกลืนน้ำลาย การเคลื่อนไหวที่มีภาวะเกร็ง และสภาวะการตอบสนองต่อการกระตุ้นการรับความรู้สึกสัมผัส-การเปลี่ยนท่าทาง-การกลอกตา-การได้ยินเสียง พบว่า ต้องสอนพยาบาลและพ่อแม่ของเด็กให้เรียนรู้ถึงวิธีการฟื้นฟูความคิดความเข้าใจก่อนการฟื้นฟูสภาวะการกลืนลำบาก ได้แก่

  1. การกลิ้งตัวไปด้านซ้ายของร่างกาย เพื่อปรับความตึงตัวของร่างกายซีกขวาสู่ร่างกายซีกซ้าย และผ่อนคลายการหายใจ ซึ่งลดอัตราการเต้นของหัวใจที่ 160-170 bpm ค่า Sat Oxygen 85-100% ให้เตรียมพร้อมต่อการกระตุ้นการกลืน
  2. จับคอเด็กเอียงจากท่านอนหงายขึ้นมา 30 องศา พร้อมค่อยๆ กดต้นคอด้วยนิ้วชี้กับนิ้วกลางแบบลูบขึ้นเบาๆ เร็วๆ ไปที่ใต้คาง นับ 1-5 แล้วค่อยทำข้อ 1 ถือเป็น 1 รอบ ทำแบบนี้ 3-5 รอบ
  3. จับคอเด็กเช่นเดียวกับข้อ 2 เปลี่ยนเป็นการตวัดลิ้นด้วยนิ้วก้อยเร็วๆ จนลิ้นไม่อุดเข้าไปด้านในช่องปาก พร้อมกับใช้นิ้วก้อยกดขึ้นลง นับ 1-5 แล้วค่อยทำข้อ 1 ถือเป็น 1 รอบ ทำแบบนี้ 3-5 รอบ
  4. การกระตุ้นระดับการตื่นตัว โดยเคาะระฆังที่หูทีละข้างสบับกับการหมุนคอไปข้างที่ตรงข้ามกับข้างที่เคาะระฆัง จนตากลอกไปข้างที่หมุนคอ ทำได้เรื่อยๆ พร้อมข้อ 1-3 ถือเป็น 1 ชุด แล้วพัก 1 ชม. จึงทำต่อจนถึงการนอนหลับลึกในช่วงกลางวัน/กลางคืน

ส่วนอีกเคสหนึ่ง เป็นเด็กชายวัย 6 เดือน แต่อาการหนักกว่าเคสข้างบน จึงแนะนำให้เน้นเพิ่มเติมจากข้อ 4 ได้แก่

  1. จับเด็กคว่ำหน้า ใช้น้ำแข็งก้อนลูบตรงกลางหลังเป็นก้นหอยกว้างทั่วหลังนับ 1-10 รอบ จากนั้นปูผ้าบางบนแผ่นหลัง ก็ใช้แปรงขนนิ่มกวาดหลังจากบนลงล่างจากกึ่งกลางไปขวาและซ้ายรวม 10 รอบ หากมีการขยับตาดำ มีการส่งเสียงและมีการขยับตัวตอบสนองหรือไม่ ถ้ามีให้หยุดทำ ถ้ามีให้ทำต่อข้อ 2
  2. จับเด็กนอนหงาย แล้วค่อยๆ ยกหัวเอียง 30 องศาแล้วหมุนคอไปซ้ายขวา พร้อมรอให้มีตากลิ้งกลอกไปด้านที่หมุน จากนั้นนอนหงายถือเป็น 1 รอบ ทำต่อไม่เกิน 3 รอบ หากมีการขยับตาดำ มีการส่งเสียงและมีการขยับตัวตอบสนองหรือไม่ ถ้ามีให้หยุดทำ ถ้ามีให้ทำต่อข้อ 3 [หากมีลูกบอลเล็กๆ ก็ให้พาดตัวในท่านอนคว่ำบนบอลแล้วโยกหน้าหลังช้าๆ ไม่เกิน 5 ครั้ง]
  3. ในท่านอนหงาย วางเครื่องเล่นเสียงเพลงเน้นทำนองที่เป็นจังหวะวางไว้กลางกระหม่อม แล้วใช้นิ้วมือปิดปาก พร้อมโยกศรีษะไปมาเร็วๆ นับ 1-5 จากนั้นย้ายไปที่หูซ้าย แล้วใช้นิ้วมือปิดปาก พร้อมโยกศรีษะไปมาเร็วๆ นับ 1-5 จากนั้นย้ายไปที่หูขวา แล้วใช้นิ้วมือปิดปาก พร้อมโยกศรีษะไปมาเร็วๆ นับ 1-5 เป็นอันเสร็จ 1 ชุด แล้วพัก 1 ชม. จึงทำต่อจนถึงการนอนหลับลึกในช่วงกลางวัน/กลางคืน นอกจากนี้แนะนำก่อนหลับลึก 10 นาทีให้ใช้หูฟังกับเครื่องเล่นเพลงที่มีคนร้อง หรืออัดเสียงร้องจากแม่ก็ได้

ที่สำคัญของทั้งสองเคส คือ ผู้ที่จะฝึกกิจกรรมบำบัดกับการพัฒนาเด็กเล็กในครั้งนี้ คือ คุณพ่อคุณแม่ที่มีความมั่นใจและฝึกฝนกับนักกิจกรรมบำบัดผู้เชี่ยวชาญ พร้อมที่จะฝึกลูกเล็กด้วยความรักและความปลอดภัย