๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นวันหยุดชดเชยของวันฉัตรมงคล แต่ศูนย์ ERIC อำเภอเมืองปทุมธานีและอำเภอสามโคก ทำโครงการค่ายภาษาอังกฤษฤดูร้อน Summer Camp 2012 สำหรับครูประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ เป็นโครงการ ๓ วัน ระหว่างวันที่ ๗ - ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ผอ. นิเวศน์ เกิดปราชญ์ กล่าวรายงานให้ทราบว่า ได้เชิญวิทยากรที่เก่งกล้าสามารถจากมหาวิทยาลัยวไลอลงกรณ์ ทั้งไทยและฝรั่งมาให้ความรู้ ครูที่เข้าอบรมเป็นครูที่สอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ฟังสำเนียงที่พูดกันก็คล้ายฝรั่งนัก ผมแนะนำให้ครูไปถอย Tablet มาคนละตัวเพื่อช่วยตัวเองในการจัดการเรียนการสอน เพราะอีกไม่นานลูกศิษย์ของเราจะได้รับ Tablet จากรัฐบาล ครูจึงต้องเตรียมพร้อม หลายคนรอให้หลวงแจก เพราะถือว่าเป็นงานหลวง ความจริงถ้าคิดเสียว่า เป็นการลงทุนเพื่ออาชีพหลักของตัวเองก็น่าจะลงทุน จะเพิ่มศักยภาพและความสะดวกสบายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนขึ้นอีกเยอะ ยามว่างไว้คุย face book กันก็คุ้มแล้ว ส่วนใครชอบยี่ห้อไหนราคาเท่าไรก็ตัดสินใจกันเอง ผมก็ได้พึ่งพาอาศัย Apps ฟรีเรียนรู้ภาษาอังกฤษจาก Tablet เหมือนกัน อย่าง TranslatorHD ตัวนี้แจ๋วมาก สามารถแปลไทยเป็นอังกฤษและฝรั่งเศสได้ ทางกลับกันสามารถแปลอังกฤษและฝรั่งเศส เป็นไทยได้ มีการออกเสียงให้ฟังด้วยว่าเขาพูดกันอย่างไร แปลได้ประโยคยาว ๆ อีกตัวหนึ่งคือ English Speaking ตัวนี้ระดับ Basic ฟรี แต่หากต้องการระดับ ๒ และ ๓ ต้องซื้อ ราคาไม่กี่ดอลล่าร์ เป็นตัวอย่างการพูดสนทนาในโอกาสต่าง ๆ มีการออกเสียงให้ฟัง เราสามารถบันทึกเสียงตัวเองได้ด้วย ส่วน Dictionary มีให้เลือกหลายแบบทั้งของฟรีและซื้อหา สามารถออกเสียงได้ด้วยเกือบทุกโปรแกรม ที่ว่ามาเป็นเครื่องมือพื้นฐาน ต่อไปก็เป็นหนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็กในระดับต่าง ๆ มีตัวอย่างฟรีแต่หากต้องการเต็มรูปแบบเขาขายนะ การซื้อก็ไม่ยากหากมีบัตรเครดิต ผมซื้อนิทานอีสปมาอ่านหลายเรื่อง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีเสียงประกอบ ภาพประกอบสวยงาม บ่ายเดินสำรวจตลาดสินค้าราคาแพงทั้งหลายในห้างใหญ่ ๆ ของเมืองนนท์ บ้านเรากับญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป มาตรฐานการครองชีพด้านรายจ่ายเริ่มใกล้เคียงกันมาก ที่ห่างกันคือรายรับที่เขาสูงกว่าเรา แต่ความสุขมวลรวมของเรายังดีกว่าหลายเท่า ที่สรุปอย่างนี้เพราะมีหลายอย่างเราไม่จำเป็นต้องซื้อหาก็อยู่ได้ ทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภค ยกตัวอย่างเสื้อผ้าหลายท่านมีเกินจนเป็นภาระ จนต้องหาคนมารับภาระไปใช้เสียบ้าง ตู้จะได้ไม่แออัดนัก อาหารการกินเรามักซื้อมาอัดแน่นในตู้เย็นจนลืม แล้วก็ซื้อมาใหม่ ไข่เจียวใช้น้ำธรรมดาแทนน้ำมันก็ได้ผลไม่แตกต่างกัน รวมไปถึงผัดผักต่าง ๆ กับข้าวอย่างเดียวทำให้กินข้าวอร่อยกว่ามีกับข้าวหลายอย่าง หุงข้าวครั้งเดียวกินได้หลายมื้อประหยัดไฟฟ้าได้กว่าหุงใหม่ทุกมื้อ อย่างนี้เป็นต้น เพียงแต่หลายคนไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำจึงต้องบ่นเรื่องของแพงเรื่องความเดือดร้อน

วันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นวันทำการปกติ เช้าไปประสานเรื่องเด็กเข้าเรียนกับท่าน ศน.ปราโมทย์ ขจรภัย จาก สพฐ. ไปพบ ผอ.รร. ที่เด็กเคยเรียนอยู่และประสงค์จะเรียนต่อที่เดิมในชั้น ม.ปลาย ฟังแล้วทั้งผู้ปกครองและนักเรียนรู้สึกมีความหวัง แต่สำหรับผมแล้วรู้สึกว่าไม่มีอะไรแน่นอน ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก พบเห็นอะไรมาเยอะ สามารถอ่านคนออกได้ไม่ยาก คิดเสียว่าทำเพื่อลูกเพื่อหลาน เพราะคนเราเดี๋ยวก็หมดอำนาจวาสนา เด็กรุ่นหลังต้องเข้ามาแทนที่ เป็นวัฏจักรหมุนเวียนกันไป หน้านี้ทุกข์ของผู้ปกครองก็เรื่องที่เรียนของลูกหลานเขานี่แหล่ะ บ้านเมืองเรายังไม่ได้จัดระเบียบเรื่องนี้ให้ลงตัว ท่านหัวหน้าส่วนราชการหลายท่านขอความช่วยเหลือให้ช่วยฝากลูกหลานเข้าโรงเรียนมัธยมทั้งในจังหวัดปทุมธานีและต่างจังหวัด ต้องสารภาพไปตามตรงว่าหมดน้ำยาแล้ว เพราะโรงเรียนมัธยมไม่ได้อยู่ในสังกัดเราเขาไม่ฟังเราอีกแล้ว ส่วนเขาจะฟังใครก็ต้องไปเสาะหากันเอาเอง ที่บอกอย่างนี้ไม่ได้ปัดพอพ้นตัว เพราะพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นเช่นนี้จริง ๆ กรุณาขอในสิ่งที่ผมมีแล้วผมจะให้ได้ ขอในสิ่งที่ผมต้องไปขอจากคนอื่นผมไม่เอาอีกแล้วครับท่าน ยิ่งบางท่านบอกว่ายินดีบริจาคเงินตามที่โรงเรียนต้องการยิ่งต้องบอกให้ไปติดต่อโดยตรงเงียบๆ รู้มากคนเขาไม่กล้าเรียกเงินอาจพลาดโอกาสไปได้ สำหรับความเห็นผมเป็นความอัปยศอดสูในวิชาชีพครูที่น่าอับอายและจะถูกจดจำไปตลอดชีวิตของผู้ปกครองและนักเรียนที่อยู่ในภาวะจำยอม กลับมาทำงานเอกสาร เย็นเดินทางไปวัดดวงแข ใกล้สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เพื่อร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพคุณแม่ของนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ แม่ยายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ไปถึงก่อนเวลา เลยออกไปทานข้าวต้มปลาริมถนนหลังสถานีรถไฟ ทั้งอร่อยและราคาย่อมเยา วันนี้หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดปทุมธานีมากันคับคั่ง การสวดไม่นานก็แล้วเสร็จ เดินทางกลับที่พัก
วันพุธที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ วันนี้เป็นวันพืชมงคล เป็นวันที่จัดขึ้น เพื่อทำพิธีเกี่ยวกับการเพาะปลูก เนื่องจากเห็นความสำคัญของเมล็ดพันธุ์ อันเป็นปัจจัยสำคัญของวิถีการผลิตแบบพึ่งพิงธรรมชาติ นอกเหนือจากการมีผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำฝนมีปริมาณเพียงพอ และปัจจัยอื่น ๆ แล้ว หากได้เมล็ดพันธุ์พืชที่ได้รับการเลือกสรร รวมทั้งเกษตรกรมีขวัญกำลังใจ มีความเชื่อมั่นในการลงทุนเพาะปลูกว่าต้องได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทางราชการหรือฝ่ายปกครองให้การดูแลเอาใจใส่ การเกษตรกรรมของประเทศย่อมเจริญรุ่งเรือง ด้วยเหตุนี้ทางราชการจึงจัดให้มีพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นและให้เป็นวันหยุดราชการ ผมเลยถือเป็นฤกษ์ในการปรับปรุงฟื้นฟูบ้านหลังจากที่ประสบอุทกภัยในปีที่แล้ว ก็อนุมานว่าปีนี้น้ำคงไม่ท่วมอีก น้อง ๆ จากเขต ๓ คนมาช่วยกันตัดแต่งตั้นไม้ที่ยืนตายเพราะจมน้ำนาน ช่วยทาสีประตูเหล็ก เปลี่ยนบานประตูที่เสียหาย ทำกันทั้งวัน จนบ้านกลับมาคล้ายบ้านอีกวาระหนึ่ง แม้ไม่เรียบร้อยบริบูรณ์แต่ก็ถือว่าลุล่วงไปเกือบ ๘๐ %

วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เช้ามีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายครูสายงานการสอนทั้งในเขตและระหว่างเขต มีผู้เขียนขอย้ายไม่มาก เพราะหลายท่านอาจเขียนในโครงการย้ายครูคืนถิ่นไปแล้วก็อาจเป็นไปได้ ตำแหน่งที่รับย้ายให้โรงเรียนกำหนดวิชาเอกที่ประสงค์จะรับย้ายไว้ล่วงหน้า จึงมีหลายตำแหน่งที่คนขอย้ายลงวิชาเอกไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรียน จึงไม่สามารถย้ายได้ ต้องรอครูบรรจุใหม่แทน บ่ายเพียรพยายามจะประชุมทางไกลกับ สพฐ. เรื่องย้ายครูคืนถิ่น ที่กำหนดการเดิม ๑๓ นาฬิกาย้ายไปเป็น ๑๕ นาฬิกา เสียงพอฟังรู้เรื่อง แต่ก็ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาในการปฏิบัติ ได้ให้กลุ่มบริหารงานบุคคลเตรียมการสำหรับการขออนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขต ในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ทั้งย้ายปกติและย้ายตามโครงการครูคืนถิ่น

วันศุกร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ภาคเช้าเดินทางไปโรงเรียนหอวังปทุมธานี เพื่อแสดงความยินดีกับท่าน ผอ.สุรชัย ภิญโญชีพ ที่เพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ ความจริงเขาเชิญไปร่วมงานเลี้ยงเย็นนี้ แต่ไม่สะดวก เลยมาแต่เช้าเพื่อเป็นกำลังสำหรับคนดีมีฝีมือในการทำงาน เห็นระดับน้ำที่ผ่านมาสูงกว่ารั้วโรงเรียน นับเป็นโรงเรียนที่ไปมาลำบากแห่งหนึ่งในยามเกิดอุทกภัย ท่าน ผอ.สุรชัย ภิญโญชีพ เคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาที่ย้ายมาอยู่ในโรงมัธยมศึกษา และทำงานได้สำเร็จเป็นที่รักของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ด้วยบุคลิกอ่อนน้อมถ่อมตน ที่สำคัญความเสมอต้นเสมอปลาย ก่อนเที่ยงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อติดต่อราชการที่สภาการศึกษา และสำนักตรวจราชการ ของ สป.ศธ.

วันเสาร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้เส้นทาง ๓๔๗ ไปโรงแรมวรบุรี อโยธยา เพื่อร่วมงานมอบเงินสนับสนุนโรงเรียนในโครงการคืนโรงเรียนให้ลูกหลาน สานสัมพันธ์ชุมชน ของกองทุนตลาดหุ้นร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม วันนี้มอบเงินให้โรงเรียน ๕๙ แห่ง สังกัด สพป.ปทุมธานี เขต ๑ จำนวน ๒๒ แห่ง ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ. เป็นตัวแทน สพฐ. มาร่วมพิธี ฝ่ายตลาดหุ้นมีท่านสมพล เกียรติไพบูลย์ นำทีม เขตพื้นที่จะส่งท่านรองฯ มาร่วมพิธี ผมเป็น ผอ.เขต เพียงคนเดียวที่มางานนี้ ก็แปลกดีเหมือนกัน

ก่อนเที่ยงออกจากโรงแรมพาทีมงานไปทานข้าวที่ร้านอาหารจ่าทุย ต้องใช้ถนนเลียบทางรถไฟไปจนทางออกถนนเอเชีย เป็นอาหารจำพวกปลาน้ำจืด รสชาติดี อิ่มแล้วเดินทางไปชมตลาดโก้งโค้ง มีของพื้นบ้านวางขายหลายอย่างทั้งของใช้ของกิน เวลาอิ่มแล้วเหมาะสำหรับเดินตลาด เพราะไม่อยากซื้อไม่อยากกินอะไร ได้แต่ดู ๆ ไป ของใช้ก็มีครบแล้ว ขอชมอย่างเดียวก็แล้วกัน

วันอาทิตย์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เช้าเดินทางไปโรงเรียนบุญคุ้มราษฎร์บำรุง เพื่อรับมอบห้องเรียน School Online ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา ซึ่งเทศบาลเมืองคลองหลวง ภายใต้การนำของท่านนายกเทศมนตรีประเสริฐ ค่ายทอง จัดให้ ๙ ห้องเรียน ราคา ๗,๑๘๒,๐๐๐.๐๐ บาท (อ่านว่าเจ็ดล้านกว่าบาท)นอกจากโรงเรียนนี้แล้วยังมอบให้อีก ๓ โรงเรียน คือ โรงเรียนคลองหนึ่ง โรงเรียนคลองสอง และโรงเรียนวัดกล้าชอุ่ม วันนี้โรงเรียนนัดผู้ปกครองมาประชุมด้วย จึงมีโอกาสได้กล่าวปราศรัยด้วย บ่ายกลับที่พักทำงานเอกสารสำหรับวันเปิดพรุ่งนี้

ก่อนลาสัปดาห์นี้ขอเล่านิทานเรื่อง "จำอวดกับชาวเมือง" สู่กันฟัง ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งกรุงโรมต้องการให้นักแสดงตลกมาแสดงในงานเฉลิมฉลองที่ตนจัดขึ้น เพื่อให้ชาวเมืองได้พักผ่อนหย่อนใจ โดยประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงามแก่ผู้แสดงตลกมุกใหม่ ๆ ไม่ซ้ำคนอื่น นักแสดงตลกทั่วสารทิศเมื่อทราบข่าวจึงเดินทางมาเปิดการแสดงที่กรุงโรมเป็นอันมาก มีนักแสดงตลกผู้หนึ่งอวดอ้างตัวเองว่าสามารถแสดงมุกตลกได้ไม่เหมือนใคร ดังนั้น เมื่อถึงคิวที่เขาทำการแสดงจึงมีประชาชนเข้ามารอชมกันอย่างเนืองแน่น ครั้นถึงเวลาแสดง นักแสดงตลกผู้อวดอ้างได้ออกมาหน้าเวทีตามลำพังโดยไม่มีผู้ช่วยหรือลูกทีมเหมือนคนอื่น ๆ เขาทำทีเป็นซ่อนลูกหมูไว้ในอกเสื้อ แล้วก้มหน้าทำเสียงร้องเลียนเสียงของลูกหมู ได้เหมือนจริงมากทำให้คนดูรู้สึกสนุกสนาน แต่มีหลายคนสงสัยว่านักแสดงตลกคงซ่อนลูกหมูไว้ในอกเสื้อ จึงขอให้ถอดออกพิสูจน์ เมื่อเห็นว่านักแสดงตลกไม่ได้ซ่อนลูกหมูไว้อย่างที่ทุกคนเข้าใจ คนดูจึงปรบมือให้ในความแก่กล้าสามารถของเขา ขณะที่เศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งกรุงโรมจะมอบรางวัลพิเศษแก่นักแสดงตลก ชาวเมืองผู้หนึ่งซึ่งนั่งดูอยู่ด้วยได้ผุดลุกขึ้นประกาศว่า "รางวัลพิเศษควรเป็นของข้า เพราะข้าสามารถทำเสียงลูกหมูได้เหมือนและแนบเนียนกว่านักแสดงตลกผู้นี้ ถ้าไม่เชื่อขอเชิญทุกคนมาพิสูจน์ในวันรุ่งขึ้น" เมื่อถึงเวลาทำการแสดงตลกกับชาวบ้านผู้ท้าทายต่างขึ้นเวทีพร้อมกัน ชาวเมืองต่างปรบมือเสียงดังสนั่นเพราะมีผู้ชมมากกว่าวันก่อน นักแสดงคนเดิมทำเสียงเลียนแบบลูกหมูเหมือนครั้งแรก ครั้งถึงคิวแสดงของนักแสดงตลกคนใหม่ เขาทำทีเหมือนซ่อนลูกหมูไว้ในอกเสื้อและทำการบิดหูลูกหมูเต็มแรง ได้ยินเสียงลูกหมูร้องลั่นเวทีแต่คนดูต่างส่งเสียงโห่หาว่าเขาแสดงได้ไม่เท่านักแสดงตลกคนแรก พร้อมส่งเสียงขับไล่เขาลงจากเวที "พวกท่านเป็นผู้ชมประเภทไหนกัน จึงแยกไม่ออกระหว่างของจริงกับของปลอม" นักแสดงตลกคนใหม่แกะกระดุมเสื้อของเขาออก ปรากฏว่าเขาซ่อนลูกหมูจริง ๆ เอาไว้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรามักหลงเชื่อสิ่งที่หลอกลวงมากกว่าสิ่งที่เป็นจริง
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑