จากการพานักศึกษาครู ทุนโครงการผลิตและพัฒนาครูสู่ความเป็็นเลิศ เข้าค่าย Pre-University ค่ายแห่งการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาครูก่อนการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจริง ณ วิทยาเขตใหม่ วิทยาเขตอนาคตของมหาวิทยาลัยที่กินพื้นที่ ๕,๐๐๐ ไร่ ที่มีลักษณะเป็นภูเขาภูดอยน้อยใหญ่ ในอาคารสำนักงานอธิการบดีในอนาคต กับจำนวนนักศึกษาที่เข้าสอบผ่านเข้าโครงการนี้ได้ ๔๑ คน ประกอบด้วยผู้หญิง ๓๖ คน ผู้ชาย ๕ คน

ผมรับผิดชอบดูแลค่ายและเป็นผู้ช่วยวิทยากรช่วงหนึ่งในช่วงความรับผิดชอบของ "คุณแผ่นดิน" ที่เดินทางไกลมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ

หลังจากเช้าวันพุธที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ คุณแผ่นดินเริ่มก่อนด้วยกิจกรรมทำความรู้จักให้มากขึ้น พร้อมสลับกับคลิปแรงบันดาลใจต่าง ๆ เพียงเท่านั้น ก็มีเด็ก ๆ น้ำตาไหลกันแล้วบางคน


ช่วงบ่าย ผมจึงรับหน้าที่ต่อในกิจกรรม "ทบทวนตนเองถึงรากเหง้า" โดยผมเน้นเรื่อง "ความกตัญญูต่อพ่อแม่ที่ผ่านมา ๑๘ ปี" โดยเกริ่นนำ และตามด้วยวีดิทัศน์อาจารย์หมอพงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา

[(ร่าง) วิเคราะห์กระบวนการเรียนการสอน "การทบทวนตนเอง" โดยใช้วีดิทัศน์ "คุณหมอพงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา" กับ นักศึกษาครู]

 

คุณหมอพงศ์ัศักดิ์ จะพูดถึงเรื่อง ...

 

"ร่างกายของมนุษย์ที่ธรรมชาติให้มา"

"พิษภัยของการสูบบุหรี่"

"พิษภัยของยาเสพติด"

"การทำแท้งในวัยเรียน"

"การคลอดลูก"

"ลูกที่อกตัญญูต่อพ่อแม่"

"ลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่"

 

ซึ่งแน่นอนกว่า เมื่อมีภาพทางการแพทย์ นักศึกษาต้องดู ห้ามปิดตา หรือ หลบตาโดยเด็ดขาด มิฉะนั้น สิ่งที่ได้จะไม่ตรงกับความรู้สึกบางอย่างในตอนท้ายเรื่อง ก็บอกนักศึกษาไปแบบนี้

 

เมื่อคุณหมอพูดจบ คุณหมอจะให้นั่งสมาธิ ผมก็ให้นักศึกษาหลับตา นั่งสมาธิตามวีดิทัศน์ แล้วคุณหมอก็เปิดเพลง "แม่" ของโลโซ

 

ป่านนี้ จะเป็นอย่างไร จากมาไกล แสนนาน
คิดถึง คิดถึงบ้าน จากมาตั้งนาน เมื่อไรจะได้กลับ
แม่จ๋า แม่รู้บ้างไหม ว่าดวงใจ ดวงนี้เป็นห่วง
จากลูกน้อย ที่แม่ห่วงหวง อยู่เมืองหลวง ศิวิไลซ์ ไกลบ้านเรา

คิดถึงแม่ขึ้นมา น้ำตามันก็ไหล อยากกลับไป ซบลงที่ตรงตักแม่
ในอ้อมกอด รักจริง ที่เที่ยงแท้ ในอกแม่ สุขเกินใคร
อีกไม่นาน ลูกจะกลับไป หอบดวงใจ เจ็บช้ำเกินทน
เก็บเรื่องราว วุ่นวายสับสน ใจที่วกวน ของคนในเมืองกรุง

( ซ้ำ * )

อีกไม่นาน ลูกจะกลับไป หอบดวงใจ เจ็บช้ำเกินทน
เก็บเรื่องราว วุ่นวายสับสน กับบางคน ที่ใจไม่แน่นอน
ลืมเรื่องบางคน ไปซบลงที่ตรงตักแม่

 

และนี่คือ บรรยากาศที่เกิดขึ้นในห้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ห้องนี้ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๑ - ๔ ... เด็ก ๆ เริ่มนั่งสมาิธิ และยิ่งนานไปน้ำตาที่กลั้นไว้ก็กลั้นไม่อยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๕ - ๙ ... น้ำตาไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาิติ 

(ภาพจากคุณแผ่นดิน)

 

 

 

เมื่อผมเห็นเด็กร้องไห้กันระงมแล้ว จึงบอกเขาว่า "หากไม่ไหวแล้ว ให้กอดเพื่อนที่อยู่ใกล้เราที่สุด ใช้ไหล่ของเพื่อนเช็ดน้ำตาของเรา ให้เราและเพื่อนได้มีโอกาสสัมผัส เราจะได้รู้ว่า ถึงเราจะอยู่ห่างไกลพ่อแม่ แต่เรายังมีเพื่อนอยู่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๑๐ - ๑๓ ... อ้อมแขนของเพื่อน

 

 

 

เมื่อวีดิทัศน์สิ้นสุด ก็ขอให้เขาเขียนสิ่งที่อยากเขียนลงไปในกระดาษที่ผมเตรียมไว้ให้ ให้ออกมาจากใจมากที่สุด เพราะนี่คือสิ่งที่เราอยากเขียนถึงพ่อแม่ของตัวเองที่อยู่ห่างไกลกับเราตอนนี้

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๑๔ - ๑๕ ... เขียนความรู้สึกถึงคนห่างไกล บางคนเขียนไป ร้องไห้ไป หลายคนสะกดอารมณ์กันน่าดู

 

 

หลังจากนั้น ผมก็สรุปความทั้งหมดให้พวกเขาได้ฟัง เล่าประสบการณ์ตรงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมได้สัมผัสจากการใช้กระบวนการนี้กับนักศึกษาในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งประสบการณ์ที่ผมได้เล่านี้ ถือเป็น สิ่งที่มีคุณค่าต่อพวกเขามากในอนาคต

"จงรีบทำอะไร ก็รีบทำเสียตอนนี้ อย่ารอเวลา เพราะพ่อแม่ของเรา อาจจะรอดูความสำเร็จของเราไม่ทันก็ได้นะ"

 

การทบทวนตัวเอง หมายถึง การระลึกถึงผู้มีพระคุณของตัวนักศึกษาเอง และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในสิ่งที่เคยทำไว้ไม่ดีกับท่าน โดยเป้าหมาย คือ การเป็นลูกที่ดีของท่าน ในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่

 

กิจกรรมนี้ใช้เวลามากกว่า ๒ ชั่วโมง แต่ผลที่ได้คุ้มค่ามากครับ

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

 

 

ป.ล. น้องมะปรางเปรี้ยว เขียนความคิดเห็นไว้ว่า "ขอให้เล่าให้ฟังหน่อยน่ะครับ" บันทึกนี้จึงเกิดขึ้นด้วยเหตุฉะนี้ ;)...