การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนอบอุ่น นี่แหล่ะสวรรค์ของนักเดินทางอย่างเรา

            

 

             เชื่อมั้ยคะ.. ระยะทางไม่ว่าจะสั้นแค่สายตามองเห็น หรือ ยาวจนสุดสายตา มันอยู่ที่ความรู้สึกของคนมองที่มีต่อหนทางที่จะเดิน ลำพังตัวคนเขียนเองก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกอะไรกับระยะทางในการเดินทางเท่าไหร่ เพราะเป็นคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบๆทางน้อยมาก

             แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เราได้มีโอกาสสัมผัส สิ่งแวดล้อมรอบๆ ทางท่ามกลางธรรมชาติที่แสนจะอบอุ่นสวยงามมากๆ การได้พาชีวิตออกมาจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวันที่แสนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ...

            มันทำให้เรามีเวลา หยุด และ มอง ความเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัวเรา  นกบินไปมา  ต้นไม้พริ้วไหวไปตามแรงลม  ดอกหญ้าลอยไปมาในอากาศ  น้ำในลำธารเล็กๆไหลรินไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน  ปั่นจักรยานไปตามถนนเหมือนอยู่ในอุโมงค์ต้นไม้ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้า มีกลิ่นหอมอ่อนๆดอกไม้ริมทาง ท้องฟ้าสีฟ้าแจ่มใสมากเปิดประตูต้อนรับเราอย่างออกนอกหน้าเลยหง่ะ ว้าวววว... ที่นี่แหล่ะ สวรรค์ของนักเดินทางอย่างเรา  

            จุดสิ้นสุดการเดินทางที่ไม่ต้องดิ้นรน ต่อสู้ ไขว่คว้าและแสวงหา มันน่าจะอยู่ตรงนี้แหล่ะ.. ว่าแล้วเราก็หยุดและรัวชัตเตอร์ซะให้หนำใจ สวยอย่าบอกใครเลย อากาศเย็นกำลังสบาย 18- 20 องศา เสียดาย.. น่าจะมีใครสักคนมาด้วย อิอิอิ.. คงโรแมนติกน่าดู (ป่าวหรอก .. มาช่วยช้านนน ปั่นจักรยานกลับบ้านทีมาไกลมาก ปั่นกลับไม่ไหว ก็มันสวยหง่ะ)

                  

                   

                  

                 

                  

                  

   แต่ถึงจะสวยอย่างไง.. ก็สู้เมืองไทยไม่ได้หรอกค่ะ.. ของเราหน่ะมีป่าไม้ ภูเขา น้ำตก ลำธารดีกว่าเยอะ แต่ว่าไม่มีใครดูแลและรักษาเท่านั้นเอง (เอ๊ะ.ตกลงว่าดีกว่าตรงไหนนี่)