เพื่อต้อนรับเปิดภาคเรียนใหม่ ปี 2555  ขอแจมเรื่องการสอนเล็กน้อย  เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับ นักเรียน และครู  คิดว่าคุณครูทุกท่านคงจะมีคำถามและคำตอบ  ทำนองข้างล่างนี้อยู่แล้วไม่มากก็น้อย  ถ้าจะสอนให้ดีตามความคิดของผม ก็คือต้องถามและตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้ ข้อใดที่คิดว่าดี ก็คิดทำ และนำไปใช้ 

 1. ตั้งวัตถุประสงค์การสอนอย่างไรดี

2. วิธีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการสอน ทำอย่างไรได้บ้าง

3. นำเข้าสู่บทเรียนควรทำอย่างไร

4. ทำแผนการสอนอย่างไรดี

5. ในหนึ่งชั่วโมงของการสอนควรครูควรทำอะไร ใช้เวลากี่นาที นักเรียนควรทำอะไรใช้เวลากี่นาที

6. สอนอย่างไรให้เด็กสนุก ไม่เบื่อ

7. สอนอย่างไรให้เด็กรู้จริง รู้ลึกฯ

8. สอนการคิดวิเคราะห์ทำอย่างไร

9. จะหาสื่อการเรียนการสอนได้ที่ไหน

10. สื่อการสอนที่ดีเป็นอย่างไร

11. ใช้ทฤษฎีการสอนอะไรดี

12. ที่ว่าสอนเก่งนั้นเป็นอย่างไร

13. สอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายทำอย่างไร

14. จะสอนนักเรียนเก่ง  กลาง อ่อนอย่างไร ในเวลาเดียวกัน

รู้อย่างไรว่าที่เราสอนได้ผลดี

15. เรื่องใดที่ควรสอนในห้องหรือนอกห้องเรียนมีแนวพิจารณาอย่างไร

16. รู้อย่างไรว่าผลงานของนักเรียนดีหรือไม่ดี

17. การทดสอบควรทำกี่ครั้ง

19. ข้อทดสอบประเภทไหนดี  เลือกคำตอบ กาถูกผิด อัตนัย ฯลฯ

20. การประเมินสภาพจริงทำอย่างไร

21. การสอนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างไร

22. จัดบรรยากาศในห้องเรียนอย่างไรดี

23. สร้างความพร้อมเรียนให้นักเรียนอย่างไรดี

24. ลูกเล่นของครูที่จะทำให้ห้องเรียนสนุกและเสริมการเรียนรู้ควรเป็นอย่างไร

25. นักเรียนเป็นสำคัญ แปลว่าอะไรกันแน่

 

ผมได้ดัดแปลงองค์ประกอบของการสอนที่เคยเรียนมา จากคุณครูฝรั่งนิวซีแลนด์ชือ Paul Nation เมื่อวัยหนุ่ม นำมาดัดแปลงเมื่อวัยแก่ เพื่อไปแนะนำคุณครูจากโรงเรียนจันทร์รวีอาชีวศึกษา เชียงใหม่ ที่เชิญผมไปเป็นวิทยากรพูดคุยกับคุณครู  เรื่อง เทคนิคการสอนมาเมื่อ  วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2554 แนวคิดเป็นเป็นอย่างนี้

  1. ในการสอนแต่ละครั้ง จะมีองค์ประกอบ 7 ประการ คือ

1.   ผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานตัวชี้วัด

2.การเร้า

3.   บุคคล หรือวิธีกาเชื่อมโยง

4.   การตอบสนอง

 

5.การจัดกลุ่มผู้เรียน

6.   การสร้างความแม่นยำ

7.   การวัด ประเมินผล

 ข้อ  1 หลังจากรู้ว่าจะสอนอะไรแล้ว ต้องมีวัตถุประสงค์   ซึ่งปัจจุบันจะต้องนำผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานตัวชี้วัดของหลักสูตรมาเป็นตัวตั้ง ได้แก่

- องค์ความรู้ที่ต้องการ 

- ทักษะที่ต้องการ

-เจตคติที่ต้องการ

- พฤติกรรม   ที่ต้องการ

- ผลงาน   ชิ้นงานที่ต้องการที่บ่งบอกถึงความรู้จริงฯทักษะ   เจตคติ และพฤติกรรมที่ต้องการ

 ข้อ 2 การเร้า  นึกถึงตอนเข้าห้องเรียนว่า เราจะทำอะไร  ที่จะให้เด็กสัมผัสกับวัตถุประสงค์ มโนทัศน์ หรือ ความคิดรวบยอด  หรือ concep tและเนื่้อหาสาระ ของเรื่องราวที่จะสอน  ซึ่งสามารถทำได้หลายอย่าง ตามที่แนะนำไว้ในข้อนี้ ได้แก่

- สิ่งตีพิมพ์ทั่วไป   / อีเล็กทรอนิกส์

- Video / video online

- สถานการณ์จริง

- เหตุการณ์จริง

- สถานการณ์จำลอง

- สถานการณ์จำลอง   / อีเล็กทรอนิกส์

- กระดานข่าว

- การสนทนาผ่านจอภาพ

- email

- chat

- social network

ข้อ 3 สิ่งที่จะไปเร้า ซึ่งถ้าสอนตามปกติแล้วก็คือครู แต่ครูจะใช้อะไรอื่นที่เป็นตัวเร้าอื่น ๆ ได้อีก ดังที่แนะนำไว้ในข้อ 3  ได้แก่

- ครู

- นักเรียน

- วิทยากรรับเชิญ 

- ใบงาน/ใบกิจกรรม

ใบความรู้ 

-ใบงาน/ใบกิจกรรมใบความรู้อีเล็กทรอนิกส์

 ข้อ 4 ก็คือสิ่งที่ต้องการให้เด็กตอบสนองกลับมา หลังจากการกระทำจากข้อ 3 ตามที่ได้แนะนำไว้  ได้แก่

- ปฏิบัติการ

- ทดลอง

- สาธิต

- ตอบคำถาม

- แก้โจทย์

- นำเสนอ

- ทำรายงาน /   ทำรายงาน /

อีเล็กทรอนิกส์ 

- ทำบอร์ดนิทรรศการผลงาน /online exhibition

- Video /  video online

- การแสดง

- videoการแสดง

/ video online การแสดง

- กระดานข่าว

- สนทนาผ่านจอภาพ

- email

- chat

- social network

 ข้อ 5  ก็คือแผนการที่ครูคิดไว้ล่วงหน้าว่า  ครูจะจัดให้นักเรียนให้ได้รับการการเร้า และตอบสนองแบบต่าง ๆ ได้แก่

- เดี่ยว

- คู่

- กลุ่ม

- ทั้งห้อง

 ข้อ 6 นึกออกนะครับว่า  พอเด็ก ๆ  ตอบสนองกลับมา จะมีทั้งผิด ๆ ถูกๆ  จะประกันคุณภาพอย่างไรว่าเด็กตอบสนองกลับมาแล้วถูกมากที่สุด  (ตรงนี้แหละครับ  ที่เป็นการประกันคุณภาพแท้แต่ต้นมือจริงๆ ประกันอย่างอื่นล้วนเป็นการประกันตาม form  ไม่ใช่ function (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/477506)  ของหลักการนักเรียนเป็นสำคัญ   ตรงนี้คือความยากลำบากและเป็นความท้าทายของครู เพราะในห้องมักจะมีเด็กเก่ง กลาง อ่อน  อยู่รวมกัน อีกทั้งเวลาก็จำกัด   การสร้างความแม่ยำจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้น ONET จะขึ้นสูง ๆ คงอีกนาน  ณ วันนี้ครูที่ขยัน มีช่องทางทีดี ที่จะทำให้เด็ก เก่ง กลาง อ่อน เก่งขึ้น  ชนิดประกันได้สอนแล้วรู้จริง  ช่องทางนั้นก็คือ คำแนะนำที่ให้ครูทำเว็บไซต์ไว้เป็นทุนการสอน http://www.gotoknow.org/blogs/posts/482332

ที่จะช่วยให้เด็ก อ่อน กลาง เก่ง  ได้รับการสร้างความแม่นยำกันอย่างทั่วถึง

ได้แก่

- สัมภาษณ์   สอบถามเชิงลึกเกี่ยวกับ การตอบสนองในข้อ 4

- ให้โอกาสทำหลายครั้ง

- ให้โอกาสทดสอบหลายครั้ง

- เสริมแรง ติชม   (ติอย่างมีเทคนิค ประมาณว่า ติแล้วก็ยังยิ้มได้) 

ข้อ 7 ก็คือข้อมูลย้อนกลับ หรือ feedback  จากการวัด ประเมินผล เพื่อให้ครูนำไปปรับปรุงการสอน นักเรียนก็ใช้ปรับปรุงได้ หากเป็นการทดสอบย่อยๆ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เด็กได้รับความแม่นยำไปในตัวด้วย เป็นตัวช่วยให้ประกันคุณภาพได้ว่า ข้อสอบ ONET มาเมื่อใดเด็ก ๆ จะทำได้ดี  ได้แก่

- เช็คลิสต์สำหรับสังเกตจุดแข็ง จุดอ่อนรายบุคคล 

- ทดสอบย่อยที่เน้นข้อทดสอบเชิงคิดวิเคราะห์

- สอบประจำภาคที่เน้นข้อทดสอบเชิงคิดวิเคราะห์

- พิจารณาจาก   ความรู้ ทักษะ เจตคติ พฤติกรรม ผลงาน ชิ้นงาน 

- ให้นำเสนอผลงาน   ชิ้นงานและ กระบวนกรซึ่งเป็นที่มาของผลงาน (โครงงาน) และสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อตรวจสอบ   ผลการจัดการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่ว่า

"ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้   และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551    นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้      สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์    นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน    เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ   นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ ตามศักยภาพของแต่ละคน”

เทคนิคการสร้างเทคนิคการสอนในที่นี้ก็คือ การสลับสับเปลี่ยนองค์ประกอบย่อย ๆ ของข้อ 2 – 7  ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับข้อ 1 ซึ่งสามารถทำได้มากมายหลายเทคนิคการสอน

ก็ลองพิจารณาดูนะครับ

1.   ผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานตัวชี้วัด

2.การเร้า

3.   บุคคล หรือวิธีกาเชื่อมโยง

4.   การตอบสนอง

 

5.การจัดกลุ่มผู้เรียน

6.   การสร้างความแม่นยำ

7.   การวัด ประเมินผล

- องค์ความรู้ที่ต้องการ  

- ทักษะที่ต้องการ

-เจตคติที่ต้องการ

- พฤติกรรม   ที่ต้องการ

- ผลงาน   ชิ้นงานที่ต้องการ

ที่บ่งบอกถึงความรู้จริงฯ

ทักษะ   เจตคติ และพฤติกรรม

ที่ต้องการ

- สิ่งตีพิมพ์ทั่วไป   / อีเล็กทรอนิกส์

- Video / video online

- สถานการณ์จริง

- เหตุการณ์จริง

- สถานการณ์จำลอง

- สถานการณ์จำลอง   /

อีเล็กทรอนิกส์

- กระดานข่าว

- การสนทนาผ่านจอภาพ

- email

- chat

- social network

- ครู

- นักเรียน

- วิทยากรรับเชิญ  

- ใบงาน/ใบกิจกรรม

ใบความรู้  

-ใบงาน/ใบกิจกรรม

ใบความรู้   อีเล็ก

ทรอนิกส์

- ปฏิบัติการ

- ทดลอง

- สาธิต

- ตอบคำถาม

- แก้โจทย์

- นำเสนอ

- ทำรายงาน /   ทำรายงาน /

อีเล็กทรอนิกส์  

- ทำบอร์ดนิทรรศการผลงาน

   /online exhibition

- Video /  video online

- การแสดง

- videoการแสดง

 /    video online การแสดง

- กระดานข่าว

- สนทนาผ่านจอภาพ

- email

- chat

- social network

- เดี่ยว

- คู่

- กลุ่ม

- ทั้งห้อง

- สัมภาษณ์   สอบถามเชิงลึกเกี่ยวกับ การตอบสนองใน    ข้อ 4

- ให้โอกาสทำ   หลายครั้ง

- ให้โอกาสทดสอบหลายครั้ง

- เสริมแรง

- เช็คลิสต์จากการสังเกต

จุดแข็ง   จุดอ่อนรายบุคคล  

- ทดสอบย่อยที่เน้น          ข้อทดสอบเชิงคิดวิเคราะห์

- สอบประจำภาค   ที่เน้น             ข้อทดสอบเชิงคิดวิเคราะห์

- พิจารณาจาก   ความรู้ ทักษะ เจตคติ พฤติกรรม ผลงาน

ชิ้นงาน  

- ให้นำเสนอผลงาน   ชิ้นงานและ กระบวนกรซึ่งเป็นที่มาของผลงาน (โครงงาน)

และสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อตรวจสอบ   ผลการจัดการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่ว่า

"ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้   และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551    นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้      สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์    นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน    เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ   นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ ตามศักยภาพของแต่ละคน”

หากจะนำไปทำเป็นแผนการสอน  ที่ทำให้มานี้ก็เป็นวิธีหนึ่ง

 

แผนการจัดการเรียนรู้

ตามมาตรฐานที่...ตัวชี้วัดที่.....เรื่อง ..............................................................................

ชั้น.........................................จำนวนนักเรียน...............................................................

ชื่อครูผู้สอน..................................โรงเรียน........................วัน เดือนปี ที่สอน..........................................................

1. ผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานตัวชี้วัด

หรือ ความรู้ทักษะ   เจตคติ และพฤติกรรมที่ต้องการ

____องค์ความรู้ที่ต้องการ

____ทักษะที่ต้องการ

____เจตคติที่ต้องการ

____พฤติกรรมที่ต้องการ

____ผลงาน ชิ้นงานที่ต้องการ

____

สาระสำคัญ   (concept)

คำถามที่เกี่ยวข้อง

2. การเร้า

____สิ่งตีพิมพ์ทั่วไปอีเล็กทรอนิกส์

____Video / video online

____สถานการณ์จริง

____เหตุการณ์จริง

____สถานการณ์จำลอง

____สถานการณ์จำลองอีเล็กทรอนิกส์

____กระดานสนทนา

____การสนทนาผ่านจอภาพ

____email

____chat

____social network

___

เลือกและระบุสื่อที่ใช้

ตอบสนอง

___ดู

___ฟัง

___อ่าน

___สัมผัส

___ปฏิบัติการ

__ผสมผสาน 1-5

 

 

 

3. บุคคล   หรือวิธีการเชื่อมโยง

____ครู

____นักเรียน

____วิทยากรรับเชิญ

____ใบงาน/ใบกิจกรรม/ใบความรู้

____ใบงาน/ใบกิจกรรม/ใบความรู้ อีเล็กทรอนิกส์

เลือกและเขียนสรุปวิธีการ

4. การตอบสนอง

____ปฏิบัติการ____ทดลอง____สาธิต

____ตอบคำถาม____แก้โจทย์____นำเสนอ

____ทำรายงาน____ทำรายงานอีเล็กทรอนิกส์

____ทำบอร์ดนิทรรศการผลงาน____online   exhibition

____Video /  video online___การแสดง

____videoการแสดง____   video online การแสดง

____กระดานสนทนา____สนทนาผ่านจอภาพ

____email   ____chat____social network

เลือกและเขียนสรุปวิธีการ

5. การจัดกลุ่มผู้เรียน

____เดี่ยว

____คู่

____กลุ่ม

____ทั้งห้อง

เลือกและเขียนสรุปวิธีการ

6. การสร้างความแม่นยำ

____สัมภาษณ์   สอบถามเชิงลึกเกี่ยวกับ การตอบสนองใน    ข้อ 4

____ให้โอกาสทำหลายครั้ง

____ให้โอกาสทดสอบหลายครั้ง

____เสริมแรง

เลือกและเขียนสรุปวิธีการ

 

 

7. การวัด ประเมินผล

___เช็คลิสต์จากการสังเกตจุดแข็ง   จุดอ่อนรายบุคคล  

___ทดสอบย่อยที่เน้นข้อทดสอบเชิงคิดวิเคราะห์

___สอบประจำภาค   ที่เน้น  ข้อทดสอบเชิงคิดวิเคราะห์

___พิจารณาจาก ความรู้   ทักษะ เจตคติ พฤติกรรม

ผลงาน  ชิ้นงาน

___ให้นำเสนอผลงาน   ชิ้นงานและ กระบวนกรซึ่งเป็น

ที่มาของผลงาน (โครงงาน)   และสัมภาษณ์เชิงลึก

เลือกและเขียนสรุปวิธีการ

 

เอกสารอ้างอิง

......................................................................................................................................................................................

 

......................................................................................................................................................................................

 

......................................................................................................................................................................................

 

.....................................................................................................................................................................................

 

......................................................................................................................................................................................

 

......................................................................................................................................................................................