รเมื่อวานนี้ได้ บันทึกบ่น  อาการจิตตกของชลัญธรไป โทสะ กับโมหะมันเล่นงานเราได้ทั้งวันทั้งคืนทีเดียว  ไม่ได้นอนทั้งคืน ตื่นเช้าขึ้นมา แม่เจ้าคนไข้เยอะมาก ยังการมาชอบปิ้งงั้นแหล่ะ  แถมมีประชุม ที่ รพ.ที่แพทย์เฉพาะทางต้องเข้าร่วม เพราะท่าน สสจ.และ ผอ.มหาราช มาด้วย เหลือแพทย์ที่ไม่เฉพาะทางอยู่ 3 ท่าน กับผู้ป่วย 400 กว่าคน อ๊วกมั๊ย  ชลัญนั่งอยู่  โต๊ะซักประวัตินอกสุด  เป็นโต๊ะที่เน่าหนอนที่ไมมีใครอยากนั่ง  มีพยาบาลกล้านั่งอยู่ 2-3 คนจากพยาบาลทั้งหมด 10 คน เนื่องจาก โต๊ะตัวนี้เป็นโต๊ะนอกสุด  ทุกสิ่งอย่างที่ เป็นเหตุวิกฤตมักจะมาโต๊ะนี้  ติดต่อประสานงานถามโน่นี่นั่น คนไข้จิตเวชวุ่นวายก็มานี่ คนไข้จะกินหัวพยาบาลก็มานี่ คนไข้ ปวดหัว ตัวร้อน ชัก หอบ เรียกว่าโต๊ะนี้รับเละ   รวมอยู่นี่หมด  คนอยู่ต้องใจเย็นพอ  ถึงจะนั่งประจำโต๊ะได้  แต่บรรดาน้องผู้ช่วยฯมักลากชลัญมาโต๊ะนี้ เพราะ พยาบาลที่มักนั่งนั้น คนแรกนั้น ปฏิบัติหน้าที่ ได้รวดเร็ว เรียบร้อย แต่บางครั้งใจไม่เย็นพอ  ซึ่งพี่แกมักจะบอก  "วันนี้ไม่เอาโต๊ะ 7 โว๊ย" คนที่ สองเป็นนางฟ้าสีขาว ใจเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก  แต่ช้ามาก น้องผู้ช่วยฯอึดอัดใจจะขาด  คนสุดท้ายนี่ ชลัญ ใจเย็น  รวดเร็ว  ตลก โบกฮา   เรียกว่าได้ใจผู้ช่วยฯและคนไข้  จึงมักถูให้นั่งประจำโต๊ะ  เรานั่งเห็นท่าน สสจ.เดินผ่าน ท่านมองดูผู้ป่วย ประมาณว่าทำไมมันมากขนาดนี้ว่ะ แต่เฉย ...ถ้าฉันเป็น สสจ.นะ จะบอกว่า แพทย์เฉพาะทางไม่ต้องขึ้นหรอก เอาแค่ ผอ.กับประธาน องค์กรแพทย์ก็พอ ( ขออภัย ไม่คิดลามปรามแต่รู้สึกเช่นนั้นจริง) คิดดู กรรมจะตกที่ใคร  "ชลัญอีก" ถูกหัวหน้าสั่ง ตอน 09.00 น.

"ชลัญธรเข้าห้องตรวจ 7 แปลงร่างเป็นแพทย์ เดี๋ยวนี้ "

ชลัญหรือจะขัดได้นายสั่ง  นั่งตรวจตั้งแต่ 9.00 - 16.15 น.แพทย์ถึงทะยอยลงมาช่วยตรวจคนไข้ที่เหลือ อ๋อ !พอเล่าถึงตรงนี้ก็น่าขันเพราะ บางครั้งชลัญธรต้องช่วยแพทย์ตรวจถึง 5 โมงเย็น     ก็มี แต่หลัง 4 โมงเย็น แพทย์ได้ค่าตรวจ case ละ 50 บาท แต่ชลัญได้ตรวจ 60 นาทีแบบจิตอาสา  เพราะถ้าไม่ช่วยคนไข้ไม่หมด เพราะแพทย์ที่อยู่ให้ช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นแพทย์ที่ดี  จะทิ้งแพทย์กับคนไข้หรือก็น่าสงสาร  เอ้า ..จิตอาสาไป ชาติหน้ามีจริงชลัญธรนี่จะจะโคตรๆๆๆมหาเศรษฐีเลย เพราะชาตินี้ลำบากแบบจิตอาสามามาก 

     คนไข้เวรเช้าก็ยังไม่หมด คนไข้เวรบ่าย( 16.00-20.00 น.)ดันมาสมทบแล้วเป็นเวรของชลัญอีก (ว๊าว ...คนอะไรมันจะซวยซ้ำซ้อนได้ขนาดนี้ว่ะ) คนไข้ก็ดันมากอีก แล้วแถมมาเจอแพทย์จบใหม่อยู่เวร ตรวจไปโทร consult ไป อยู่เวรวิ่งไปมาระหว่าง OPD +ER สงสารแพทย์ก็สงสาร  สงสารคนไข้ก็สงสาร  น้องผู้ช่วยฯ มันสั่งแทนหัวหน้า

"พี่โจ้ ตรวจ ไม่งั้น  5 ทุ่มก็ไม่ได้กลับบ้านหรอก "

น้องผู้ช่วยฯสั่งใครจะกล้าขัด ขนาดหัวหน้าสั่งยังต้องทำเลย ( แซวกันเล่นเพราะสนิทกันอยู่) ชลัญก็ต้องสวมวิญญาณ ตรวจคนไข้อีกรอบ ยังซวยไม่พอ  มีผู้มี คำเรียกนำหน้ายาวเหยียด ตำแหน่ง รศ.ดร. พาลูกชายมาแวะตรวจเนื่องจากไปเที่ยวลาวมาตาอักเสบ ผ่านพิมายก็เลยเข้าตรวจที่ รพ.พิมาย ประกอบกับคุณหมอมีคนไข้ฉุกเฉิน  อีก ไอ้จะให้รอก็กะไร ถ้าเป็น รศ.ดร.แบบท่านคนถางทางนี่น่าจะให้รอได้เพราะท่านคงเดินสำรวจหาเรื่องเขียนบันทึกได้หลายเรื่อง  ไอ้เราจะตรวจเองหรือก็แหม ท่านเป็น อาจารย์สอนแพทย์ กรรมชลัญ เอาไงว่ะ  เมื่อเห็นนานพอควรไม่มีวี่แววแพทย์ ER จะเรียบร้อย  ชลัญก็เลยตัดสินใจโทร.หาแพทย์ เฉพาะทาง  ให้ orderให้  เพราะจริงๆ ไม่มีอะไรหรอก  แต่ด้วยเกียรติของ รศ.ดร.เราก็ต้องเอาเฉพาะทางมาเปรียบให้หน่อย  อธิบายท่านถึงเหตุผล  ท่านเข้าใจ + พอใจ รับยากลับ กทม.ได้  แต่คนไข้ที่นั่งรอนี่ซิจะกินหัวชลัญธร 

   และแล้วเวลาเป็นไท ของชลัญก็มาถึง 20.00น.  " เย้ๆ  รอดตัวแล้ว" พยาบาล Er มาเปลี่ยนเวรให้  ขณะที่จะเดินกลับ  น้องผู้ช่วยฯวิ่งมา พี่โจ้ แม่ลูก 3 คน ที่มาตรวจตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กลับ ทำไงดี  เอ้า  ซวยชลัญอีก 

   เข้าไปถามน้ำตาแม่จะไหล "ฉันไม่มีรถกลับบ้าน " อุ้มลูกวัย 1  ปีเศษๆ   และมีลูกสาววัย 12 ปีอีกคน 

"ฉันติดต่อญาติไม่ได้หมอ  สามีไม่อยู่ รถรับจ้างก็หมดแล้ว "

ชลัญหันมองสามี เขาทำท่าขี้เล่นของเขา แล้วบอกว่า " ไม่เอา  ไม่พูด " 

ชลัญยิ้มออก เพราะนี่คือสัญญาณี่บอกว่า เราไปส่งคนไข้กัน  สุดท้ายก็ขับรถไปส่งคนไข้  ระยะทางประมาณ 13 กม. ก็ไกลทีเดียว  เพราะทางหมู่บ้าน ระหว่างทางก็คิดสะท้อนไป  นี่ถ้าไม่เจอเรา 3 แม่ลุกจะเป็นไง  คง มืดมนน่าดู  ยิ่งลูกน้อยร้องงอแงหิว  แทบ รพ.ร้านก็ปิดหมดแล้ว  ระหว่าทางสามีบอก

 "โจ้ไป เซเว่น เดี๋ยวซื้ออะไรให้เด็กหน่อยดีกว่า คิดว่าคงหิว ร้องงอแง   " นี่แหล่ะความน่ารักของสามีที่ทำให้ฉันรักเขาสุดหัวใจ

  แม่ลูกไม่พูดว่าอย่างไร  แต่พอยี่นขนมปังให้ ก็พากันกินเกลี้ยง

   ไปส่งถึงบ้าน เขาก็ขอบอกขอบใจเราเป็นการใหญ่

    ก็รู้สึกดีที่วันนี้ทำความดีอีก เรื่อง  กลับถึงบ้าน 21.30 น. หมวยน้อยก็งอแงเพราะง่วงนอน  

     ชลัญก็ขออาบน้ำนอน เพราะเหนื่อยมากทั้งวัน

      แต่ก็เปิด tablet  update  ข่าวสารจาก ชาว GTK อยู่ตลอด  แต่เสียดายไม่ได้สนทนาก่อนนอน  ขาดอาหารสมองไปหน่อย 

     ตื่นขึ้นมา ตี 2 ก็มานั่งทบทวน  เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชลัญต่อสู้แล้วทำให้จิตตก .... แต่จะใช้วิธีการยังไงนั้น  คงต้องบันทึกอีกเรื่องเป็นตอนๆ เพราะเรื่องยาวมาก 

    แต่ถึงแก้ไม่ได้  ในสามัญสำนึกของผู้มีส่วนรับผิดชอบในเมื่อวานนี้เห็นสถานการณ์ คนไข้ที่มากมายปานนี้ ทำไม ผู้บริหารเขาทนเฉยนั่งประชุม กันได้โดยไม่รู้สึกสักนิดได้อย่างไร  วิชาการเพิ่มพูนความรู้หรือก็ไม่ใช่ เพียงประชุมติดตามปัญหา กับรับนโยบาย  อยู่แต่ตัวแทนก็ได้มั๊ง ....

    ชลัญนี่ท่าจะเป็นผู้บริหารไม่ได้หรอก  เพราะเพิกเฉยไม่เป็น แต่ก็ไม่เคยคิดจะเป็นแน่นอน  เพราะชีวิตนี้เพียงพอ บ้านมีอยู่ รถมีใช้ นามีทำกิน หนี้สินไม่มี ก็จะเอาอะไรอีกล่ะชีวิตนี้ เพียงพอแล้ว ขอแค่ความมั่นคงต่อ คือข้าราชการบำนาญพอ

......................................................................

ครบ 25 ปี เมื่อไรลาออก เหลือ อีก 7 ปีเอง

.......................................................................