หลังจากทิ้ง facebook ตัวเองไว้จนหยากไย่ขึ้น
ก็กลับไปเพื่อไป สุขสันต์วันแต่งงานของพี่ กับวันเกิดของน้อง ที่น่ารัก
เห็นมีนักศึกษามาขอ add ทำให้ข้าพเจ้านึกถึง
ชั่วโมงที่มีเรื่อง Palliative care และ grief
"อาจารย์ลองไปดูเรื่อง Home นะค่ะ ทำได้ซึ้งมากเลย"
...จนตอนนี้ คงออกโรงไปแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปดู
ด้วยเหตุผลยอดนิยม คือ - ไม่มีใครไปดูด้วย  
นึกขำไปถึงครั้งก่อน ที่พี่ชายแสนดี กลับมาเยี่ยม
ซื้อซีดีหนังมาเอาใจ บอกว่าดูเป็นหนังรักใสๆ ของสองคู่พระนาง
เปิดดูไปเป็นหนังละเอียดอ่อน ดีกว่าที่คิด
แต่ตัวคนซื้ออึ้ง..
หนังเรื่องนั้นชื่อ "รักแห่งสยาม"
...
Anthony Bradley ได้กล่าวถึง นิยามของ social media ว่า
Social media is an environment not a technology.
Facebook is a social media environment built on social networking technology.
 While you can do many things with social media, its real and unique value comes from mass collaboration.
...
คำว่า "Collaboration" เดิมที ข้าพเจ้าเข้าใจว่า 
เป็นเพียงร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

จริงๆ แล้วยังเป็น "การเหนี่ยวนำการเปลี่ยนแปลงภายในตัวตน"
ของคนในสิ่งแวดล้อมนั้นด้วย
..
ขณะนี้ใน gotoknow
ข้าพเจ้ารู้สึกอยู่ในสภาพแวดล้อม
ที่รายล้อมด้วยกระแสแห่ง "มุทิตาจิต" 

บางท่านเขียนอนุทิน แสดงลิงค์บทความที่ชื่นชอบ
บางท่านกำลังแอบให้ดอกไม้บทความของเพื่อนๆ อย่างขมักเขม้น 

มุทิตา เกิดได้อย่างไร ?

ทำให้ข้าพเจ้าได้กลับไปหาสิ่งที่เคยผ่านตา (แต่ไม่เข้าใจ)
ได้ข้อคิดที่น่าสนใจจากที่นี่
 "พรหมวิหาร มี 4 ข้อ แต่ต้องเจริญเมตตาก่อน
ไม่มีเมตตา กรุณามีไม่ได้
ไม่มีกรุณา มุทิตา อุเบกขาก็มีไม่ได้ "
เมื่อตรึกตรองดู
พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมา มักไม่ริษยา ไม่หวังผลตอบแทน
เพราะให้ความเมตตา กรุณา มาอย่างเหลือล้น จนเป็นพรหมของลูก
แต่เคยได้ยิน เพื่อนชาวอเมริกันเล่าว่า
เธอรับเด็กจากชุมชนแออัดมาเป็น เด็กบุญธรรม แต่แบเบาะ
พอเด็กโตแล้ว ตอนไปเจอแม่จริง
แม่ของเด็กแสดงอาการริษยา?
แล้วกับคนที่ไม่ใช่ลูกหลาน หรือ ลูกศิษย์ เราล่ะ ?
ผู้ที่มีมุทิตาจิตอยู่เสมอ
เป็นเพราะเขาได้ฝึกจิตจนระดับเมตตา กรุณา ต่อผู้อื่นสูงตลอดเวลาอยู่แล้ว
หรือ เพราะความฉลาดรู้ที่จะเมตตา กรุณาต่อตนเองด้วย
อารมณ์ตรงข้ามกับ มุทิตา คือ อารมณ์ริษยา นั้นเป็นทุกข์
...

กลับมามองตัวเอง

เหตุใดไม่ค่อยเข้า facebook ?
ข้ออ้างที่ข้าพเจ้าบอกใครต่อใครคือ

"ไม่มีเวลา"
"ใช้ไม่เป็น"
"เม้นไม่เก่ง"

ลึกๆ แล้วเหตุผลเกิดจากความกลัว ความอ่อนแอ
กำลังของ "มุทิตาจิต" ที่ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทลายกำแพง
กำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นจากอดีตบางตอน
ขอบคุณ กัลยาณมิตร gotoknow ที่เป็นแบบอย่าง 
และเหนี่ยวนำสร้างพลังมุทิตา

ให้ข้าพเจ้ากล้าที่จะเปิดใจ.. อีกครั้ง

###

สำหรับคนที่รู้สึกโดดเดี่ยว
แท้จริงความรัก ความปรารถนาดี จากเพื่อนมนุษย์อยู่ไม่ไกล
เพียงเราปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่รู้ตัว 

.

.

-------------------------------------------------------------------
ท่านทูตให้เกียรติมาเยือนพร้อมคำถาม การใส่เพลงแบบเล่นเอง (autoplay)
ด้วย youtube ใน blog จึงขอบันทึกไว้ในที่นี้ค่ะ 

1. คัดลอก embed code ของ youtube เพลงที่เราต้องการ ดังภาพ
 


2. นำ embeded code นั้นมาใส่ใน blog โดยเลือก button "HTML" 
- หากเราไม่ต้องการให้เป็นแถบเล็กๆ ก็ปรับความกว้าง ความสูง
- หากเราต้องการให้เพลงขึ้นอัตโนมัติเวลาเปิดบล็อก ใส่ code แทรกว่า
  &autoplay=1 ค่ะ
  ดังที่แทรกในบทความนี้ 

<object width="300" height="50" data="http://www.youtube.com/v/FQxxwd1JNKk?version=3&amp;autoplay=1&amp;hl=en_US&amp;rel=0" type="application/x-shockwave-flash"><param name="data" value="http://www.youtube.com/v/FQxxwd1JNKk?version=3&amp;autoplay=1&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/FQxxwd1JNKk?version=3&amp;autoplay=1&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>