ผู้นำที่มีบุคลิกน่าเคารพเลื่อมใส่  ศรัทธา  ควรมีลักษณะดังนี้
                1.ยึดมันในแนวทางพระพุทธศาสนา  หรือศาสนาอื่นๆตามที่ตนเองเคารพนับถือ  เพราะศาสนาทุกศาสนามีแนวทางคำสอนให้ทุกคนปฏิบัติตนในสิ่งที่ดีงามทั้งสิ้น  สำหรับพระพุทธศาสนาผู้นำอาจยึดถือหลักธรรมตาม  พรหมวิหาร 4 คือ
                         *- มีความเมตตา  โดยปรารถนาที่จะให้ผู้นำมีความสุข  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน  การใช้ชีวิตประจำวัน
                         *- มีความกรุณา  คือ  ช่วยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา บุคคลรอบข้าง  และญาติสนิทมิตรสหายได้พ้นทุกข์  ทั้งนี้ให้อยู่ในหน้าที่ขอบเขตของอำนาจในการกระทำ  มีความปรารถนาดีอย่างจริงใจกับทุกคน  ให้อภัยไม่คิดมุ่งร้าย  เพราะการให้อภัยนั้นเป็น  กุศล  ที่สูงสุด
                         *- มุทิตา  คือ  มีความยินดีที่ที่ได้พบหรือได้เห็น  หรือมีส่วนร่วมให้เขาพ้นทุกข์  มีความสุข  ย่อมแสดงออกซึ่งความยินดีปรีดาไปด้วยเมื่อเขามีความสุข  พ้นทุกข์
                         *- อุเบกขา  คือ  เป็นผู้นำที่ว่างตัวเป็นกลางรักษาความสมดุลขององค์กร  ของบุคคลในหมู่คณะ  ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ  ให้ความเป็นธรรมอย่างแท้จริง
                2. ผู้นำ  ควรแนะนำชี้ทางให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติในสิ่งที่ดีแก่บุคคลและสังคมส่วนรวม  รู้จักเสียสละอดทนในการทำงาน  และอุปสรรคปัญหาทั้งปวง
                3. ผู้นำ  ควรผู้และประพฤติตนที่แสดง  และบ่งบอกถึงความมีภูมิรู้ภูมิปัญญา  ทักษะความสามารถต่างๆในการทำงาน  ตลอดจนแสดงออกซึ่งความปรารถนาดีกับผู้อื่นทุกเมื่อ
                4. ผู้นำ  ควรสามารถที่จะควบคุมอารมณ์ทุกสถานการณ์ได้  ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ  ดีใจ  เสียใจ  ต่างๆ  โดยไม่แสดงออกให้ปรากฏแก่สายตาผู้อื่น
                5. ผู้นำ  ควรช่วยเหลือคุ้มครองคุ้มภัย  ปกป้อง  รับผิดชอบแทนผู้ใต้บังคับบัญชาในกรณีส่งทำงานแล้วเกิดความผิดพลาดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ  ควรแบ่งรับความรับผิดชอบด้วยกัน ในลักษณะดังกล่าวนี้อาจกล่าวเน้นคำพูดได้ที่ว่า “งานใช้เป็นไขต้องรักษา”
                6. ผู้นำ  ต้องรักในศักดิ์ศรีของผู้นำ  กระทำเป็นคุณงามความดีกล้ายืนหยดต่อสู่ในสิ่งไม่ถูกต้อง  ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่า  “ความดีอย่างสม่ำเสมอ”
                7. ผู้นำ  ต้องรักในความเที่ยงธรรม  กล่าวคือ  การที่ผู้นำหรือนักบริหาร “รักความเที่ยงธรรม”  เป็นคุณธรรมที่สำคัญอันประการหนึ่ง  ซึ่งต้องปลูกฝังให้มีให้เกิดขึ้นในตน  อาจขยายความได้ว่า  ต้องรักหรือยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องและเที่ยงธรรม  ไม่ตกและรู้เท่าทันในอำนาจกิเลสทั้งปวงที่เข้ามารุมเร้าครอบงำได้
        อนึ่งผู้ที่ทำงานในส่วนราชการไม่ว่าจะแขนงใดย่อมมีค่าตอบแทนที่ระบบราชการเป็นผู้จ่ายให้ไว้  เพื่อในการดำรงชีพให้อยู่ได้เพียงแต่ควรดำรงชีวิตยึดหลักความพอเพียงเป็นองค์ประกอบ  ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่และทำงานอย่างมีความสุข  ในขนาดเดียวกันหากประพฤติอยู่ในวังวนของอำนาจกิเลสต่างๆ  เช่น  อยากรวยก็คอรัปชั่น  อาศัยราชการบังหน้าในการทำงาน  เบียดเบียนเวลาราชการไปทำงานส่วนตัว  ขาดความรับผิดชอบทั้งด้านการทำงานและเวลา  ผู้ปฎิบัติเช่นนี้ควรออกจากระบบราชการไป  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ตั้งใจทำงานเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน  เพื่อประโยชน์สุขของผู้ที่เกี่ยวข้องและประเทศชาติโดยรวม