ฉัน : พี่ต้องกลับแล้วนะ
น้อง: ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วจังนะพี่กี้ พี่จะกลับแล้วจริงหรอ
ฉัน:ใช่แล้ว พี่ไม่รู้หรอกว่าในอนาคตพี่จะได้กลับมาที่นี่อีกไหม
เราอาจจะจากกันโดยที่เราอาจจะไม่มีวันได้พบเจอกันอีกก็ได้
แต่พี่ยังหวังนะว่าเด็ก ณ แห่งนี้จะตั้งใจเรียนกัน เป็นเด็กดี ของทุกคน
ถ้าคิดถึงพี่ก็ต้องเป็นเด็กดีนะ
น้อง: พอขึ้นรถแล้วพี่อย่าร้องไห้นะ หนูก็จะไม่ร้อง
สิ้นเสียงพูดแต่สียงที่คลืบคลานเข้ามาแทนคือเสียงสะอื้นจากร่องรอยแห่งน้ำตา
ที่ไร้คำพูดใดๆเพียงแต่คำพูดนั้นได้สื่อมาทางแววตาทั้งสิ้น
ฉันต้องจากที่นี้ เหตุเพราะฉันมาที่นี่
ชมรมสานฝันคนสร้างป่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้ออกค่ายเพื่อไปสร้างฝายชะลอน้ำให้แก่โรงเรียนบ้านชัยมงคล จ.หนองบัวลำภู หมู่บ้านที่ไร้ซึ่งการติดต่อทางโทรศัพท์ หมู่บ้านหลังเขา ที่ต้องเดินทางมาอย่า่งทุลักทุเล
ที่ตลอดทางทุกคนต้องหาผ้ามาปิดจมูกไว้เพราะมิเช่นนั้นโรคปอดจะมาเยือนได้แถมอะไรสีขาวๆก็ห้ามเพราะมันจะกลายเป็นสีน้ำตาลเนื่องจากถนนเป็นดินแดงลูกรัง ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีโรงเรียนประถมที่มีนักเรียนเพียง50คน แต่ที่น่าตกใจคือมี ป.5 เพียง1คน แต่ล่ะวันทุกคนต่างมุ่งหน้าช่วยกันขนหินลงมาจากเขาด้วยรถไถ หนทางแสนทุกลักทุเลสุดขีด สุดจะทน
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตได้นั่นคือเด็กที่นี่เค้าช่างสังเกตดีนะมาดูว่าพี่ๆทำอะไรกันซึ่งมันทำให้ฉันได้รู้จักน้องสาวและน้องชายที่น่ารัก ที่คอยมาแวะเวียนหาพี่เสมอ "พี่กี้รู้ไหมตรงข้างๆโรงเรียนเป็นวัดนะ เค้าพึ่งเผาเด็กที่ตกน้ำตายวันก่อน" สิ้นประโยคแล้วฉันรู้สึกว่าห้องน้ำจะอยู่ข้างๆตรงนี้ไม่ไกลนะ ฉันได้แต่คิดในใจ"เอาแล้วไหมล่ะกู"
ฝายที่เราทำกันค่อนข้างหนักเป็นฝายกึ่งถาวรที่ต้องขนหินจากเขาลงมาทำซึ่งมันค่อนข้างหนัก วันแรกๆแขนฉันแทบจะยกไม่ขึ้นซะแล้ว....พอถึงเวลานอนก็หลับปางตาย พอถึงเวลาตื่นก็แทบอยากจะไปขอร้องพระอาทิตย์ดังๆว่า อย่าพึ่งทำหน้าที่ได้ไหม!
ซึ่งในการทำก็เป็นไปด้วยดีเพราะมีเ้จ้าหน้าที่มาคอยบอกเสมอซึ่งก็ส่งผลให้ทำงานกันง่ายขึ้น
เราทำอาหารกินกันเองเปลี่ยนเวรกันทำ ทำกันจนครบทุกหน้าที่ รู้สึกว่าจะได้ตำส้มตำซะด้วย
ซึ่งชีวิตที่อยู่ที่นั่นต่างวนเวียนไปเรื่อยๆแบบนี้ในด้านของร่างกาย ตั้งแต่วันที่ 8-13มีนาคม ที่ผ่านมา
ส่วนในด้านของจิตใจและความรู้สึกที่คนอื่นหรือบางคนอาจจะไม่ได้สัมผัสมันคือ คุณค่าของความเป็นครู ฉันถามเด็กที่นั่นพบว่า ที่นี่มีครูแค่2คน เป็นครูผู้ชาย ซึ่งไม่มีใครอยู่ทนเลย ย้ายเข้าย้ายออกเป็นว่าเล่น
ผู้ใหญ่ที่นี่ส่วนมากจะให้ลูกอยู่กัย ตา ยาย ส่วนตัวเองจะออกไปรับจ้างทำงานที่อื่น ส่งเงินมาให้ลูกใช้ กลับบ้านเป็นครั้งคราว บ้านที่นี่มีไม่ถึง50หลังด้วยซ้ำไป เมื่อเดินออกมาหันหน้าไปก็เจอเขา หันหลังไปก็เจอเขา จนฉันคิดในใจเล่นๆว่าถ้ามีคนเอาฉันมาปล่อยที่นี่ฉันคงต้องกลายเป็นคนป่าไปแน่ๆ
ฉันถามเด็กว่าที่นี่มีครูผู้หญิงไหม
ตอบ ไม่เคยมีด้วยซ้ำไป
โรงเรียนเล็กๆกลางหุบเขาแห่งนี้ ที่ไร้ซึ่งวี่แววของความเจริญ แต่เต็มเปี่ยมด้วยแววตาแห่งความหวังของเด็กที่นี่ว่าเค้าจะมีครูที่จะอยู่กับพวกเค้านานๆสักทีหรือตลอดไป
ทุกวันที่ฉันเดินทางลงมาจากเขา เด็กน้อย2คนเดินมาด้วยเสมอ
และร่วมกันบรรเลงบทเพลงที่ ที่นี่ไม่เคยฟังมาก่อน เพลงใหม่ของที่นี่
ขับร้อง สอนน้องร้องไปด้วยกันท่ามกลางป่าเขา หมู่แมกไม้ ที่กำลังฟังอย่างตั้งใจอยู่แน่ๆเลย
-เด็กน้อย ถามว่าพี่เรียนอะไรหรอค่ะ
-พี่เรียนครู จร้า ปี2แล้ว
-แล้วพี่จะจบตอนไหน
-อีก3ปีนะพี่ถึงจะจบ
-ถ้าพี่จบแล้วมาเป็นครูที่นี่นะหนูจะรอพี่อยากมีครูผู้หญิงจังเลย
- -.- อื้ม จร้า
สิ้นเสียงนั้นได้จบลงแล้ว แต่ห้วงของความคิดของฉันยังคงดำเนินต่อไปจากสิ่งที่ได้ยิน การได้เห็น ที่พบและเจอ
ฉันนึกถึงท่อนนึงของบทเพลงที่เราร้องกันประจำในคณะศึกษาศาสตร์ที่ว่า
ทำไมครูที่นี่มีน้อยนัก
เด็กๆมักถามถึงครูอยู่เสมอ
ครูคนใหม่อยู่ไหนกันเล่าเออ
เด็กชะเง้อคอยครูอยู่ทุกคน
ครูจบแล้วทำไมไม่ยอมกลับ
หรือใครจับครูไว้ที่ไหนน้อ
เด็กเพียรถามหน้าเศร้าอย่างเฝ้ารอ
น้ำตาคลอที่นี่ไม่มีครู
วันสุดท้ายที่ฉันคงต้องกลับ มหาวิทยาลัย ภาพที่ฉันเห็นและตราตรึงนั่นคือ
ภาพของเด็กที่มานั่งร้องไห้ในวันลาจาก ......
โบกมือลา
ในขณะที่รถของฉันกำลังเคลื่อนออกจากที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีความเจริญด้านวัตถุ
สู่เมืองแห่งความเจริญ และ การศึกษา ที่เพรียบพร้อม
แวะมาเยี่ยม
ฝนสาดวสันต์
จากกันวันที่มีสายฝน
ร่วงหล่นลงมาฟ้ารั่ว
ฟ้าร้องครืนครางน่ากลัว
ครึ้มคล้ำหม่นมัวหมางเมิน
ก้าวพรากจากไปช้าช้า
มองหายิงหายห่างเหิน
หยุดย่างทางยาวก้าวเดิน
เหลือเกินทานทนหม่นใจ
ถึง อ.โสภณ เปียสนิท ขอบคุณค่ะ เป็นการบอกเ่ล่าเรื่องราวผ่านบทกวี ที่คลอบคลุมเนื้อหาได้มากที่สุดค่ะอาจารย์ หนูเองพึ่งเขียนบันทึกแบบนี้เป็นครั้งแรก เพื่ออยากบอกเล่าสิ่งที่ผ่านมา ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะค่ะ
ถึง คุณ สันติ ค่ะ ค่ะดิฉันได้รู้จักเว็บนี้ผ่านทางท่านอาจารย์ท่านหนึ่งที่ตอนแรกเข้ามาหวังเพียงเผื่อ สมัครเอาคะแนนเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านมา GO to know เป็นเหมือนอาจารย์ท่านหนึ่งที่ได้ให้ประสบการณ์ต่อดิฉันเองอย่างมหาศาล เพื่อการเป็นครูในอนาคต และจุดประกายให้อยากบอกเล่าเรืองราวต่อไปค่ะ ดีใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุมชนGO to know