ผมได้คิดค้นไว้...คิดว่าต่างจากแนวทางอื่นๆ เช่น สายพันธ์ การสับตา การให้ปุ๋ย  

 

-ปลูกมันแบบสลับฟันปลา โดยอย่าให้แนวแถวตรงกัน  จะเพิ่มเนื้อที่ในการออกหัวได้  56%  โดยไม่ต้องทำอะไรไปมากกว่านี้  (เป็นไปตามทฤษฎีบทที่ ๒๙ ของ ไพธากอรัส ที่เด็กบ้านนอกลูกชาวไร่เรียนกันหมดทุกคน)  (ว่าไปแล้วปลูกข้าวก็ควรทำแบบนี้ เพราะช่วยลดการบังแดด แต่มันนี้ไม่บังแดดเท่าไหร่ แต่พื้นดินที่รองรับการออกหัวใต้ดินสำคัญกว่า)

 

-การขุดมันด้วยหัวผาลแบบใหม่ที่ผมได้ออกแบบและทดลองได้ผลแล้ว (แต่ถูกไอ้พวก “กรรมมารอ” มันปฏิเสธทุนวิจัยต่อยอด)  เพราะทำให้การขุดมันจะมีหัวขาด หลุดน้อยลง 10%  เพียงแค่นี้ก็จะทำให้ชาวไร่ได้กำไรมากขึ้น “2 เท่า” เข้าไปแล้ว   (2 เท่า จาก 56% ที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว กลายเป็นรายได้เพิ่ม  3.12 เท่าไปแล้วนะ...แต่อ๊ะๆ ช้าก่อน มันมากก่วานั้นเสียอีก ..คณิตศาสตร์เศรษฐศาสตร์มันมีอะไรแปลกเสมอ .... ความจริงแล้วน่าได้กำไรมากกว่าเดิมประมาณ 6 เ้ท่า ...ลองคำนวณดูเพราะกำไรนั้นมันประมาณ 20% ของการลงทุนเท่านั้น ดังนั้ัน 56% ทีเ่พิ่มมานั้นไม่ได้กำไรเพิ่มแค่ 56% นะครับ แต่กำไรเพิ่ม  280%   คูณสองเข้าไปก็ 560%  ) 

 

-การขายมันเส้นแห้งแทนการขายหัวมันสด  โดยต้องสับมันเอง (ผมคิดเครื่องสับแบบใหม่ไว้แล้ว หั่นเป็นแว่นแทนการขูดเป็นเส้น)   ต้องตากแห้งมันเอง (ใช้เครื่องตากแห้งแสงแดดราคาถูกที่ผมคิดไว้แล้ว แต่ไอ้พวกกรรมมารอ มันตัดทุนวิจัยตามเคย)    การขายมันเส้นนอกจากได้กำไรสูงขึ้นแล้ว ยังสามารถจัดการเวลา รอช่วงขายที่ได้ราคาดีอีกด้วย  ไม่ต้องกลัวมันเน่าเสียก่อน 

 

-การเลี้ยงสัตว์แบบธรรมชาติในไร่มัน เช่น ไก่บ้าน   กระต่าย   หนูกินหญ้า   ...ซึ่งจะได้สามต่อคือ กำจัดหญ้า (ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดในการทำไร่มัน)  การได้ปุ๋ยจากมูลสัตว์  และการได้เนื้อสัตว์ไปขาย (ถ้าไม่กลัวบาป)

 

-การตั้งสหกรณ์ทำการหมักมันเส้นเป็นสารตั้งต้นในการผลิตพลาสติกชีวภาพ (PLA หรือ PHA ก็ตาม) ...แบบนี้รายได้กระโดดสามเท่าทันที    ...เรื่องนี้นักวิทย์ม.ผม ทำการวิจัยไว้แล้วว่าทำได้ ไม่ยาก  ชาวบ้านก็สามารถทำได้

 

 

แต่รัฐมารไทย..ไม่สนใจอะไรเลย นอกจากประชานิยม หาเสียงธุรกิจการเมืองกินไปวันๆ บนความฉิบหายของประชาชาติไทย

 

...คนถางทาง (๘-๕-๕๕)