พืชไร่ไทยที่สำคัญก็มีข้าวโพด มันสปล. และอ้อย วันนี้ไร่อ้อยมีปัญหาคือ จน เป็นสำคัญ อีกทั้ง การเผาไร่อ้อยทีทำลายสิ่งแวดล้อมมาก ซึ่งประการหลังนี้มันแก้ง่ายนิดเดียว แต่ไม่ยอมทำกัน คือ ออกกฎหมายห้ามโรงงานรับซื้ออ้อยเผาก็หมดเรื่อง แต่มันเหลาะแหละ ต้องการคะแนนเสียงแบบ ปชต.ท้องถิ่นไทย ก็แก้ไขไม่ได้สักที
ว่าถึงเรื่องจน ผมได้คิดแนวทางเพิ่มรายได้ให้ชาวไร่อ้อยไว้นานสักห้าปีได้แล้วคือ
-แทนที่จะขายอ้อยสดให้โรงงาน ให้ขายน้ำอ้อยแทน โดยทำการบีบน้ำอ้อยเอง โดยสหกรณ์ไร่อ้อย ลงทุนไม่ได้มากอะไร เครื่องรีดน้ำอ้อย มันสร้างง่าย
-การขายน้ำอ้อยแบบนี้ทำให้ได้เงินมากขึ้น ...แถมลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งอ้อยดิบไปส่งโรงงาน...
-กาบอ้อยที่ลอกออก (โดยไม่ต้องเผาออก) จริงอยู่ต้องใช้แรงงาน แต่ออกแบบเครื่องรูดไม่ยาก แถมสามารถขายได้ หรือ เอามาทำประโยชน์ได้ เช่น เอามาอัดทำเป็น particle board
-ส่วนกากชานอ้อยที่เหลือยังสามารถขายได้อีก หรือถ้าไม่ขาย ก็เอาไปทำเยื่อกระดาษ หรือ อัดทำเป็น particle board ก็ตั้งโรงงานกันขึ้นมาสิ เป็นโรงงานท้องถิ่นที่ปชช.มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแบบสหกรณ์ก็ได้ หรือ รูปแบบอื่น แบบทุนนิยมผสมคอมมูนก็ได้
-สามารถเลี้ยงสัตว์ในไร่อ้อยได้ เช่น ไก่บ้าน ให้หากินกันโดยธรรมชาติในไร่ มูลไก่ออกมาเป็นปุ๋ยอีก ได้สองต่อ หรือวิจัยหาหนู กระต่ายที่กินหญ้า เช่น หนูตะเภา มันช่วยทำหญ้าในไร่ให้เสร็จ ให้มูลเป็นปุ๋ย ส่วนเนื้อมันถ้าไม่กลัวบาปก็ขายได้อีก
-วิจัยหากบบก (กบไร่) เลี้ยงกบให้กินแมลงได้อีก มูลกบก็เป็นปุ๋ยอีก
เว้นแต่ว่า รัฐมารไทย ไม่เคยคิด เหลียวแล ..เอาแต่ประชานิยม ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเฉพาะหน้ากันไปวันๆ เท่านั้นเอง
ทำให้ครบวงจร รายได้เพิ่ม 10 เท่าสำหรับชาวไร่อ้อยน่าเป็นไปได้
...คนถางทาง (๘-๕-๕๕)
The sugar mills won't buy sugar juice at the moment. 1) they use the left-over bagasse (fibres) as fuel to run 'steam engines' that power everything else in the mill -- and some mills generate electricity and sell to the grid-power suppliers. 2) recently, mills are diversifying into bagasse products: (plants) potting mix, food fibres, building materials, ... 3) most mills have invested in transportation network (to carry sugar canes whole to the mills), they will protect their investment.
One more point, sugar canes need washing (with water) before crushing and extracting (sugar) cane juice which must go into other (sugar making: crystallizing, refining,....) processes very quickly, otherwise wild yeasts would make some alcohols and mix alcohols in the juice and that is another problem.
In Aus, most cane growers buy shares in sugar mills (hence are part owners of sugar mills), they would see no reason to change. In Thailand, cane growers do not have any part in sugar mills (same as rice growers, corn growers, cassava growers,...) so they situation will improve by "one link" in the long chain (of processes).
How can growers change enough links or control the whole chain? Answers to this may come from cultural and social innovation as well as technological innovation.
วิธีท่านถางทางน่าลอง ข้อมูลท่าน sr น่าคิด
เรื่องน้ำอ้อยอาจเน่าผมคิดอยู่ครับ แต่ผมว่าแก้ได้ไม่ยากด้วยวิธีการทางเคมีหรือชีวภาพ เพราะความหวานโดยปกตินั้นก็ช่วยรักษาตัวเองอยู่แล้วในระัดับหนึ่ง ผมเคยทำวิจัยเรื่องการตกผลึกที่ดีที่สุดของระบบผลิตน้ำตาลทรายในระบบถังกวน มันสนุกมาก ผลิตนศ. ป.โทได้หนึ่งคน
อีกวิธีหนึ่งคือส่่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตน้ำตาลอ้อยไปเลย แล้วส่งเสริมให้ปชช.กินกันแทนน้ำตาลทราย น้ำตาลอ้อยผลิตง่ายด้วยการเคี่ยว หวานหอมดีกว่าน้ำตาลทรายเสียอีก อาจเสริมด้วยการอบแห้งให้มันแห้งกว่าปกติก็ยังได้