ทำแบบนี้ชาวนาอีสานจะมีรายได้สุทธิไร่ละ 20,000 บาทได้ไม่ยาก แทนที่จะได้ไร่ละ 2,000 บาท จนต้องไปขายเสียง รับจ้างชุมนุมแบบทุกวันนี้

ผมขอ ดจร. ตั้งชื่อเรื่องแบบประกิดเอาเอง แปลว่า “การชลประทานในตัวเอง”     (เพื่อให้มันน่าอ่าน เพราะถ้าไม่มีภาษาอังกฤษแล้วมันมักดูไม่ขลัง)   ....พี่น้องอีสานชาวนาผู้ยากจน สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐบาล  

 

วิธีการคือ

 

-การขุดคูน้ำรอบคันนาด้านใน กว้าง 1 ม. ลึก 1 ม. เอาดินที่ขุดไปถมทำคันนาให้กว้างขึ้นโดยกว้างประมาณ 1 ม.  รวมทั้งเอาไปทำคันนาด้านในด้วย ..กลายเป็นมีคันนาสองชั้น

-นาด้านในปลูกข้าวตามปกติ...ถ้าขาดน้ำเมื่อไร ก็สามารถสูบเอาน้ำจากคูน้ำเข้าไปใช้ได้ ...พอข้าวสุกพลับพลึงก็ระบายน้ำออกลงไปในคูน้ำ

-คูน้ำนั้นใช้เลี้ยงปลาได้ โดยเลี้ยงปลากินพืช เช่นปลาจีน (จีนเรียกปลาเฉา)  แล้วปลูกสาหร่าย ให้ปลากินสาหร่าย โดยไม่ต้องมีค่าอาหารปลา  เลี้ยงแบบแน่นในตอนแรก แล้วสางขายเป็นระยะ

-บนคันนาด้านนอก กว้างประมาณ 1 เมตร สามารถปลูกผัก พริก มะเขือ ได้ เพราะรากมันสามารถดูดน้ำ ความชื้นจากคูน้ำได้  หากน้ำไม่พอ ก็ตักน้ำจากคูน้ำมารดได้โดยง่าย

-เลี้ยงกบเขียดอึ่งให้กินแมลง  กบเขียดอึ่งยังขายได้อีกด้วย

 

-หมดหน้านา เดือนพฤศจิกา  น้ำในคูยังมีอยู่  ก็ทำนาปรังได้ หรือ ทำการปลูกผัก (เข้าหน้าหนาวพอดี ผักมักงาม แถมได้น้ำปุ๋ยที่ปนอึปลา จะยิ่งทำให้ผักงาม  กบเขียดก็ช่วยกำจัดแมลงที่จะมากินผักได้อีก) 

 

 

ทำแบบนี้ชาวนาอีสานจะมีรายได้สุทธิไร่ละ 20,000 บาทได้ไม่ยาก แทนที่จะได้ไร่ละ 2,000 บาท จนต้องไปขายเสียง รับจ้างชุมนุมแบบทุกวันนี้

 

...คนถางทาง (๘-๕-๕๕)