GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บันทึกการศึกษา KM : การจัดการความรู้ต่างกับการศึกษาอย่างไร ?

การจัดการความรู้ "ไม่ทำ ไม่รู้" ......ศาสตราจารย์วิจารณ์ พานิช
                   ต่อจากเรื่อง ทำไมต้องมีการจัดการความรู้เลยครับ นั่งบันทึกไปก็มีข้อสงสัยขึ้นมา ว่ามันต่างจากงานที่ผมทำอยู่อย่างไร ก็เลยเป็นคำถามว่า "การจัดการความรู้ต่างกับการศึกษาอย่างไร ?" ว่าแล้วเราก็search เลย โชคดีจังเจอทันที.....จากเอกสารของ ศาสตราจารย์วิจารณ์ พานิช อ่านแล้วสรุปได้ว่า การจัดการความรู้กับการศึกษามันเป็นความเหมือนที่แตกต่าง ซึ่งอาจมองใน 3 ด้านต่อไปนี้จะทำให้เรามองเห็นภาพชัดเจนขึ้น คือ มองด้านของที่อยู่ของความรู้ ถ้าเป็นการศึกษาจะเน้นศึกษาที่อยู่ในรูปของเอกสารตำราเป็นหลัก ส่วนถ้าเป็นการจัดการความรู้จะเน้นเกี่ยวกับความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล  ด้านต่อมามองในด้านลักษณะของการเรียนรู้ การศึกษาจะเป็นในลักษณะที่เป็นปัจเจกบุคคล ส่วนการจัดการความรู้จะเป็นลักษณะของการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม ด้านที่สาม มองในด้านความสัมพันธ์กับงานและการดำรงชีวิต การศึกษาโดยส่วนใหญ่จะแยกตัวออกมาจากงานและการดำรงชีวิตคือเรียนอย่างเดียว ส่วนการจัดการความรู้จะเป็นลักษณะของการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการดำรงชีวิต

    ส่วนวิธีในการจัดการความรู้ ทำอย่างไร..? คงไม่สามารถระบุได้ เอาเป็นว่า "วิธีการใดก็ตามที่มีเป้าหมายพัฒนางานของกลุ่มหรือของตน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์หรือความรู้ที่เกิดจากการทำงาน ถือเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น"  ซึ่ง ที่เห็นชัดเจนได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิธีการทำงานแบบ Best Practice  ซึ่งหมายถึงการค้นหาวิธีการทำงานที่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วนำมาบันทึกไว้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับบุคคลอื่นให้เข้ามาศึกษาเพื่อให้เขานำไปปฏิบัติและเมื่อเขานำไปปฏิบัติแล้วได้ผลดี หรือมีการปรับปรุงวิธีการแล้วได้ผลดีขึ้นก็นำมาบันทึกเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กันต่อไปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนนักปฏิบัติ” (Community of Practice,CoP) อันนี้จะเป็นลักษณะที่คล้ายกับแบบแรกแต่จะมีลักษณะเป็นชุมชนของกลุ่มคนที่ปฏิบัติงาน หรือสนใจเรื่องเดียวกัน แต่อาจจะอยู่ห่างไกลกัน วิธีการที่โลว์เทคสุดก็ เช่นต่างหมู่บ้าน ต่างองค์กร กันอาจจะแลกเปลี่ยนความรู้กันโดยการนัดพบปะพูดคุยกัน ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ  ถ้าจะใช้เทคโนโลยีก็ใช้ อินเตอร์เน็ตเข้าช่วยก็ทำให้สะดวกขึ้นวงจรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกกำลังสาม บวกค้นคว้า เป็นลักษณะของการเรียนรู้เพื่อก่อให้เกิดผลงานซึ่งจะเรียนรู้ร่วมกันของทีมไปพร้อมๆ กันกับการทำงานโดย จะมีสามลักษณะของการเรียนรู้คือ เรียนรู้ก่อนทำงาน (learning before) เรียนรู้ในขณะทำงาน (learning duing) และเรียนรู้หลังงานนั้นสำเร็จ (learning after)  นอกจากนั้น ยังมีการค้นคว้าเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมจากภายนอกมาใช้ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการจัดการความรู้            เคล็ดลับชิ้นแรกได้กล่าวไว้แล้ว ได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing)          เคล็ดลับที่ 2 ก็ได้กล่าวแล้วเช่นกัน ได้แก่ การหมุนเกลียวความรู้ (Knowledge Spiral) เพื่อยกระดับความรู้ของกลุ่ม หรือขององค์กร          เคล็ดลับที่ 3  ทำให้ความรู้ของบุคคล เป็นหนึ่งเดียวกับความรู้ขององค์กร          เคล็ดลับที่การยกระดับความรู้โดยเคลื่อนความรู้ข้ามแดนได้แก่ (1) ข้ามแดนตระกูลความรู้ คือข้ามไปมาระหว่างความรู้ในคนกับความรู้ในกระดาษ  (2) ข้ามแดนบุคคล  ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคน โดยเฉพาะระหว่างคนที่มีมุมมองหรือวิธีคิดต่างกัน  (3) ข้ามแดนหน่วยงานภายในองค์กร หรือถ้าไม่ติดปัญหาการรักษาความลับ การข้ามแดนออกไปนอกองค์กรจะยิ่งช่วยยกระดับความรู้  (4) ข้ามแดนระดับความรับผิดชอบในองค์กร ได้แก่ ข้ามแดนระหว่างพนักงานระดับปฏิบัติการ-ผู้บริหารระดับกลาง-ผู้บริหารระดับสูง  วนกลับไปกลับมา และ (5) ข้ามแดนรูปแบบการทำงาน ได้แก่ รูปแบบการทำงานที่เน้นกฏระเบียบและการบังคับบัญชา (bureaucracy)  กับรูปแบบการทำงานที่เน้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (project team)  ผลของการจัดการความรู้            ผลของการจัดการความรู้มีอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่1. ผลสัมฤทธิ์ของงาน   เกิดผลสำเร็จในระดับดีมาก  ขึ้นไปถึงขั้นน่าภาคภูมิใจ หรือระดับนวัตกรรม2. พนักงาน  เกิดการพัฒนา การเรียนรู้ เกิดความมั่นใจตนเอง เกิดความเป็นชุมชนในหมู่ผู้ร่วมงาน เป็นบุคคลเรียนรู้3. ความรู้ของบุคคล และขององค์กรได้รับการยกระดับ  มีการสั่งสมและจัดระบบให้พร้อมใช้            4.  องค์กรหรือหน่วยงาน มีสภาพเป็นองค์กรเรียนรู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การจัดการความรู้
หมายเลขบันทึก: 48743
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(0)