ฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา...หลังจากที่ปล่อยให้แสงแดดเริงร่านับเดือน

เวลาตอนนี้...บ่ายสองโมง...ผมมาที่โรงพยาบาล...มีผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่าน ประมาณ 30 คน

มีผู้เข้าประชุมหลายหลาก เช่น ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง  สาธารณสุข เรือนจำ ท้องถิ่น ครู และอีกหลายภาคส่วน

 

อำเภอของเราจะจัดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับกลุ่มเสี่ยงยาเสพติด (ภายหลังประชุมกันว่า จะเปลี่ยนชื่อให้เท่ห์กว่านี้)

มีจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 400 กว่าชีวิต

จัดที่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำในอำเภอ...ธรรมชาติ...แมกไม้...สายน้ำ คงจะทำให้ชื่นใจไม่น้อย

จัดทั้งหมด 6 รุ่น ๆ ละ 9 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 9  พฤษภาคม – 14 กันยายน 2555

ด้วยระยะเวลาค่ายที่ยาวนาน...ทำให้ทีมทำงานห่วงภารกิจหรืองานประจำของตนเอง

ผมเองเช่นกัน...กะจะจับคู่กับน้องสลับผลัดเปลี่ยน เพื่อได้กลับบ้าน และกลับมาทำงานที่อนามัยบ้าง

 

 วันนี้ทีมงานคุยกันโดยท่านปลัดอำเภอเป็นประธาน....ท่านบอกว่า ทุกคนคือคนหลักและสำคัญในการทำงาน

การเสียสละครั้งนี้นับเป็นการสร้างอนาคตให้กับเยาวชนและประเทศชาติ

เราเห็นประเทศจะสร้างบ้านเรือนวัดวาอารามใหญ่โต....แต่การสร้างและพัฒนาคนก็มีความสำคัญด้วย

และขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่จะร่วมแรงร่วมใจกับภารกิจ และทุกคนมีความเชี่ยวชาญแต่ละบทบาทอยู่แล้ว

 

ด้านหลักสูตรการเข้าค่าย เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาแล้ว จำนวนวัน 9 วัน ห้ามน้อยวันกว่านี้...และต้องมีการฟื้นฟูวิทยากรระดับกลุ่มย่อย

และทักษะที่ค่ายจะให้เด็กเมื่อกลับบ้าน คือ ทักษะการป้องกันไปเสพยาซ้ำ...และเวลา 9 วันในค่าย ถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดี...เด็กจะเกิดอาการหยุดการใช้ยาได้

 

และยามเช้าทุกวันในค่าย...จะมีการ “จัดประชุมเช้า” เพื่อให้เด็กแต่ละคน มายอมรับการทำผิด และให้เพื่อนวิจารณ์และให้กำลังใจกัน ซึ่งจากองค์ความรู้ด้านวิชาการที่ทำในเรือนจำ พบว่า สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ดีของตนเองได้ และกลายเป็นนิสัยที่ดีได้

 

“การจัดประชุมเช้า” ผมว่า สามารถทำในครอบครัวได้ เพราะสังเกตว่า แต่ละวัน พวกเราภายในบ้านไม่ค่อยได้คุยกันเลย

 

แต่ผมอดกังวลว่า...มีกิจกรรมหนึ่งที่ดีมาก คือ ครอบครัวสัมพันธ์ ซึ่งพ่อแม่จะมาพบกับลูก ๆ ผมอยากให้ท่านมาให้กำลังใจ เพราะน่าจะได้บรรยากาศดี และเปี่ยมด้วยไออุ่นรัก  ผมสังเกตว่า บางครอบครัวไม่เคยกอดกันเลย ซึ่งในส่วนตัวผมอยากให้มาครบทุกคน

 

นอกจากกิจกรรมเข้ากลุ่มย่อยที่เน้นทักษะ...ดึงศักยภาพ...ค่ายยังมีการศึกษาดูงาน  ออกกำลังกาย เล่นรอบกองไฟ และ Walk Rally  ...ซึ่งริมอ่างเก็บน้ำสวยมาก และมีต้นไม้มากมาย คงช่วยให้น้อง ๆ คลายเหงาและคิดถึงบ้านได้

 

แต่มีสิ่งห่วงเรื่องสำคัญ คือ  การค้นหาน้องผู้ที่เข้าค่าย

ส่วนหนึ่งได้จากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ทำคลินิกยาเสพติด

อีกหนึ่งได้จากควบคุมประพฤติ และตำรวจ ที่ตรวจปัสสาวะพบ แต่ไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย เพราะสามารถเข้าค่ายเพื่อพ้นความผิดได้

แต่อีกส่วนหนึ่งที่หาได้ยาก คือ การทำประชาคมหมู่บ้าน โดยทีมชุมชน และผู้ใหญ่บ้าน เพราะไม่มีใครที่จะบอกว่า ลูกหลานคนใดเสพยาเสพติด ซึ่งเราอาจทำประชาคมไม่เข้มข้น หรือ ไม่กล้า ความมีอำนาจของบทบาทเครือญาติ หรืออื่น ๆ ซึ่งต้องวิเคราะห์อีกที

 

สิ่งที่ดีที่ทางทีมวางแผนไว้อย่างดีที่ผมชอบมาก คือ ทุก ๆ วันทีมน่าจะคุยกัน หรือถอดบทเรียนในแต่ละวัน และประเมินภาพรวมในแต่ละค่าย ร่วมถึงที่หวังกัน คือ ติดตามเด็กจากค่ายไปแล้ว เขาจะมีวิถีชีวิตอย่างไร ? ซึ่งที่ผ่านมา ทีมงานเราไม่เคยทำเลย

 

ในความรู้สึกของผม มีทั้งดีใจและแอบกังวลกับภารกิจตามเหตุผลข้างบน

แต่ความรู้สึกสุดท้ายกลับค้นพบสิ่งที่ดีงามที่จะเกิดขึ้นกับผม ทีมงาน และน้อง ๆ คือ

ถ้าเรามีวาสนาจะพบกัน...ขอให้วาสนานำพาการเรียนรู้ แบ่งปัน และเติบโตไปพร้อม ๆ กัน