พอจนขนาดนั้นก็ต้อง “แดงทิ้งแผ่นดิน” ไปหากินเป็นขี้เขาตามนิคมอุตสาหกรรมริมทะเล พอประทังชีวิต

วันนี้กระแส “แพงทั้งแผ่นดิน” ของพรรคฝ่ายค้านจุดไฟติดพอควร สร้างคะแนนทางการเมืองให้พรรคฝ่ายค้านได้เป็นกอบกำ    ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาแก้ตัวใหญ่ว่าไม่แพงอย่างที่คิด หลายอย่างราคาถูกลงด้วยซ้ำไป

 

ผมเลยขอถือโอกาสออกมาแทรกว่า  ถูกเกินไป หรือ แพงเกินไป ก็ไม่ไหวทั้งคู่

 

ถ้าสินค้าถูกเกินไป คนผลิตวัตถุดิบ เช่น เกษตรกรก็แย่สิครับ เพราะเท่ากับว่าถูกกดราคาเอาไว้ ก็จนกันทั้งแผ่นดินแหละครับ

 

แต่ถ้าสินค้าแพงเกินไป ผู้บริโภครายย่อยก็แย่ เงินหมดกระเป๋า ก็จนทั้งแผ่นดินอีก

 

พอจนขนาดนั้นก็ต้อง “แดงทิ้งแผ่นดิน” ไปหากินเป็นขี้ข้าเขาตามนิคมอุตสาหกรรมริมทะเล พอประทังชีวิต  เช่น ไปทำรถฟอร์ด โตโยต้า ส่งขายต่างประเทศ ทิ้งลูกเต้าไว้ต่างจังหวัด

 

ราคาสินค้า กับค่าแรงมันต้องสัมพันธ์กัน  แต่ประเทศไทยเราวันนี้ต้องยอมรับว่า สินค้าแพง  ค่าแรงถูก  แถมสินค้าคุณภาพไม่ดี  ส่วนค่าแรงนอกจากจะถูกแล้วยังไม่ค่อยมีสวัสดิการอีกด้วย เรียกว่าถูกสองต่อ

 

เช่น ไข่ไก่แพงกว่า usa ทั้งที่ค่าแรงคนงานโรงงานใน usa  เฉลี่ยวันละ 5500 บาท (รวมสวัสดิการ 30%)  ส่วนของไทยวันละ  250 บาท (รวมสวัสดิการ 10%)   รถยนต์ระดับเดียวกันใน usa ถูกกว่าไทยประมาณ 2.5 เท่า เช่นของไทยขายล้าน ของเขาจะประมาณ 4 แสนเท่านั้น   แสดงว่าคนงานเมกันซื้อรถด้วยการเก็บเงิน (โดยไม่กินไม่ใช้) เป็นเวลา 3 เดือนกว่า  ส่วนของเราใช้เวลา  200  เดือน

 

ของเขาสินค้าถูกค่าแรงแพง  ส่วนของเราสินค้าแพงค่าแรงถูก ทั้งของจำเป็นและของฟุ่มเฟือย  ...นี่มันหมายความว่าอะไร

 

ผมได้เขียนแสดงคห.มานานแล้วว่าสินค้าเราไม่แพงหรอก แต่ค่าแรงเราถูกเกินไปต่างหาก ผมเคยคำนวณไว้แล้วด้วยว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ดีของเราควรอยู่ที่วันละ 1000 บาท โดยรัฐบาลต้องเก่งไม่ทำให้รคาก๋วยเตี๋ยวแพงเกินกว่าชามละ 53 บาทด้วยนะ

 

ค่าแรงที่สมดุลกับราคาสินค้ายังจะทำให้นายจ้างรวยขึ้นสองเท่ากันเกือบทุกคน (แม้จะต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มก็ตาม)   ...ที่จะแย่ลงมีเฉพาะโรงงานคนสัญชาติไทยที่ผลิตสินค้าส่งนอกเป็นหลัก ซึ่งมีน้อย รัฐสามารถช่วยแบกภาระได้สบายๆ จากภาษีที่เก็บได้มากขึ้น 3 เท่า

 

...คนถางทาง (๗-๕-๕๕)