๗  พฤษภาคม  ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

 วันจันทร์ที่ ๓๐  เมษายน  ๒๕๕๕   วันนี้เป็นประธานเปิดการอบรมตามโครงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ สำหรับการพัฒนาครูและนักเรียนประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ กิจกรรมการจัดอบรมค่ายภาษาอังกฤษสำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ระหว่างวันที่ ๓๐ เมษายน ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุม สพป.ปทุมธานี เขต ๑ เป็นการฝึกเพื่อทำสื่อการสอนอิเลคโตรนิค เพื่อสนองนโยบายการพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล มี 3 เสาหลัก คือ เริ่มจาก (๑) การจัดการเรียนการสอน ที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล ทั้งหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล (๒) การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ ทั้งทรัพยากร งบประมาณ การบริหารบุคคล การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดขวัญกำลังใจ จะพยายามสร้างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นองค์กรต้นแบบ ที่ยึดหลักธรรมาภิบาล มีวัฒนธรรม คุณภาพให้ช่วยกันสื่อสารว่า วัฒนธรรมคุณภาพ คือ การเน้นคุณธรรมและผลงาน(๓)ผู้เรียนต้องมีศักยภาพ สมรรถนะที่เป็นสากล ทุกวงการกำลังพูดถึงการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก เราจึงต้องคาดหวังว่า นักเรียนในอุดมคติ เราต้องมีลักษณะอย่างไร เราเริ่มต้นใน 3 ขั้นแรกก่อน โดยการปรับการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการคิด ต้องสร้างความกล้าให้นักเรียน กล้าคิด กล้าถามก่อน เป็นนิสัยที่ปลูกฝังมาตั้งแต่โบราณว่า นิยามเด็กดีคือ เป็นระเบียบ ไม่แตกแถว สิ่งเหล่านี้ได้ซึมซับฝังลึกโดยไม่รู้ตัว จนเป็นลักษณะของคนไทย ถ้าจะเข้าสู่มาตรฐานสากลต้องขจัดสิ่งเหล่านี้ออก เช่น การเรียนภาษาอังกฤษ ต้องกล้าพูด กล้าแสดงออกแบบมีความรู้สึกและลีลา ถ้าทำไม่ได้ก็จะพูดภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ ดังนั้น จะพัฒนาเด็กให้มีสมรรถนะแบบสากล ต้องใช้โอกาสที่เด็กอยู่ในมือเรา เราต้องการเด็กที่มีผลผลิตอย่างไร ต้องมานั่งคิด ไม่ควรให้เรียบร้อยเกินไป จนไม่เหมาะกับโลกเสรีในอนาคต ที่ต้องกล้าเจรจา ซึ่งเราต้องนั่งคิดในวิธีการ จัดสภาพแวดล้อม กฎกติกาของการจัดการเรียนการสอนคือ (๑) ฝึกให้เด็กกล้าตั้งคำถาม มิฉะนั้นเด็กจะเรียนแบบรับฟังอย่างเดียว (passive) การตั้งคำถามเพราะเกิดข้อสงสัย เป็นจุดเริ่มต้นของ Lifelong Learning แต่การตั้งคำถามต้องมีศิลปะ และเทคนิค ไม่ใช่การไม่เชื่อฟัง แต่ถามแบบสร้างสรรค์ก่อให้เกิดประโยชน์ เมื่อเด็กโตขึ้น  คำถามก็ปรับเปลี่ยนเป็นสมมุติฐาน ซึ่งเป็นการตั้งต้นหาคำตอบอย่างมีวิธี (Hypothesis Formulation) เพื่อหาตัวแปรต้น ตัวแปรตาม มีความสัมพันธ์อย่างไร แม้ในเด็กเล็กก็ทำได้ แต่เรา Simplify ให้เหมาะกับวัยของเด็ก เราจึงต้องยั่วยุให้เด็กมีความกล้า (๒) การสืบค้นความรู้  ที่มีมากมายในโลก เช่นสอนชาวบ้านหาปลา ไม่ใช่เอาปลาไปให้ชาวบ้าน เป็นขั้น Searching for Information จากห้องสมุดอินเทอร์เน็ต ผู้รู้ และพ่อแม่ (๓) สรุปความรู้ (Knowledge Formation) เอาความรู้ต่าง ๆ มาประกอบกัน บันไดขั้นที่ 1-3 ก็คือ TOK (Theory of Knowledge) ก่อนสรุปองค์ความรู้ ครูต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ถกแถลงกัน ดูเหตุผลที่มีทฤษฎีรองรับก่อนสรุป ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยด้วย (๔) สื่อสารและนำเสนอ ถ้าปราศจากสมรรถนะการสื่อสารก็อยู่ในเวทีสากลไม่ได้  เดิมเน้นเฉพาะเขียนเรียงความ แต่จริง ๆ คือ ทุกรูปแบบของการสื่อสาร แต่ถ้าไม่ได้รับการเตรียมความพร้อมตั้งแต่เด็ก ๆ ก็จะกลายเป็น handicap ในเรื่อง communication เราจึงต้องดูแลตั้งแต่อนุบาลให้มีความเป็นธรรมชาติในการแสดงออก การพูด การแสดงความคิดเห็น ให้เด็กกล้าพูดหน้าชั้น หัดกล่าวสุนทรพจน์ และในที่สุดจะกลายเป็นอัตโนมัติ ตัวอย่างบนเวทีนานาชาติ ประเทศที่ได้พูดบนเวทีก่อนจะได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ (๕) บริหารสังคมและจิตสาธารณะ (Public Service) เด็กต้องรู้จักนำความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาสังคม ช่วยจรรโลงสังคม ทั้งหมดเป็นจุดที่เราจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานสากลและจะนำไปสู่การพัฒนาโรงเรียนทั้งหมดของ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ต่อไป

นักเรียนจะต้องมีคุณลักษณะ (๑) เป็นเลิศวิชาการ (๒) สื่อสารสองภาษา (๓) ล้ำหน้าทางความคิด (๔) ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ (๕) ร่วมกันรับผิดชอบ

 

วันอังคารที่ ๑  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  Today is May day เริ่มจากขบวนการแรงงานในแคนาดา อเมริกา และประเทศต่างๆ ในยุโรป ได้พร้อมใจกันชุมนุมเดินขบวนเรียกร้องเพื่อให้มีการลดชั่วโมงทำงานลงอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1890 ขณะนั้นการนัดหยุดงานของคนงานในแทบทุกกิจการอุตสาหกรรมได้ขยายกว้างไปทั่วโลก และจากการต่อสู้อย่างมีจิตสำนึกทางชนชั้น เพื่อปลดปล่อยตนเองจาการถูกกดขี่ขูดรีดจากพวกนายทุนทั่วโลกนี้เอง ที่มีผลให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกยอมรับและออกกฎหมายประกาศใช้ระบบสามแปด คือ ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง พักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้วันละ 8 ชั่วโมง ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกจึงได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม 1890 เป็น “วันกรรมกรสากล” ครั้งแรก วันนี้สถานประกอบการต่างหยุดงานเพื่อให้พนักงานได้พักผ่อน  ส่วนใครสมัครใจทำงานในวันนี้ จะได้ค่าแรงเพิ่มเป็นสองเท่าของวันปกติ  เว้นแต่ข้าราชการไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายแรงงานจะต้องปฏิบัติงานตามปกติ  บ่ายวันนี้นัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายศึกษานิเทศก์ในตำแหน่งที่ว่าง ๒ อัตรา แต่มีผู้เขียนย้ายมาเพียงรายเดียวจาก สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ที่ประชุมเห็นชอบให้รับย้ายเพื่อนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขต อนุมัติการย้ายต่อไป  อีกตำแหน่งจะประกาศรับย้ายออกไปอีกครั้งเผื่อจะมีคนเขียนย้ายมาลงบ้าง ไม่ต้องคัดเลือกให้ยุ่งยาก  ตำแหน่งศึกษานิเทศก์โดยความรู้สึกของคนทั่วไป คือครูของครู  แปลว่าสามารถสอนครูได้ การจะสอนครูได้ศึกษานิเทศก์ต้องเก่งกว่าครูในเรื่องที่จะไปสอนหรือแนะนำเขา ประการที่สองต้องดีไม่น้อยกว่าครู  เพราะถ้าประพฤติตนไม่ดี ครูก็ไม่ศรัทธา เมื่อไม่ศรัทธาก็สอนเขาไม่ได้  การเป็นศึกษานิเทศก์จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ  การเลื่อนตำแหน่งเลื่อนระดับก็ต้องทำผลงานเหมือนครูหรืออาจจะยุ่งยากกว่าครู  หากศึกษานิเทศก์มุ่งแต่งานเอกสารโต้ตอบจะกลายเป็นเสมียนน้อยไปโดยปริยาย  บ่ายเชิญท่านรองฯ ที่เหลืออยู่ ๖ ท่านมาประชุมแบ่งงานกันใหม่ ท่านรองฯ ประพฤทธิ์ ดูแลอำนวยการและการเงินฯ  ท่านรองฯ สมมาตร ดูแลกลุ่มบริหารงานบุคคล  รองฯ สมบัติ  ดูแลกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ท่านรองฯ วิรัช ดูแลกลุ่มนิเทศฯ  ท่านรองฯสุรบัญชา ดูแลกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน ท่านรองฯ วิโรจน์  ดูแลกลุ่มนโยบายและแผน  ผมดูแลหน่วยตรวจสอบภายใน  สำหรับเครือข่ายปรับท่านรองฯสุรบัญชามาดูแลอำเภอสามโคก  นอกนั้นคงเดิม

 

วันพุธที่  ๒  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  ภาคเช้านัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (กตปน.) ครั้งแรกในปี พ.ศ. นี้  เพราะหากปล่อยไปเรื่อยพอสิ้นปีจะไม่มีการประชุมกรรมการคณะนี้แม้แต่ครั้งเดียว  ที่เป็นเช่นนี้ เพราะงานของคณะกรรมการเป็นการดูแลคุณภาพทั่ว ๆ ไปของการศึกษา เรียกว่างานเขาเดินไปตามปกติ จะมีการประชุมหรือไม่มีก็ไม่กระทบกับงานประจำ  ทั้งที่เป็นคณะกรรมการที่น่าจะแข็งแรงที่สุด ด้วยมี ผอ.สพป. เป็นประธานกรรมการ มีทั้งคนและเงินในมือ หากประธานหรือกรรมการมีมติใดออกไป ความสำเร็จในการทำงานก็เป็นไปได้สูง   แต่ด้วยความคิดข้างต้น ความสำคัญของ กตปน.จึงลดน้อยถอยลง จนไม่มีการประชุมในรอบปีก็เคยมีให้เห็นกันมาแล้ว  วันนี้กรรมการมาครบ ได้พิจารณาเรื่องสำคัญ  ๒ เรื่อง คือ แผนปฏิบัติการประจำปีทางวิชาการและผลการสอบ O-NET ที่ทยอยออกมา  ดูคะแนนปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วเพราะค่าเฉลี่ยสูงขึ้น  แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับประเทศเกือบทุกวิชา  เที่ยงชวนท่านรองฯ มานะ  พุ่มบัวและท่านรองฯ กฤษณะ  เลิศวิชานันท์ ที่ได้รับคำสั่งย้ายไปเขตมัธยมไปทานอาหารที่ร้านอาหารเวียดนาม  เดิมเขตเรามีรองฯ ๘ ท่าน ย้ายไป ๒ คงเหลือ ๖ คน เจอหน้า ผอ.เขตมัธยมทีไรจะต้องถูกขอห้องทำงานเพิ่มทุกทีไป ทั้งที่เราเองก็ไม่รู้จะขยับไปทางไหน ถูกกระชับพื้นที่ทั้งบนและล่างจนไม่มีที่ไปแล้ว  คงต้องให้ทำหนังสือขอมาจะได้ส่ง สพฐ. เพื่อขอเช่าอาคารเอกชนอยู่ไปก่อน จนกว่าสำนักงานของเราเองจะแล้วเสร็จ  อยู่มา ๑๓ จังหวัด ยังไม่เคยพบอะไรที่ย่ำแย่ขนาดนี้  คุยกับคนกระทรวงอื่นรู้เรื่องและเข้าใจกันดีกว่าคนกรมเดียวกัน  ที่ดินราคากว่า ๒๐ ล้านปลัดกระทรวงมหาดไทยท่านยังยกให้เพราะเห็นแก่การศึกษา  แค่ความอดทนนิดหน่อยยังทนกันไม่ค่อยได้ อย่างนี้ก็ลำบาก ครูประถมศึกษาเราต้องจดจำแยกมิตรแยกศัตรูให้ชัดเจน จึงจะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ทรัพย์สินเราที่มีต้องดูแลให้ดีอย่ายกไปให้ใครง่าย ๆ เพราะการเป็นผู้อาศัยอาจสะดวกสบายชั่วคราว แต่ระยะยาวก็อย่างที่เห็นกันอยู่ 

บ่ายไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เพื่อประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการจ้างครูต่างประเทศสอนในโรงเรียน  มีท่านรองฯ วิโรจน์  ผลแย้ม เป็นผู้ชี้แจง งบประมาณที่ สพฐ. ตั้งให้หัวละ ๑ หมื่นบาท จะจ้างครูก็ได้จะจ้างวิทยากรก็ได้ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขให้ครบถ้วน


วันพฤหัสบดีที่ ๓  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  อากาศยามเช้าเดี๋ยวนี้ยังรู้สึกว่าร้อน ไม่เหมือนก่อนที่รู้สึกได้ว่าหนาวและใบหญ้าใบไม้เต็มไปด้วยน้ำค้าง  ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันจะมีน้ำค้างให้พบเห็นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในเขตเมือง  แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ผมก็พาสังขารมานั่งที่ร้านสวัสดิการสำนักงานศาลอุธรณ์ สั่งกาแฟและขนมมาทานร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมศึกษา ที่สามารถเจริญเติบโตเป็น "ท่าน" ในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ มาหลายปี อนาคตคงไม่แคล้วสำหรับศาลฎีกา  การพูดคุยเริ่มจากสุขภาพ ครอบครัว เพื่อนร่วมรุ่น และลงท้ายด้วยข้อกฎหมายที่จะต้องทำความเข้าใจ การใช้กฎหมายของไทยเป็นระบบ Civil Law คือกฎหมายลายลักษณ์อักษร การตีความจึงต้องตีตามตัวหนังสือเป็นอันดับแรก หลักสำคัญของซีวิลลอว์คือการให้ประชาชนทุกคนสามารถรู้กฎหมายที่ตนและผู้พิพากษาต้องเคารพและปฏิบัติตาม โดยที่กฎหมายนั้นต้องเป็นลายลักษณ์อักษร ซีวิลลอว์เป็นระบบกฎหมายที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในโลก ถูกนำมาใช้ในลักษณะต่าง ๆ ประมาณ 150 ประเทศ และเป็นระบบกฎหมายที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน การล่าอาณานิคมทำให้ระบบซีวิลลอว์และระบบซีวิลลอว์อย่างยุโรปถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในประเทศกลุ่มละตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา  บ่อเกิดสำคัญหลักของกฎหมายคือประมวลกฎหมาย ซึ่งเป็นประมวลที่รวบรวมกฎหมายที่บัญญัติขึ้นไว้อย่างเป็นระบบ การจัดทำประมวลกฎหมายมักจะเกิดจากการที่ฝ่ายนิติบัญญัติบัญญัติกฎหมายใหม่ขึ้นซึ่งได้รวมถึงกฎหมายในเรื่องเดียวกันนั้นที่มีอยู่แล้วและรวมถึงการตีความซึ่งผู้พิพากษาซึ่งได้ตีความไว้เป็นคำพิพากษา เพราะในบางกรณีการตีความกฎหมายโดยผู้พิพากษาอาจทำให้เกิดแนวคิดใหม่ทางกฎหมาย ระบบกฎหมายที่สำคัญอื่นของโลก เช่น ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ และระบบกฎหมายอิสลาม ได้ผู้ใช้กฎหมายอธิบายเนื้อหา ขั้นตอน การบังคับจนคิดว่าพอเข้าใจได้ ก็ลากลับ ยามติดขัดข้อกฎหมายได้ผู้พิพากษาปรีชา  บุญโรจน์พงศ์ และท่านอัยการนิพนธ์  ดวงขวัญ ช่วยอรรถาธิบายทุกครั้งไป บ่ายกลับมาทำงานที่ห้อง มีแฟ้มให้ลงชื่ออนุญาต อนุมัติหลายเรื่อง มีบางแฟ้มเสนอมาแล้วไม่สบายใจ อ่านแล้วเหมือนเกี่ยงงานกัน แถมบอกว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะคนในกลุ่มของเขาถูกดึงมาไว้หน้าห้อง ผอ.เขต ทั้งที่งานส่วนใหญ่ที่ทำก็เป็นงานในกลุ่มตามที่เขารับผิดชอบเดิมทั้งนั้น เห็นน่ารำคาญนัก จึงสั่งให้ไปนั่งที่ห้องต้นสังกัด งานกลุ่มนี้จะได้ดีขึ้น สำหรับหน้าห้องจะจ้างพม่ามานั่งสักคน

วันศุกร์ที่ ๔  พฤษภาคม   ๒๕๕๕  นัดประชุมคณะทำงานที่รับผิดชอบตัวชี้วัด เพื่อเตรียมรับการตรวจติดตามจาก สพฐ.  ให้แต่ละท่านได้ชี้แจงแสดงหลักฐานการทำงานที่ผ่านมา ว่าควรจะได้คะแนนสักเท่าไร  เท่าที่สังเกตบรรยากาศน่าจะมีความพร้อมกว่าปีที่แล้ว  ขอเพียงเราทำเต็มศักยภาพ ผลจะออกมาอย่างไรก็ต้องพอใจตามนั้น  แต่ถ้าไม่ได้นำเสนอให้ครบถ้วนตามที่เราทำจริง เมื่อคะแนนออกมาน้อย ก็อดเสียดายไม่ได้ ที่ต้องมาเหนื่อยเปล่า สู้เขตที่เขาทำน้อยแต่นำเสนอดีไม่ได้  เลิกประชุมนั่งทำงานที่ชั้น ๓ เพราะมีแฟ้มเข้ามามาก  มีข่าวดีเข้ามาฉบับหนึ่ง เป็นหนังสือจังหวัดปทุมธานี ที่ กค ๐๓๐๗.๐๒/๖๗๑๐ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แจ้งให้ทราบว่า กรมธนารักษ์ อนุญาตให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใช้ที่ราชพัสดุ ตามที่เราขอไว้สร้างอาคารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑  แจ้งให้เราไปขึ้นทะเบียนตามแบบของเขาภายใน ๑ เดือน แปลว่าที่ราชพัสดุ ๒ ไร่ ๙๒ ตารางวา อยู่ในครอบครองเพื่อใช้ประโยชน์ถูกต้องบริบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด  เหลือแต่งบประมาณสำหรับสร้างอาคารที่จะต้องขับเคี่ยวกันต่อไป

วันเสาร์ที่ ๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  ไปร่วมพิธีวันฉัตรมงคลของจังหวัดปทุมธานี ปีนี้จัดที่หอประชุมรักษ์ปทุม  มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี  เริ่มจากพิธีสงฆ์แบบสั้น ๆ ท่านผู้ว่านำกล่าวปฏิญาน ก็เป็นอันเสร็จพิธี  มีการลงนามในบันทึกตกลงสร้างระบบปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสำหรับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยและ พสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้

ก่อนลาสัปดาห์นี้ จะเล่านิทานเรื่อง "ความโลภและความริษยา" ให้ฟัง  ชายสองคนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน วันหนึ่งชวนกันไปเฝ้าเทพจูปีเตอร์หรือซีอุสผู้เป็นราชาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง  เทพจูปิเตอร์รู้ว่าชายคนแรกนั้นเป็นคนที่มีแต่ความโลภ ส่วนชายอีกคนหนึ่งในใจของเขามีแต่ความริษยา   เพื่อเป็นการสั่งสอนและลงโทษ  เทพจูปิเตอร์จึงอนุญาตให้ชายทั้งสองนึกขอพรในใจได้ตามปรารถนา  แต่มีข้อแม้ว่าท่านจะบันดาลให้อีกคนหนึ่งได้รับพรเป็นสองเท่าของผู้ที่ขอ    "ข้าต้องการเพชรนิลจินดาและทองคำเต็มห้อง" ชายผู้มีความโลภนึกขอพรเป็นคนแรก  แต่แล้วเขาก็ต้องเสียใจเพราะเพิ่งนึกได้ว่า  เพื่อนของตนจะต้องได้เพชรนิลจินดาและทองคำถึงสองห้อง   แม้จะสมความปรารถนา  ชายผู้มีความโลภก็หาความสุขใจมิได้แม้แต่น้อย  ส่วนชายอีกคนหนึ่ง  ไม่รู้ว่าบัดนี้ตนเองกลายเป็นมหาเศรษฐีไปโดยบังเอิญเพราะความโลภของเพื่อนบ้าน  เขาคิดแต่ว่า ไม่อยากให้เพื่อนของตนเสวยสุขกับพรที่ได้รับจากเทพเจ้า  จึงขอพรให้ตัวเองตาบอดข้างหนึ่ง เพื่อให้ชายผู้มีความโลภตาบอดสองข้าง    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ความโลภและความริษยา เป็นหนทางไปสู่ความวิบัติ

 กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑