ฟักข้าว

 

เมื่อลูกแก่ลงมาจากต้น หากลูกยังแข็งอยู่ วางไว้จนสุกก่อน

 

 

เมื่อสุกนิ่มเล็กน้อย จะผ่าครึ่งยาว-ขวางลูก

แล้วใช้ช้อนตักหรือปอกเปลือกออกทั้งลูก แล้วแต่สะดวก  

 

 

เมื่อผ่าแล้วใช้ช้อนตักใส่กระชอนหรือตะแกรงหรือใส่น้ำเล็กน้อย เพื่อแยกเยื้อสีแดงออกจากเมล็ด (หากผู้ทำมีวิธีอื่นที่ง่ายและเร็ว ก็บอกกันบ้างนะคะ) จะใช้มือขย้ำหรือช้อน ก็ได้ เมื่อออกหมด ก็กรองเพื่อนำให้ได้แต่น้ำสีแดงข้นๆ

 

 

 ซาวข้าวขาว หรือข้าวกล้องให้สะอาดเทน้ำทิ้งให้เกือบหมด นำน้ำสีแดงของฟักข้าวเทใส่ลงในหม้อเท่ากับที่เคยใส่น้ำหุงข้าวตามปกติ เมื่อข้าวสุกจะได้ข้าวสีส้มแดง สีเข้มหรืออ่อนอยู่ที่เราใส่เยื้อสีแดงมากน้อย แล้วแต่ผู้ทำ

 

 

          ข้าวที่เพิ่มประโยชน์มากจากเยื้อสีแดงฟักข้าว

 

 

เนื้อในเปลือกที่นำเมล็ดออกไปคั้น จะทิ้ง หรือนำมาทำอาหารได้เช่น ผัดใส่ไข่ ใส่หอมใหญ่ พริก ปรุงรสตามชอบ คล้ายๆผัดฟักทอง  จะเพิ่ม เนื้อหมู กุ้ง ฯแล้วแต่ชอบ ถ้าเนื้อยังแข็งก็นำไปใส่แกงได้ 

 

 

ประโยชน์ของเยื้อกลางผลหุ้มเมล็ดฟักข้าวสีแดง

 

   มีปริมาณเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอท 10 เท่า มีไลโคฟีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่าและมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินเบต้าแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดี เพราะละลายได้ในกรดไขมันดังกล่าว

 

  ความเชื่อที่ว่า ฟักข้าวบำรุงสายตา นั่นถูกต้องแต่ต้องกินจากเยื้อเมล็ดไม่ใช่ส่วนอื่น เมื่อใช้เยื้อฟักข้าวเสริมอาหารให้กับเด็กก่อนวัยเรียนในงานวิจัยในประเทศเวียตนาม พบว่าเด็กในกลุ่มมีปริมาณเบต้าแคโรทีนและไลโคฟีนในพลาสมาสูงขึ้น และกลุ่มที่มีปริมาณความเข้มข้นของเฮโมดกบินต่ำ มีความเข้มข้นขึ้นด้วย จึงแนะนำให้ผู้ที่มีเลือดจางกินข้าวหุงเยื้อเมล็ดฟักข้าวสุกด้วย ปัจจุบันมีผู้นำเยื้อเมล็ดนี้ผลิตเป็นเครื่องดื่มอาหารจำหน่ายในต่างประเทศ

 

  ไลโคฟีน เป็นสารกลุ่ม แคโรทีนอยด์ พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด ทำหน้าที่เป็นรงควัตถุรวบรวมแสงให้แก่พืชผผักออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว (อนุมูลอิสระ) และแสงที่จ้าเกินไป การกินไลโคฟีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากเยื้อเมล็กฟักข้าวมีไลโคฟีนมากกว่าผลไม้อื่นๆทุกชนิด จึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคฟีน

 

ประเทศเวียตนาม การวิจัยทางคลีนิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่าน้ำมันจากเยื้อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ

 

ขอบคุณข้อมูล เยื้อสีแดงเมล็ดฟักข้าว จากเว็บไซต์หมอชาวบ้าน

โดยอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา ส่งเป็นเอกสารมาให้ทราบ

 

  เราได้ทราบประโยชน์ของเยื้อกลางผลหุ้มเมล็ดฟักข้าวลูกที่แก่สุกแล้ว บ้านใครมีปลูกไว้บ้าง นำมาหุงข้าวดูนะคะ  หากไม่นำมาหุงข้าวจะใช้ทำเป็นอาหารอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งนอกจากจะมีประโชน์มากในการใช้เป็นอาหาร

   เยื้อสีแดงนี้ยังมีสรรพคุณเยี่ยมในด้านผิวด้วยในเรื่องช่วยลดรอย ลึก เหี่ยวย่นของผิว  ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คณะเภสัช ได้นำมาทำการวิจัยสำเร็จและมีการทดลองใช้ และออกเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบแล้ว เท่าที่เคยทราบมา มีบริษัทที่ผลิตเครื่องสำอางก็นำสารสกัดจากเยื้อสีแดงของฟักข้าวเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายกันนานแล้ว

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี