NUTRITION SUPPORT ในผู้ป่วย HIV

NUTRITION SUPPORT ในผู้ป่วย HIV หลักการ  1.  พยายามให้ทานทางปากก่อน ( ORAL   NUTRITION ) ถ้าไม่ได้ จึงพิจารณาทางENTERAL และ PARENTERAL ( ใส่ NG  และเส้นเลือด ) <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">                2.  อาจใช้มาตราการอื่น ๆ เสริม เช่น ยากระตุ้นความอยากอาหาร  ยาเสริมการบีบตัวกระเพาะ ยาช่วยย่อย</p>  เหตุผล     1.  การเสริมสารอาหารในผู้ป่วย HIV  ที่มีทุพโภชนาช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้นานขึ้นแต่ยังไม่สามารถทำให้สภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องดีขึ้นได้                2.  ในผู้ป่วยกลุ่ม HIV  ยังต้องการการศึกษาที่เป็น  evidence base  แต่เท่าที่มีสนับสนุนการให้ Nutrition Support ในเรื่องโภชนาการ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">                3.  HAART สามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิต อาหารจะเป็นตัวเสริมทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตคล้ายคนปรกติได้</p>  กลไกการเกิดการขาดอาหาร                1.  STARVING  :  การขาดการบริโภคสารอาหาร                2.  STRESS        :  การมีการบาดเจ็บหรือโรคแทรกซ้อนผลของการขาดอาหาร  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">         ร่างกายเพิ่มการใช้ Metabolism  มีการสร้างกรดไขมันในปริมาณสูง  hypotriglyceridemia  ทำให้ immune  แย่ลง ผลของ HIV เพศชายยังมีผลของ  hygogonadism  ทำให้ผู้ป่วยชายมี BCM ( lean body mass ) ลดลงมากกว่าในผู้หญิงผู้ป่วย HIV หญิงมักมีไขมันลดลงมากกว่าปรกติ   มีการศึกษาในผู้ป่วย HIV ( Kotler DP ) พบว่าผู้ป่วย AIDS ที่มีทุพโภชนาการมีอัตราการรอดชีวิตในระยะยาวน้อยกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะทุพโภชนาการ แต่ในระยะอัตราตายใกล้เคียงกันในระยะสั้น    นอกจากนี้ในผู้ป่วย AIDS ยังมีปัญหาเรื่อง STRESS จาก Opportunistic Infect ion และ เรื่องผลข้างเคียงของยาด้วย</p>  ลักษณะน้ำหนักลดในผู้ป่วยเอดส์         ต้องระวังเรื่องการใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์ตัดสินสภาวะทุพโภชนาการเนื่องจากบางครั้งผู้ป่วย AIDS มีสภาวะบวมน้ำได้ทำให้นำหนักไม่เปลี่ยนแปลง การลดของน้ำหนักในกลุ่มที่ลดลงช้าแต่ลดตลอด  จะแย่กว่ากลุ่มที่ลดเป็นระยะ ๆ การเลือกวิธีให้และประเภทสารอาหาร         ขึ้นอยู่กับอาการป่วย เช่น ถ้ามี candidiasis of esophagus  ทานไม่ได้อาจพิจารณาให้ทาง NG ถ้าต้องให้ NG > 1 เดือน  อาจพิจารณาทำสายให้ทางกระเพาะหรือลำไส้ซึ่งจะสะดวกกว่าปริมาณสารอาหารที่ควรได้         พลังงานประมาณ 30 50 kcal/ABW/d         โปรตีน 1.5 gm/ABW/d <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">         ถ้าน้ำหนักลด > 10 % ใน 6 เดือนให้เพิ่ม intake อีก 50 %</p>   สรุป         -  HIV อย่างเดียวไม่ทำให้เกิดสภาวะทุพโภชนาการ         -  ผู้ป่วย HIV จะมีสภาวะ hypermetabolic/hyper catabolism          -  ผู้ป่วย HIV ชายจะมี hypodonadism         -  ในสภาวะขาดอาหารจะมี triglyceride  สูงขึ้น , น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น , cholesterol ในเลือดสูงขึ้น         -  น้ำหนักลดลง , BCM ลดลง         -  ผู้ป่วย HIV มักมี  vitamin และ trace element ขาดด้วย <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">         -  ผู้ป่วย HIV ที่น้ำหนักปรกติ ไม่ได้แปลว่าไม่ขาดอาหาร</p> หมายเหตุ หัวข้อนี้ได้รับความอนุเคราะห์เนื้อหาจากBoss ที่ได้ฟังอาจารย์วิบูลย์เมื่อวันที่30พ.ค.2549และนพ.สุทัศน์ ที่ช่วยสรุปเนื้อหามาให้