เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุความเสื่อมโทรมของร่างกายจะทำให้อวัยวะและระบบต่างๆของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง บางอวัยวะเปลี่ยนแปลงเร็วบางอวัยวะเปลี่ยนแปลงช้า ซึ่งจะทำให้ได้เห็นการเกิดโรคและสภาพเสื่อมโทรมของร่างกาย ซึ่งจะปรากฏในวัยทองทั้งหญิง-ชาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจเป็นเหตุให้บางคนมีปัญหามากต่อครอบครัวและสังคม
วัยทองคืออะไร
วัยทองในสุภาพสตรี
“วัยทอง” คือ วัยที่รังไข่หยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง รังไข่เป็นอวัยวะภายในที่ทำหน้าที่ผลิตไข่และสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ฮอร์โมนนี้ออกฤทธิ์ต่ออวัยวะเพศและอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย เมื่อรังไข่หยุดทำงานร่างกายก็ตกอยู่ในภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ไม่มีระดูร่วมกับเกิดอาการต่างๆ
เมื่อสตรีมีอายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมหรือชราภาพไปตามอายุ รังไข่ก็เช่นกันเมื่ออายุประมาณ 40 ปี รังไข่จะผลิตไข่ออกมาไม่สม่ำเสมอ จึงทำให้โอกาสที่จะตั้งครรภ์ลดน้อยลงมากในระยะนี้การผลิตฮอร์โมนเพศก็ลดลงด้วย แต่ยังมีปริมาณพอเพียงอยู่จึงยังไม่เกิดอาการใด เมื่ออายุมากขึ้นไปอีกการผลิตฮอร์โมนเพศจะลดลงมาก ทำให้มีระดูมาไม่สม่ำเสมอและหมดไปในที่สุด จากการสำรวจพบว่าหญิงไทยโดยเฉลี่ยจะหมดระดูเมื่ออายุประมาณ 50 ปี
ผลจากการขาดฮอร์โมนเพศหญิงทำให้เกิดปัญหาต่ออวัยวะในระบบต่างๆได้ทั่วร่างกาย ปัญหาเหล่านี้ได้ถูกละเลยมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้สตรีในวัยนี้ก็ยังอาจจะมีปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ที่พบได้บ่อยในวัยสูงอายุ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคข้อเสื่อม และโรคมะเร็ง ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ยิ่งทำให้ปัญหาเฉพาะของวัยทอง ถูกบดบังและถูกละเลยมากยิ่งขึ้น สตรีในวัยทองจึงจำต้องยอมรับสภาพเหล่านี้มาตลอด
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทำให้คนเรามีอายุยืนขึ้นซึ่งระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นนี้สำหรับสตรีแล้วก็คือช่วงเวลาที่อยู่ในวัยทองนี้เอง สตรีคนหนึ่งๆจะใช้เวลาประมาณหนึ่งในสามของชีวิตอยู่ในช่วงวัยทอง การมีความรู้ความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆในวัยทองร่วมกับการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาของวัยทอง ทำให้การมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานี้เป็นไปได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพยิ่งขึ้น
ปัญหาที่พบบ่อยในสตรีวัยทองและวิธีแก้ไข
ปัญหาด้านผิวหนัง
การขาดฮอร์โมนเพศทำให้เนื้อเยื่อของผิวหนังขาดความยืดหยุ่น และชุ่มชื้น ผิวหนังจึงแห้งเหี่ยวและคัน วิธีจะช่วยลดอาการคันได้คือการไม่ใช้สบู่เวลาอาบน้ำ หรือหากจะใช้ก็ใช้สบู่อ่อนๆแล้วใช้ครีมหรือน้ำมัน ทาผิวหนังภายหลังการอาบน้ำ เพื่อช่วยลดการระเหยแห้งของน้ำที่ผิวหนัง
ปัญหาด้านระบบทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด
การขาดฮอร์โมนเพศทำให้เนื้อเยื่อของช่องคลอดขาดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น เช่นเดียวกับที่ผิวหนัง ทำให้ อาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่อยู่รอบๆช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะมีฝ่อลีบ และหย่อนตัวเอง ทำให้มีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ปัสสาวะบ่อย และมีอาการแสบที่ทางออกของท่อปัสสาวะในรายที่เนื้อเยื่อหย่อนมากก็จะมีผนังช่องคลอดและมดลูกเคลื่อนต่ำออกมานอกปากช่องคลอด ดังที่รู้จักกันว่า โรคกระบังลมหย่อน
การปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการในรายที่ยังมีอาการน้อย ได้แก่ การใช้ครีมที่ผสมฮอร์โมนเพศหญิง หรือสารหล่อลื่นทาบริเวณที่มีอาการแห้งแสบ หรือช่วยหล่อลื่นช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ การบริหารช่องคลอดโดยการขมิบกันบ่อยๆทุกวันจะช่วยลดปัญหาเรื่อง การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ลงได้ การรับประทานยาบางชนิดอาจจะช่วยให้กลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น แต่ในรายที่มีอาการมาก หรือกระบังลมหย่อนจะต้องใช้การผ่าตัดรักษา
ปัญหาทางระบบทางเดินอาหารและขับถ่าย
สตรีในวัยทองมักจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลงประกอบกับการที่ฟันไม่ค่อยจะดี ทำให้ไม่ค่อยได้รับประทานอาหารที่มีกาก ส่งผลให้มีอาการท้องอืด และท้องผูก การแก้ปัญหานี้ได้แก่การออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีกากหรือไฟเบอร์ ได้แก่ ผัก ผลไม้ และข้าวกล้อง ในรายที่ฟันไม่ดีอาจจะต้องช่วยทำให้อาหารเหล่านี้อ่อนนุ่มลง เคี่ยวง่ายขึ้น เช่น การคั้น การต้ม ให้เปื่อย หรือการใช้เครื่องบดอาหารช่วย นอกจากนี้การรับประทานไฟเบอร์อัดเม็ดก็จะช่วยให้มีกากในลำไส้เพิ่มขึ้น
ปัญหาทางระบบประสาท อารมณ์ และสภาพจิต
สตรีวัยทองบางท่านควรจะมีปัญหาทางอารมณ์และมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงมากกว่าผู้อื่น ปัญหาเหล่านี้ได้แก่ ความวิตกกังวล ซึมเศร้า อ่อนแรง นอนไม่หลับ ขาดสมาธิ ความจำไม่ดีหลงลืมง่าย ปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่ง เกิดจากสมองมีการเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมหรือฝ่อลงส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการส่งผลต่อสภาพจิต และส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจและขาดการเอาใจใส่จากลูกหลานและบุคคลใกล้ชิด ความรุนแรงของปัญหานี้จะลดลงได้หากสตรีวัยทองที่มีปัญหานี้ได้รับความเข้าใจและการเอาใจใส่จากบุคคลอื่น การหากิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเองทำ จะช่วยให้สตรีวัยนี้รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่านอกจากนี้การให้ฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยลดอาการและชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมอันเนื่องจากสมองฝ่อ (โรคอัลไซเมอร์หรือ Aizhelmer’s disease)ได้
อาการร้อนวูบวาบ
อาการร้อนวูบวาบจะเกิดเป็นพักๆ และมักจะเป็นตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับผักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง อาการเหล่านี้มักจะเป็นมากในระยะปีแรกๆของวัยทอง บางรายอาจจะมีอาการตั้งแต่ก่อนจะเข้าวัยทองแล้ว พบว่าสตรีชาวตะวันตกจะมีปัญหานี้มากกว่าชาวเอเชีย ส่วนความรุนแรงของอาการก็แตกต่างกันมากในแต่ละราย ในรายที่มีอาการมาก การรับประทานฮอร์โมนเพศหญิงหรือยาบางชนิดจะช่วยลดอาการได้
โรคหัวใจ
การขาดฮอร์โมน เพศหญิงเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดทั้งนี้เนื่องจากสัดส่วนของไขมันในเลือดเปลี่ยนไป ส่งเสริมให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน โอกาสเสี่ยงนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ มีความดันโลหิตสูง อ้วน สูบบุหรี่ ดื่มสุรามาก มีระดับ คอเลสเตอรอลในเลือดสูง และมีความเครียดสูง เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ ผู้สูงอายุควรจะได้รับการตรวจร่างกายประจำปี เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป ไม่รับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงได้แก่ ไขมันสัตว์ หนังสัตว์ ไข่แดง กุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ เป็นต้น
โรคกระดูกบาง (กระดูกผุหรือกระดูกพรุน)
ในภาวะปกติร่างกายจะมีการสร้างกระดูกและการสลายกระดูกเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ในวัยเด็กจะมีการสร้างมากกว่าการสลายจึงทำให้มีเนื้อกระดูกเพิ่มขึ้น เมื่อเข้าสู่วัยทองกระดูกจะมีการสลายตัวมากกว่าการสร้าง กระดูกจึงบางลง เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกก็จะยิ่งบางมาก จนทำให้กระดูกหักได้ง่าย แม้จะได้รับอุบัติเหตุเพียงเบาๆหรือเพียงแต่ยกของหนัก ตำแหน่งที่กระดูกหักได้บ่อยในวัยนี้คือ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และ กระดูกข้อมือ การหักที่กระดูกสันหลังมักจะเป็นการยุบตัวลง ส่งผลให้ตังเตี้ยลง หลังโกง และปวดหลัง
สตรีที่มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนี้ได้แก่ผู้ที่มีประวัติครอบครัวได้แก่ แม่ ป้า น้า หรือพี่สาวเป็นโรคนี้ สตรีที่ผอมมาก สตรีที่เข้าสู่วัยทองตั้งแต่อายุยังน้อย สตรีชาวเอเชียและสตรีผิวขาวมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าสตรีผิวดำ นอกจากนี้ พฤติกรรมบางอย่างยังส่งเสริมให้กระดูกบางลงเร็ว ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้าหรือกาแฟ เป็นประจำในปริมาณมากๆ การกินอาหารที่มีแคลเซี่ยมน้อย และมีโปรตีนสูงเป็นประจำ และการไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น
เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ สตรีทุกคนและทุกวัยควรจะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้กระดูกบางลง รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงได้แก่ ผักใบเขียว งาดำ ถั่วต่างๆ เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง นม และผลิตภัณฑ์ของนม ฯลฯ เป็นต้น แต่ในน้ำนมจะมีคอเลสเตอรอลอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสตรีวัยทองควรจะหลีกเลี่ยงหากจะดื่มนมก็ควรจะดื่มนมพร่องไขมัน
นอกจากนี้จะต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการกระตุ้นให้รางกายมีการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายมีการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายภายใต้แสงแดดอ่อนๆในตอนเช้าจะทำให้ได้ไวตามินดีซึ่งจะส่งเสริมการดูดซึมแคลเซี่ยมจากลำไส้ และช่วยให้แคลเซี่ยมไปสะสมที่กระดูกเพิ่มขึ้น
ในรายที่มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน การปฏิบัติตัวดังที่กล่าวมาแล้วอาจจะยังไม่เพียงพอ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แพทย์อาจจะให้รับประทานแคลเซียม ฮอร์โมนเพศหรือยาบางชนิด และติดตามการรักษาด้วยการวัดความหนาแน่นของกระดูกเป็นระยะ
ขอบคุณข้อมูล วัยทองในหญิง-ชาย จากหนังสือสมุนไพรวัยทอง
รวบรวมเรียบเรียงโดย เภสัชกรหยิงจุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก

ความใส่ใจซึ่งกันและกันในครอบครัวมีให้กันสม่ำเสมอ เมื่อคนใดคนหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องช่วยเหลือ ให้ความเข้าใจ รักกัน ให้กำลังใจกัน ฯลฯ ทุกคนในครอบครัวก็มีความสุขได้ตลอดไป
บันทึก วัยทองในผู้ชายเป็นบันทึกต่อจากบันทึกวัยทองในผู้หญิงนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์ค่ะ..หากได้ปฏิบัติสุขอนามัยอย่างถูกต้องโดยต่อเนื่อง..และสร้างความสมดุลในการกิน-อยู่อย่างสม่ำเสมอ..วัยทองจะเป็นวัยสมถะและประมาณตนอย่างมีความสุขสงบนะคะ..
สวัสดีค่ะ
มารับความรู้ค่ะ ขอบคุณค่ะ