การทำงานโครงการใด ๆ ก็ตาม ย่อมพบปัญหาที่เกิดขึ้นจากความหลากหลายของคนที่ทำงานร่วมกันเสมอ หลายคนทำงานเพื่อองค์กร หลายคนทำงานเพื่อเป้าหมายอย่างเดียวโดยไม่สนใจเรื่องใด ๆ หลายคนทำงานเพื่อตัวเองคนเดียว คิดอะไรก็จะทำอย่างนั้น โดยไม่แคร์ความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน
ผมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "วิธีการทำงาน"
เล่าเรื่องตัวเองก่อนนะครับ ผมเป็นคนที่ทำงานอะไรแ้ล้ว มักจะพยายามคิดให้รอบด้าน พยายามลดข้อบกพร่องหรือปัญหาของการทำงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่กำลังของตนเองและทีมงานจะทำได้ ไม่ชอบทำงานแบบทำไป แก้ปัญหาไป อันโ้น้นก็ไม่พร้อม อันนี้ก็ไม่พร้อม รู้สึกเหนื่อยใจและใช้เวลามากเกินไปสำหรับการแก้ไขปัญหานั้น ๆ ที่บ่อยเกินไป หากเราวางแผนงานดี ๆ เราจะไม่เสียเวลาเหล่านั้นไปเลย คือ เสียดายเวลาน่ะครับ เวลาเป็นสิ่งมีค่า อายุคนเราก็ไม่ได้ยืนยาวเท่าใดนัก
แต่สิ่งใดก็ตามที่ผมไม่สามารถแก้ไขได้จริง ๆ เกินกำลังจริง ๆ ผมจะปล่อยวางทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ และบอกกับตัวเองว่า นี่คือ บทเรียนและประสบการณ์สำคัญที่จะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต และอนาคตจะปรับปรุงใหม่อีกครั้ง
"ทางสายกลาง" ของพระพุทธองค์ใช้ได้ครับ
ผมเคยทำงานร่วมกับคนที่ทำงานแบบ "สุกเอาเผากิน" เพียงแค่ทำ แต่ไม่สนใจอะไรทั้ืงนั้น สิ่งที่ผ่านทางมา สิ่งที่เป็นเป้าหมาย ขอเพียงได้ชื่อว่า "ทำ" เท่านั้น ดีหรือไม่ดีก็ช่าง
แต่พอเจ้านายมาตรวจที ก็แสร้งว่า ทำ ทำอย่างเหน็ดเหนื่อย แล้วก็ชอบบอกเจ้านายว่า ไม่มีใครช่วยเลย เหนื่อยมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นเตรียมตัวหรือทำอะไรเลย มาทำเอาก็ใกล้เวลางานที่จะึถึงอยู่แล้ว ผลที่ออกมาก็ไม่มีทางออกมาดีได้ แต่คนที่เข้าไปร่วมทำด้วย ต้องมานั่งคอยแก้ปัญหาให้ตลอดเวลา เรียกว่า ไม่ม่วนอกม่วนใจ๋ตรงไหนเลย อยากจะไปห่าง ๆ และไม่อยากทำงานร่วมกับคนแบบนี้อีก
หรือคนประเภทที่ต้องการการยอมรับจากสังคมมาก ๆ คือ ทำให้คนอื่นเห็นว่าตนเองทำงานหนัก แต่ไม่เคยประชุม พูดคุย Concept ของงานกับทีมงานว่า อยากให้งานมันออกมาในรูปไหน ตัดสินใจทุกอย่างอยู่คนเดียว พอจะมีคนไปบอกว่า แบบนี้มันไม่ใช่นะ ต้องเลือกเป้าหมายแบบนี้ เขาจะมีอารมณ์โกรธ น้อยใจ และพาลไม่ทำไปเลย
คนที่ทำงานด้วย ก็เบื่อ รำคาญ และไม่อยากจะร่วมงานใด ๆ ด้วยอีก
แน่นอนว่า หากเจ้านายต้องจะใช้คนประเภทนี้จริง ๆ ต้องใช้วาทะศิลป์ ลูกล่อลูกชนมากมาย แต่หากง้อมากเกินไป กลายเป็นฝากความหวังไว้กับคน ๆ นี้คนเดียว คนทำงานคนอื่นเขาจะไม่เข้าร่วมด้วยอยู่ดี พาลน้อยใจ หนีหายไปเหมือนกัน
อย่างวันนี้ก็มีคนพูดแทรกเข้ามาในขณะที่ำกำลังชี้แจงนักศึกษาอยู่ ทำให้สิ่งที่กำลังชี้แจงมันบิดเบี้ยว ไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่วางกันไว้ในทีมงาน คนที่พูดแทรกนี้เป็นคนที่ฟังคนอื่นไม่เป็น อยากจะแสดงอะไรก็แสดงมาแบบนั้น โดยไม่สนใจผลกระทบต่อสิ่งที่ไ้ด้ทำลงไป มัวแต่สนใจแต่สิ่งที่ตนเองคิดเท่านั้น
เล่นเอาซะเหนื่อยใจไป
นี่ไม่ได้มีแบบนี้คนเดียว มีหลายคนอีกต่างหากงานนี้ ทุกคนที่ทำแบบนี้ล้วนแต่ต้องการ "การยอมรับ" จากสังคมทั้งสิ้น
คนที่กำลัง Candidate เป็นอธิการฯ
คนที่กำลังแสดงภาวะผู้นำเพื่อเป็นผู้บริหารฯ อนาคต
หรือ
คนที่กำลังจะบอกกับคนอื่นว่า นี่คืองานที่ตนเองรับผิดชอบคนเดียวและเต็มที่ แต่กลับเป็นคนที่ไม่มีหูรับฟังอะไร
บันทึกนี้ไม่มีวิชาการหรือคำแนะนำใด ๆ นะครับ เป็นเพียงผ่านทางไปพบจึงนำกลับมาเล่าให้ฟังไ้ว้ก่อน
คนแบบนี้เยอะเกินไป มหาวิทยาลัยมันไม่พัฒนาครับ
ดีเด่นแต่ตน แต่ผลิตผลครู พังไม่เป็นท่า
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
มาให้กำลังใจคนทำงานในลักษณะ Plan for the worst but hope for the best แบบอาจารย์ค่ะ
แต่ที่ไหนๆ ก็มีคนทุกประเภทอย่างที่อาจารย์ว่าค่ะ คนบางคนเป็นได้หลายๆ แบบในคนเดียวกัน แต่ต่างเวลา ต่าง agenda ก็มี
เราคงต้องรู้จักแบบการทำงานของเขาเพื่อที่จะทำให้ดีเพื่อให้งานสำเร็จ หากได้ทำงานร่วมกันไม่ว่าจะในฐานะผู้นำหรือผู้ตาม
ขอบคุณค่ะที่แบ่งปัน :)
ขอบคุณ อาจารย์
...ปริม
pirimarj... ที่ให้เกียรติรับฟังนะครับ ;)...
มีความสุขกับการใช้ชีวิตนะครับอาจารย์ ;)...
สวัสดีค่ะอาจารย์wat
ขอบคุณมากครับ คุณยาย
มนัสดา
;)...
สู้ครับผม ;)...
ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์
ขจิต
ฝอยทอง ;)...
อึด อดทน บึกบึน.....สู้ได้อยู่แล้วนะคะ
ขอบคุณมากครับ คุณหมอ
ทพญ.ธิรัมภา
;)...