นางสาวไทย..เฮ้อ ใครๆก็อยากชิดใกล้  โดยเฉพาะชายไทย...สำหรับผมได้เผชิญแบบใกล้ แถมหวาดเสียวสุดๆ  มาสามครั้ง

 

ครั้งแรก ...ในงานเลี้ยงฉลองถ้วยรางวัลชนะเลิศที่ได้จากการแข่งขัน ฟุตบอล รร.ทหาร-ตำรวจ (นายร้อย เรือ เรือกาด ร้อยหรวด)   ที่บ้านของหัวหน้าทีมรุ่นพี่  ตอนนั้นผมอยู่ปีสามอายุนมแตกพาน ๑๙ หยกๆ (ดุจดังนกน้อยเริ่มหัดบิน)

 

ผมร่ำเบียร์ไปมากพอดู   ต้องเข้าห้องน้ำไปฉี่  ...ผลักประตูเข้าไป ...เจอนางสาวไทย กำลังถลกกกน. และลุกขึ้นจากการนั่งฉี่พอดี  (ไม่รู้ว่าใครเชิญเธอมางาน ผมจำไม่ได้จริงๆ สงสัยจะเป็นหัวหน้าทีมนั่นแหละ เพราะบ้านแกรวย และ นสท. กะทหารน่ะ ก็รู้กันอยู่ว่าเข้ากันได้ยังพริกกะเกลือ)

 

....จำได้ว่า ผมอายสุด ๆ  แต่เธอนั้น...ทำหน้าตาเฉยๆ ...ยิ้มให้ผม แล้วยังมีมารยาท อุทานว่า “ขอโทษค่ะ” อีกด้วย ....เธอคงฝึกกิริยานี้มาบ่อยสินะ อิอิ

 

แต่มาคิดได้ภายหลังว่า ....อีนางเอ๊ย..เป็นนสท. เข้าห้องน้ำยังไม่รู้จักล็อคประตู หรือว่าจงใจไม่ล็อค??? 

 

 

 

สองปีต่อมา ..เธอไม่ได้เป็นนสท.หรอก แต่เป็นรองอันดับหนึ่ง ที่คนร่ำลือกันมากว่าเธอสวยกว่านสท.เสียอีก (ซึ่งผมเห็นด้วย)  ปีนั้นผมเป็น นนร. ชั้น ๕  และเป็นหัวหน้าทีมฟุตบอล   

 

 ...โค้ชทีมบอลผม ท่านหล่อมาก ลูกครึ่งอีกด้วย เล่นบอลก็เก่ง (แม้ไม่ติดทีมชาติ ก็ประมาณน้องๆ เคยเล่นให้สโมสรถ้วย ก)  บ้านก็รวย  เป็นหนุ่มไฮโซระดับต้นๆของประเทศ มีข่าวซุบซิบน้ำเน่าลงนสพ.เป็นประจำ   ...แถมเป็นนายทหารอาจารย์อีกด้วย  สอนด้านวิศวไฟฟ้า.....เสียแต่ท่านค่อนข้างเกเร ไม่ยอมตื่นมาสอนบอลพวกเราหรอก เอาแต่นอน (แต่เวลาท่านสอน ท่านสอนดีมาก บู๊ล้างผลาญ คณิตศาสตร์เต็มกระดาน แถมสอนไปสูบบุหรี่ไปพลาง...ได้ใจทหารหนุ่มสมองทู่มากๆ) 

 

...แต่ท่านต้องลงนามในใบเบิกเงินค่าเป็นโคช....ซึ่งผมในฐานะหัวหน้าทีมต้องเอาไปให้เซ็น....วันหนึ่งผมเอาใบเบิกให้เซ็นที่บ้านท่าน ยามเช้าตรู่ (บ้านพักขรก.) เพราะมันจะหมดเวลาเบิกแล้ว ผมกลัวท่านจะเสียสิทธิ.....   ผมเคาะประตู ก๊อกๆๆๆ.....ปรากฎว่า มีคนเดินลงบันไดมา

 

..โอ้โฮ..ผมตาค้าง...คุณรองนสท.อันดับหนึ่ง...อล่างฉ่างลงมาในชุดเกือบแรกเกิด ทูพีชแบบบางๆ ..ยอมรับว่าหุ่นเธอดีจริงๆ ...พอเห็นผมเธอก็ทำเป็นงงๆ ผมรายงานการมาให้ฟัง   เธอก็เดินกลับขึ้นบันไดไปเรียกท่านโคชลงมาเซ็นชื่อ

 

...ผมไม่ลืมรายงานให้เพื่อนๆในชั้นฟัง...สังเกตว่าทุกคนตั้งใจฟังกันดีมาก ...มีเม้นท์หยาบโลนแบบน่ารักตามมาอีกมาก

 

 

คนที่สาม..เพิ่งเจอเมื่อเดือนมีค. ปีนี้เอง (๒๕๕๕) ในงานเลี้ยงรุ่นเกียมตะหาน  (เฒ่าหัวงูทั้งน้าน)   ...มีนสท. อายุประมาณ ๓๐ เห็นจะได้ (ซึ่งผมไม่รู้จักชื่อเลย)   เธอขึ้นเวทีไปเดี่ยวไมค์ ร้องเพลง...สักพักเพื่อนมันมาสะกิดผมว่า...เฮ้ยๆ นสท. เขาประกาศว่าอยากร้องเพลงกะมึงน่ะ..รีบขึ้นไปเร็วๆ .....ผมก็สลึมลือก้าวขึ้นเวทีไป..

 

นสท...อยากร้องเพลงคู่กะพี่ด๊อคน่ะค่ะ ..เห็นเพื่อนๆเขาว่าร้องเก่ง...เอาเพลงอะไรดีคะ

ผม... (งงมากๆ..ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก่อนเลย มันมุกใครกันหว่า ควักตำราไม่ทัน)...เลยกระท่อนแท่นออกไปว่า เอ้อ...เพลงคู่ผมไม่ค่อยถนัดนะครับ ถนัดแต่เพลงคี่   (เสียงโห่ฮาจากเพื่อนๆ) 

นสท....เอาเพลง”นกเขาคูรัก” ดีไหมคะ

ผม.....อ้า...ก็พอได้ครับ...เกรงแต่ว่าจะแสลงใจพวกพลเอก พลโท หลายๆคนในที่นี้ ที่นกเขาคูไม่ค่อยออกแล้วครับ ..เอาเพลงอื่นดีกว่านะครับ (เสียงโห่ไล่ดังกราว)

นสท.....งั้น “หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ” ดีไหมคะ

ผม....เอาดี...น่าจะพอดำน้ำได้อยู่

 

..เพลงขึ้น เธอร้องๆๆๆๆ พอถึงคิวผมคิดว่าน่าพอร้องได้ แต่กลับจำอะไรไม่ได้เลย เลยทำท่าเต้นหยองแหยงไปงั้น...ฝืดมากๆ ...ไอ้เพื่อนนักร้องอีกคนเลยโดดขึ้นเวทีมาช่วยร้องแก้ขัด  ..โฮย...ค่อยยังชั่ว (ตรงข้าม ..แรงยังดี)

 

โหย..แม่คุณนสท.เอ๋ย...ถ้าบอกคิวกันเนิ่นๆ จะชวนร้องเพลง  “กินอะไรถึงสวย”  (ห้ามตอบว่าน้ำพริกด้วยนะ)  

 

 

...คนถางทาง (๓๐ เมษายน ๒๕๕๕)