การปฏิรูประบบสุขภาพที่มีการดำเนินการพัฒนาต่อเนื่องมานั้น  เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้ครอบคลุม 100 % นั้น  เช่นระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าทุกวันนี้ การพยายามคิดโดยแยบยลก็ตาม ใช่ว่าจะครอบคลุมปัญหาทั้งหมด  ยังมีปัญหาโลกแตกเล็ดรอด ถึงจะเป็นคนเพียงกลุ่มเล็กๆที่น่าสงสาร ก็ตาม  แต่ มันก็ทำให้คุณภาพชีวิตของคน ย่ำแย่ลงเพราะระบบไม่ไช่ที่ประชาชน ก็ยกตัวอย่าง ดังนี้

                ตัวอย่างแรก  เป็นคุณตา ที่น่าสงสารภรรยาเสียชีวิตแล้ว  แกมีลูก 3 คน ฐานะยากจน แกมุมานะทำงานรับจ้าง ส่งลูกชายคนเล็ก จนสามารถสอบตำรวจได้ เรียนจบตำรวจได้ แต่โชคร้าย ลุกชายของแก ต้องไปปฏิบัติงานอยู่ ภาคใต้  แทบจะไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเลย และก็แต่งงานมีครอบครัวอยู่ภาคใต้ ตอนแรกตาคงภูมิใจมีลูกเป็นตำรวจ รับราชการ ตั้ง 1 คน ถือว่าเป็นหน้าตาให้ครอบครัว   สิทธิ์การรักษาของตา เป็นสิทธิ์เบิกได้ เมื่อก่อนสิทธิ์เบิกได้ยังไม่มีการทำต้นสังกัด ในผู้ป่วย OPD  ผู้ป่วยต้องสำรองจ่ายแล้วใช้ใบเสร็จเบิก  สำหรับคุณตาคนนี้ ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน   ไขมันในเลือด  และ หัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง ซึ่งการรับยาแต่ละครั้งตาต้องเสียเงิน ครั้งละ 1000 กว่าบาท  แต่ 2-3 ปีลูกแก จะกลับมาบ้านสักครั้งหนึ่ง  บางครั้งส่งใบเสร็จไปให้เบิกเงินก็ไม่ได้กลับมา  พอกลับมาบ้านตาถามก็บอกใช้หมดแล้ว ตาเริ่มเสียใจไม่น่ามีลูกเป็นข้าราชการเล้ย  ตาเล่ายายคนหนึ่งในหมู่บ้าน เป็นมะเร็งบ้านฐานะร่ำรวยได้ลูกเขยฝรั่ง  แต่ยายไม่ต้องเสียตังค์สักบาทในการรักษา ใช้บัตรสูงอายุสบายไป 

จนตาถอดใจ เคยมาติดต่อโรงพยาบาล เพื่อขอใช้บัตรทอง ก็ไม่ได้ สิทธิ์เบิกได้มันโชว์ในระบบ   การแก้ปัญหาของตาคือ การไม่มารักษาต่อ  เมื่อชลัญธรได้รับแจ้งผู้ป่วยผิดนัดรับยาในพื้นที่ ก็ตามลงไปเยี่ยมบ้านตา  เมื่อทราบปัญหาฉันก็พยายามประสานเจ้าหน้าที่ประกัน แต่ไม่เป็นผล  สุดท้ายที่ชลัญธรแก้ปัญหาให้ คือให้ผู้ป่วยมารับยาที่ PCU ( primary care unit) แล้วชลัญธรเซ็นฟรี  คุณตารู้สึกดีขึ้น  ที่ได้รับการช่วยเหลือ แต่คนที่ซวยต่อไปคือชลัญธรซึ่งทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว  เพราะเมื่อมีการตรวจสอบ พบมีการเซ็นฟรีครั้งละเป็น 1000กว่าบาท ในคนไข้เบิกได้  ผู้บริหารที่ไหนจะชอบใจ  ชลัญธรถูกเรียกพบ  เมื่อให้เหตุผลไป ผู้บริหารบอกมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา มันเป็นความรับผิดชอบของลูกเขา  ที่ต้องมาดูแลพ่อแม่  ชลัญธรคิดในใจ แบบหัวเสีย  “ แล้วเคยเห็นลูกที่มันไม่ดูแลพ่อแม่มั๊ยก็ตานี่แหล่ะ  ทำไมว่ะ ทีพวกต่างด้าวยังออกบัตรต่างด้าวให้  ได้สิทธิการรักษาไม่ได้ต่างจากคนไทย (  ยา ARV ( ต้านไวรัสเอสด์) ราคาพงมาก ต่างด้าวได้ฟรีไม่ต่างจากคนไทย)  นี่ลุงเป็นคนไทยแท้ๆ  จากนั้นที่ PCU ก็เริ่มเปลี่ยนบทบาทชลัญธร  โดยให้มีผู้ควบคุมการจ่ายยาให้คนไข้ซึ่งคนมาทำหน้าที่ก็ทำได้ดี จนคุณตาขาดยาอีกครั้ง  ครั้งนี้โชคร้าย  คุณตาขาดยาจน เป็น อัมพฤกต เริ่มไตวายจากเบาหวาน  ซึ่ง ชลัญธรก็จนปัญญาที่จะช่วยได้  ลูกอีก 2 คนตาก็ฐานะยากจน เครียดที่ช่วยตาไม่ได้  ชลัญธรเองก็เอาตัวไม่รอด  สุดท้ายชลัญธรก็เลยเลือกที่จะไม่รับรู้ปัญหา  การย้ายสำหรับเราน่าจะดีที่สุด  มันเป็นทางออกของเรา ทางออกของตา ตอนนี้ชลัญธรไม่รับรู้แล้ว  แต่มันเป็นความรู้สึก ที่แย่แล้วเป็นแผลในใจเราจนทุกวันนี้  นี่แหล่ะพยาบาล ตำแหน่งเล็กๆ  กับการทำงานที่ใหญ่เกินกำลัง .................