"หัวใจ" ของการควบคุมดูแลงานมิใช่ขึ้นอยู่กับความรู้และความสามารถในการกำกับและการจัดการเท่านั้น

          เคล็ดลับหัวหน้างาน...

          คนที่ได้นั่งเก้าอี้หัวหน้าแผนกนั้นมักจะถูกเลื่อนขึ้นมาจากคนที่ทำงานเก่ง หรือคนที่จบการศึกษาเฉพาะด้านนั้น ๆ มาโดยตรง แต่ “หัวใจ” ของการควบคุมดูแลงานมิใช่ขึ้นอยู่กับความรอบรู้และความสามารถในการกำกับและการจัดการเท่านั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคการทำงานและกระบวนการพัฒนาตนเองประสานไปกับการพัฒนาลูกน้องของตนอีกหลายขั้นตอนเลยทีเดียว ซึ่งมีวิธีการทำงานหลากหลายสไตล์ ดังสรุปได้ต่อไปนี้

          ผู้นำที่แท้ คือพี่เลี้ยง (Real leaders are mentors)  เป็นหน้าที่ของหัวหน้างาน ที่จะต้องทำให้ลูกน้องรู้สึก “สนุก” ที่จะทำงาน และรู้สึก “มีความสุข” ที่จะได้ทำงานกับเราด้วย ซึ่งการทำงานจะมีประสิทธิภาพได้ขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลอย่างทั่วถึง ต้องเป็นทั้งนักจัดการงานและจัดการบุคคล กิจการงานต่าง ๆ จะก้าวหน้าและมีความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าหัวหน้าละเลยการกำกับดูแลการทำงานของลูกน้องในทีมของตน การสื่อสารต้องชัดเจนและมีประสิทธิภาพเสมอ ในการอธิบายหรือมอบหมายงานต้องเรียนรู้ในการพูด ฝึกใช้ภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย ไม่วกวน น้ำเสียงต้องชัดเจน จังหวะการพูดไม่เร็วจนเกินไป การเป็นหัวหน้ายังจะต้องรู้จักเป็นนักฟังที่ดีด้วย ต้องรู้จักใส่ใจเมื่อคนอื่นพูดมิใช่ให้คนอื่นฟังตนเองฝ่ายเดียว

          อย่าลดมาตรฐานของตัวเองลงต่ำเพียงเพื่อปรองดองกับคนอื่น (Do not lower your standard to accommodate others.)  รอยยิ้ม และความเบิกบานแจ่มใสคือสะพานที่จะทำให้คนอื่นอยากเดินเข้ามาหาคุณ คนเป็นหัวหน้างานไม่ควรปั้นหน้าเคร่งขรึมจนเกินไปจนทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงตัวคุณได้  ต้องเข้าสังคมให้มากขึ้น เพื่อขยายโลกของตนเองซึ่งย่อมเห็นประโยชน์ในทางข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้ในการปรับตัวเข้ากับผู้คนและการวิเคราะห์ความคิดของผู้อื่น เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเองจนวุ่นวาย แต่แบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้กับการเข้าร่วมทำกิจกรรมกับผู้อื่นบ้างเท่านั้นหากมีโอกาส

          ผู้นำที่แท้จริงมักฝึกลูกน้องให้เป็นผู้นำ (A true leader trains other to lead.)  ย้ำเรื่องทิศทางของงานและเป้าหมายสำคัญให้ทีมงานรับรู้อยู่เสมอเพราะคนทำงานบางครั้งอาจลืมเกาะติดเป้าหมาย เนื่องจากถูกหัวหน้างานสั่งให้ทำงานให้เสร็จลุล่วง เขาจึงคิดแต่จะทำงานให้เสร็จ โดยลืมเรื่องของแผนงาน คุณภาพ และเป้าหมายขององค์การ เมื่องานผิดพลาดหรือมีผลออกมาไม่ดีตามที่คาดหมาย ควรเรียกประชุมทีมงานและทบทวนแผนการทำงานใหม่อย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น อย่าตำหนิกันมากเกินไปแต่ให้ทุกคนในทีมระดมความคิดเห็นในการแก้ปัญหา รักษาท่าทีในการทำงานให้มีความสง่าน่าเกรงขาม ความสุขุมนั้นทำให้น่าเลื่อมใสมากกว่าท่าทีสั่งงานด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ด้วยน้ำเสียงอันร้อนรน

          คนทำงานทุกคนต้องการการรับฟังและความเข้าใจ (Employees want to be heard and understand.) หัวหน้างานที่หมั่นเอ่ยปากชมลูกน้องเมื่อเขาทำดีจะไม่ถูกเกลียดชังเลยหากเขาเอ่ยปากตำหนิยามที่ลูกน้องทำงานผิดพลาด ชมเชยเมื่อลูกน้องคนหนึ่งทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม อาจจะขยันขึ้นกว่าเดิมหรือปรับตัวได้ดีกว่าเดิม มิว่าจะเป็นด้านใดก็สมควรกล่าวชมให้เขารู้ว่ามีคนมองเห็นในสิ่งดีๆ หรือพัฒนาการของเขา และหากความคิดหรือข้อเสนอแนะของลูกน้องนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทหรือทำให้ผลของงานออกมาดีเยี่ยม พร้อมกับสนับสนุนให้ลูกน้องหาข้อมูลความรู้ใหม่ๆ มาเก็บไว้เป็นระบบเพื่อให้หยิบมาใช้ได้ง่าย และทำให้รูปแบบการทำงานทันยุคทันโลกอยู่เสมอ เอาใจใส่ลูกน้องอย่างเท่าเทียมกัน แต่การมอบหมายงานจะให้อย่างเท่าเทียมกันไม่ได้ คนทีมีบทบาทเด่นในทีมย่อมต้องได้รับมอบหมายงานที่สำคัญกว่า คนในทีมก็ย่อมจะเรียนรู้ถึงการยอมรับเพื่อนร่วมทีมด้วย

 

ที่มา: อนันยช(2547).เคล็ดลับหัวหน้างาน. กรุงเทพ:ไพลินบุ๊คเน็ต.