บทความ Encouraging Creativity in Collectivist Culturesโดย Detlef Reis อาจารย์สังกัด CMMU ในบางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ ๒๙ มี.ค.๕๕ กระตุ้นให้ผมนึกถึงหัวข้อนี้

 

          KM คือเครื่องมือของการสร้างสรรค์ ที่เป็นการสร้างสรรค์รวมหมู่   ใช้พลังของความแตกต่าง หลากหลายในความคิด และพลังของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติเพื่อเดินทางสู่เป้าหมายร่วมกัน โดยมีจุดร่วมอยู่ที่คุณค่าและเป้าหมายของหน่วยงาน องค์กร หรือบ้านเมือง

 

          KM เป็นเครื่องมือส่งเสริมความสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน ชนิดที่เป็นความสร้างสรรค์รวมหมู่ เพราะกิจกรรม KM คือกิจกรรมรวมหมู่   โดยที่กิจกรรมนี้เป็นตัวกระตุ้นความสร้างสรรค์ระดับปัจเจกออกมา ทดสอบและ ลปรร. กับเพื่อนร่วมงาน  

 

          KM จึงใช้และสร้างความสร้างสรรค์ทั้งระดับปัจเจก และระดับรวมหมู่   การสร้างสรรค์ระดับปัจเจก กับการสร้างสรรค์รวมหมู่เมื่อเข้ามาอยู่ในวง KM กลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน   คือไม่ขัดกัน แต่กลับส่งเสริม ซึ่งกันและกัน

 

          แต่ข้อความในบทความของอาจารย์ ไรซ์ ก็น่าสนใจมาก   โดยอ้างอิงผลงานวิจัยชื่อ Individualism-Collectivism and Group Creativity โดย  Jack Goncalo & Barry Straw ในปี ค.ศ. 2005

 

          อ่านแล้วผมเถียงว่า เพราะผลงานวิจัยชิ้นนี้เริ่มด้วยความเชื่อว่า Individualism กับ Collectivism เป็นสองสิ่งที่แยกกันและเป็นขั้วตรงกันข้ามต่อกัน   จึงตกอยู่ภายใต้วิธีคิดแบบแยกส่วน  either … or   แต่ผมมองต่าง   ผมมองว่าเรื่องนี้น่าจะมองเป็นสิงสิ่งที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน   ใช้วิธีคิดแบบบูรณาการ  both … and ได้   วิธีคิดแบบบูรณาการ และกระบวนการ KM สามารถใช้พลังของปัจเจกช่วยเสริมพลังรวมหมู่ ในการทำงานอย่างสร้างสรรค์

 

          โดยที่ KM เน้น dialogue ในกระบวนการสร้างสรรค์รวมหมู่   ไม่ใช่ brainstorming อย่างที่เขียนในบทความ

 

          คนที่คุ้นเคยกับกระบวนการ KM   ใช้ KM อย่างเนียนอยู่ในงานและชีวิตประจำวัน จะเข้าใจสัจธรรรมที่ผมนำมาตีความเขียนบันทึกนี้

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ มี.ค. ๕๕

บนเครื่องบินกลับจากภูเก็ต