John Carter : นักรบสงครามข้ามจักรวาล

ประเภท :  Action, Adventure, Fantasy, SiFi

ผู้กำกับ :  แอนดรูว์ สแตนตัน

 

http://www.nangdee.com/title/mt_poster.php?movie_id=2718

จอห์น คาร์เตอร์ อดีตนายทหารยศร้อยเอกผู้เบื่อหน่ายและมีความหลังอันเลวร้ายที่เกิดจากสงคราม ในขณะที่เขาค้นพบถ้ำทองคำที่ตามหามานานโดยบังเอิญ เขาพบชายคนหนึ่งแล้วยิงชายคนนั้นตายอย่างไม่ตั้งใจ เขาจับสร้อยคอที่มีจี้อันใหญ่ของชายคนนั้น ด้วยความมหัศจรรย์ เขาถูกส่งตัวไปยังดาวบาร์ซูม (ดาวอังคาร) เข้าไปอยู่ท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งของครั้งใหญ่ที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนั้น เขาพบกับ ทาร์ส ทาร์กาส และ เจ้าหญิง เดจาห์ ธอริส ผู้เลอโฉม และเขาพลิกโฉมหน้าของดาวดวงนั้นไปในทางที่ดี

 

John Carter ดัดแปลงจาก นิยายคลาสสิคของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เรื่อง A Princess of Mars นำมาสร้างเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ชื่อ บาร์ซูม สถานที่ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตแปลกตาทั้ง กลุ่มมนุษย์เผ่าตัวแดง, เฮเลียมไมท์, โซดันแกนส์, ธาร์คส์ และ เผ่าเธิร์ส

 

นับว่าเป็นการกำกับภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงของผู้กำกับ แอนดรูว์ สแตนตัน หลังจากที่สร้างความประทับใจในภาพยนตร์แอนมิเมชั่นเรื่อง Wall◦E(2008), Finding Nemo(2003), A Bug's Life(1998), เขียนเรื่อง Toy Story(1995), เขาเป็นทีมงานฝ่ายครีเอทีฟคนสำคัญที่พิกซาร์ อนิเมชัน สตูดิโอ เราคงไม่กังขากับการสร้างงานแอนเมชันของเขาอย่างแน่นอน

 

สำหรับ John Carter : นักรบสงครามข้ามจักรวาล ภาพรวมที่ออกมาทำให้นึกถึงความเป็น Walt Disney Pictures ได้ทันทีทันใด ในขณะที่นั่งดูผมนึกไปถึงเรื่อง Prince of Persia กับ Pirates of the Caribbean ยังไงชอบกล ภาพรวมออกมานั้นดูสนุกสนาน มีทั้งการผจญภัย ตามหาสถานที่สำคัญ สัตว์ประหลาด การต่อสู้ที่ตื่นเต้น

 

แต่ที่ผมชอบที่สุดเห็นจะเป็นบทภาพยนตร์ การเล่าเรื่องนั้นผมยกให้ระดับ ๕ ดาวเลยทีเดียว เรื่องนี้ผมขอแนะนำให้กับผู้ที่อยากจะเป็นนักเขียนนวนิยายต้องดูและศึกษา การเล่าเรื่องของ John Carter ไม่ได้เป็นไปอย่างเรื่อยเปื่อย มีการสร้างปม และคลายปมอย่างแยบยล ไม่ได้ลำดับเรื่องจาก ๑ ไป ๑๐ แต่เริ่มจาก ๙ – ๑ – ๒ – ไปเรื่อย ๆ จนถึง ๑๐ แล้วกับมาที่ ๙ และ ๑ เอาเป็นว่าวางโครงเรื่องไว้ให้คนดูร้อง อ๋อ เมื่อจบเรื่องก็แล้วกัน  ทุกสิ่งแม้จะดูเล็กน้อยในเรื่องนั้นไม่สามารถพลาดได้เลย เพราะในที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเรื่อง มันเป็นเบะแสของและย้อนกลับมาเป็นบทสรุปเรื่องได้ทั้งหมด

 

แนะนำบทช่วงจบเรื่องครับ ดีมาก ๆ 

 

ภาพสวยงามในแบบฉบับของหนัง Disney แอนนิเมชันสวยงามในแบบ Pixar Animation Studios ดูแล้วเพลินตาครับ

 

ส่วนทีมสร้างนั้นสามารไว้ใจได้จากผลงานที่ผ่านมาเช่น Avatar และ Jurassic Park

 

หากมองในเชิงลึกที่หนังที่ต้องการนำเสนอแล้ว มันเป็นการเล่าเรื่องของรัฐต่าง ๆ ในดาวดวงหนึ่ง ที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ จนเมื่อรัฐหนึ่งลุแก่อำนาจ มีอาวุธ มีกองกำลัง ก็ทำการรุกรานรัฐอื่น ๆ หรือชนพื้นเมือง จนกลายเป็นความขัดแย้งและความหวาดกลัวกับรัฐที่อ่อนแอกว่า หลายรัฐต้องหลบหนีไปเรื่อย ๆ บางรัฐผู้คนก็อยู่อย่างหลบซ่อน จนในที่สุดเมื่อความหวังใหม่เข้ามา มีการสร้างความเข้าใจระหว่างกัน ทำให้รัฐเล็ก ๆ ร่วมมือกัน ร่วมมือกันแล้วขับไล่รัฐที่เคยรุกรานพวกเขาไปได้

 

ส่วนเรื่องอาวุธที่ร้ายแรงที่รัฐมหาอำนาจครอบครองนั้นสามารถมองได้สองมุม มุมที่หนึ่ง อาจหมายถึงศาสนา เพราะหากลองมองย้อยดูในอดีต ผู้นำชาติมหาอำนาจขยายดินแดนด้วยการสร้างความเชื่อทางศาสนาและเปลี่ยนศาสนาชาติที่ตนเข้าครอบครอง มุมมองที่สอง คืออาวุธร้ายแรง เช่น อาวุธสงคราม หรือการร่วมมือเป็นพันธมิตรของชาติมหาอำนาจด้วยกัน หรือ อำนาจทางเศรษฐกิจก็เป็นได้ ก็แล้วแต่คุณ ๆ ท่าน ๆ จะตีความ

 

เรื่อง John Carter จึงเป็นภาพสะท้อนของลัทธิจักรวรรดินิยมก็เป็นได้

 

เรื่อง John Carter จึงนำเสนอในสองมมิติ มิติที่ ๑ ชาวสหรัฐอเมริการุกรานชนพื้นเมืองที่อยู่บนแผ่นดินอเมริกา อย่างที่เรา ๆ รู้จักกันในชื่อ อินเดียแดง กับมิติที่ ๒ คือการรกรานของรัฐมหาอำนาจกับชนเผาท้องถิ่นบนดาวบาร์ซูม

 

สรุป John Carter เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ส่วนเรื่องสิ่งที่แฝงอยู่ในหนังใครจะตีความแล้วคิดได้อย่างไรก็เป็นผลพลอยได้นกคนผู้นั้น ผมจึงวิจารณ์ในแง่บวก อาจค้านความเห็นจากนักวิจารณ์หลาย ๆ ท่าน และแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะขาดทุนย่อยยับในต่างประเทศ หากเทียบกับทุนสร้าง 250 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่ในประเทศไทยกับทำรายได้สูง ก็แสดงถึงความนิยมของคนไทยได้เป็นอย่างดี

 

ท้ายสุด มีคำถามหนึ่งซึ่งน่าคิดเป็นอย่างมากคือ

ศิลปินบางคนทำงานศิลปะตามใจตนเอง แสดงความเป็นตัวเองอย่างสูงสุด โดยไม่สนใจว่า ผู้คนจะวิจารณ์งานของเขาว่าเป็นอย่างไร

แต่ศิลปินบางคนทำงานศิลปะตามใจผู้ชม ให้ผู้ชมมีความสุขที่สุดหลังจากชื่นชมงานศิลปะของเขา โดยไม่สนใจความเป็นตัวเอง

ถามว่า ใครกันแน่ที่ควรจะได้รับการยกย่องว่าเป็น ศิลปิน

 

วาทิน ศานติ์ สันติ

บัตรราคา ๑๒๐ บาท เดอะมอล์ลบางกะปิ

ดูเมื่อ ๓ เมษายน ๒๕๕๕