อย่างไรก็ตาม แม้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ผู้รจนา ท่านได้อ้างพระไตรปิฎก อรรถกถา ฏีกา ปกรณ์พิเศษ ฯลฯ ต่าง ๆ มากมายเอาไว้ ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนอเพื่อให้เห็นถึงวิธีคิดของคนยุคก่อนเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของความจริง เพื่อแก้ความสงสัย...
ช่วงนี้ ผู้เขียนพอจะมีเวลาอยู่บ้าง จึงหยิบหนังสือ "จักกวาฬทีปนี" ฉบับหอสมุดแห่งชาติ ที่ได้ตรวจชำระเรียบเรียง ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ขึ้นมาอ่านซ้ำ เพื่อพัฒนาเอกสารคำสอนในรายวิชา "รัฐศาสตร์ในวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา" ที่ผู้เขียนได้จัดทำไว้เป็นเอกสารประกอบฯ ไว้นานแล้ว
แต่ในที่นี้ ผู้เขียนจะได้นำเนื้อหามานำเสนอก่อน ส่วนการวิเคราะห์ทางด้านรัฐศาสตร์ในวรรณกรรมจะนำเสนอในคราวต่อไป
ยิ่งอ่านยิ่งทำให้หลงไหล ในเทคนิคการนำเสนอ และวิธีคิดของคนโบราณอย่างน่าสนใจยิ่ง
ยิ่งผู้รจนาเป็นปรมาจารย์ระดับตำนานอย่างพระมหาเถระชื่อว่า สิริมังคลาจารย์ ปราชญ์แห่งล้านนา แต่งขึ้นที่เมืองเชียงใหม่ไว้กว่า ๔๕๒ ปี (๒๐๖๓) โดยแต่งเป็นภาษาบาลี
การเขียนจักรวาฬทีปนีนี้ เป็นการเขียนที่มีการอ้างอิงที่มาที่ไป พร้อมกับวิเคราะห์ไว้อย่างน่าภาคภูมิใจ ที่ในยุคเกือบ ๕๐๐ ปี ได้มีการทำงานเขียนในรูปแบบของงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ อย่างในสมัยนี้
จักกวาฬทีปนี เป็นหนังสือที่มีทั้งหมด ๖ บท(กัณฑ์) ประกอบไปด้วย
บทที่ ๑ จกฺกวาฬสรูปาทินิทฺเทส
เป็นการแสดงรูปร่างของจักรวาฬ (ภาษาสมัยใหม่ใช้คำว่า จักรวาล)
บทที่ ๒ ปพฺพตนิทฺเทส
เป็นการแสดงเรื่องภูเขา เช่น ภูเขาสิเนรุ ภูเขายุคนธร ภูเขาหิมพานต์ ภูเขาจักรวาฬ เป็นต้น
บทที่ ๓ ชลาสยนิทฺเทส
เป็นการแสดงแหล่งน้ำ คือ สมุทร สระน้ำ แม่น้ำ ชลาศัย(โบกขรณี)
บทที่ ๔ ทีปนิทฺเทส
เป็นการแสดงทวีปใหญ่ ๔ คือ ชมพูทวีป อุตรกุรุทวีป ทวีปเล็ก เช่น ลังกาทวีป เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วยังได้แสดงถึงชื่อบ้าน-ภูมิเมืองของ เมืองสำคัญ ๆ เช่น พาราณสี สาวัตถี เวสาลี มิถิลา เป็นต้น ตลอดถึงการจัดสรรราชธานีและชนบท
บทที่ ๕ ภูมินิทฺเทส
เป็นการแสดงภพภูมิต่าง ๆ ๒ ภูมิ(ทวิภูมิ) คือเรื่องอบายภูมิ และเรื่องเทวภูมิ
บทที่ ๖ ปกิณฺณกวินิจฺฉย
เป็นการแสดงเรื่องอื่น ๆ (เบ็ดเตล็ด) เช่นเรื่องอายุของมนุษย์ อายุของเทวดา อายุของสัตว์นรก ฯลฯ อาหาร ต้นไม้ โลก โลกธาตุ ความไม่สิ้นสุด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ผู้รจนา ท่านได้อ้างพระไตรปิฎก อรรถกถา ฏีกา ปกรณ์พิเศษ ฯลฯ ต่าง ๆ มากมาย เอาไว้ ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนอ เพื่อให้เห็นถึงวิธีคิดของคนยุคก่อน เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของความจริง เพื่อแก้ความสงสัย และเพื่อแสดงถึงความสั้น-ยาวของระยะเวลา พื้นที่ เพื่อทำให้มนุษย์เบื่อหน่ายต่อสังสารวัฏ ฯลฯ เมื่อเทียบเคียงกับการเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย แล้ว ไม่มีวันเป็นอมตะได้..... เป็นลำดับต่อไป