ชื่อเรื่อง ผลของการพัฒนาการดูแลและป้องกันแผลกดทับ แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพิมาย

ผู้วิจัยพีรวัฒน์ ลิ้มมหาคุณ, ชลัญธร ตรียมณีรัตน์

บทคัดย่อ

       การวิจัยเชิงพรรณนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อศึกษาอัตราการเกิดแผลกดทับหลังการพัฒนาการดูแลและป้องกันแผลกดทับ และ ศึกษาความพึงพอใจและระดับการปฏิบัติของทีมดูแลผู้ป่วยต่อการใช้แนวทางปฏิบัติทางคลินิกในการป้องกันการเกิดแผลกดทับกลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ป่วยที่ มานอนรักษาที่แผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาล พิมาย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 – 30 พฤษภาคม 2554 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ตามช่วงเวลาที่กำหนด มีคุณสมบัติคือเป็นผู้ป่วย ที่มีแผลกดทับและไม่มีแผลกดทับแต่ได้รับการประเมินความเสี่ยงของการเกิดแผลกดทับ ประยุกต์จากแบบประเมินความเสี่ยงของบราเดน(Barden Scale) ประเมิน 6 ด้าน ได้คะแนนรวม ≤ 16 คะแนน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 260 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่ แนวทางปฏิบัติการดูแลและป้องกันการเกิดแผลกดทับ แผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่พัฒนาโดยทีมดูแลผู้ป่วยศัลยกรรมโรงพยาบาลพิมาย แบบเก็บข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง เก็บข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยใน และข้อมูลตามแบบฟอร์มการดูแลผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ และ แบบสอบถามความคิดเห็นและระดับการปฏิบัติของทีมดูแลผู้ป่วยต่อการใช้แนวทางปฏิบัติทางคลินิก (Clinical Practice Guideline) ในการดูแลและป้องกันการเกิดแผลกดทับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ และแบบสอบถามความคิดเห็นและระดับการปฏิบัติของทีมดูแลผู้ป่วยต่อการใช้แนวทางการดูแลและป้องกันแผลกดทับ ทดสอบความเชื่อมั่นโดยวิธีอัลฟาของครอนบาค มีค่าเท่ากับ 0.92 และ 0.83 ตามลำดับ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการตามแบบฟอร์มระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 – 30 พฤษภาคม 2554 และสอบถามทีมดูแลผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาจำนวน, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติวิเคราะห์ ได้แก่ สถิติไคว์สแคร์ ผลการวิจัยพบว่าการพัฒนาการดูแลและป้องกันแผลกดทับ ในผู้ป่วย ส่งผลให้มีอุบัติการณ์การเกิดแผลกดทับลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01)ทีมดูแลผู้ป่วย เห็นด้วยมากต่อการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแผลกดทับ ทุกข้อ และในภาพรวม ความคิดเห็น อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก ( = 3.85 ) และมีระดับการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลและป้องกันแผลกดทับ ตามแนวทางการดูแลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ, การประเมินความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับ, แบบบันทึกแบบบันทึกการประเมินแผลกดทับ Pressure sore อยู่ในระดับสูง ร้อยละ61.29, 77.42 และ 87.10 ตามลำดับ จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาการดูแลและป้องกันแผลกดทับ แผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลพิมาย ส่งผลให้อุบัติการณ์การเกิดแผลกดทับลดลง ดังนั้นจึงควรมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และในการศึกษา ครั้งต่อไปควรมีการศึกษาเพื่อทดสอบประสิทธิผลเชิงผลลัพธ์อื่น ๆ เพิ่ม เช่น ค่าใช้จ่ายในการรักษา จำนวนวันนอนในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการใช้ยาต้านจุลชีพ การมีส่วนร่วมของญาติที่ดูแลผู้ป่วย เป็นต้น