ประชาธิปไตยใน" วิถีพอเพียง" กับประชาธิปไตยใน "วิถีทุนนิยมแบบสุดโต่ง"... กำลังเผชิญหน้าและท้าทายต่อการแสวงหาคำตอบของสังคมไทย!!! วิถีแรกได้รับการตอกย้ำว่า เป็นแนวทางแห่ง "มัชฌิมา" วิถีหลังเป็น "วิถีแห่งกามสุขัลลิกานุโยค" คำถามคือ เราจะปล่อยให้เป็น "เสรีประชาธิปไตย" ล้วนๆ หรือเป็น "ประชาธิปไตยที่มีการบริหารจัดการ" เพื่อให้สอดรับและเหมาะสมกับ "วิถีไทย" และ "วิถีพุทธ" ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรง
ถ้าเราเลือก "ประชาธิปไตยที่มีการบริหารจัดการที่ดี" เราคงไม่สามารถละท้ิงพื้นฐานของวัฒนธรรม ความเชื่อ และค่านิยมที่ทรง "คุณค่า" ในสังคมไทยตามความเชื่อของกลุ่ม Post Modern แนว Deconstructionism ได้ทั้งหมด
คำถามคือ กลุ่มคนที่ออกแบบรูปแบบประชาธิปไตยไทยจะตระหนักรู้ถึงอุดมการณ์ดั้งเดิมของ ปชต. คือ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาพ และภราดรภาพ ที่ปรีดี พนมยงค์นำมาขยายเป็น "อุดมการณ์ ปชต. ไทย ปี ๒๔๗๔" ที่เน้น "เอกภาพ ความปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาพ เสรีภาพ และการศึกษา" ให้สอดรับกับอุดมการณ์ ๒๕๕๕ ได้อย่างไร????
อุดมการณ์ ปชต. ปี ๒๕๕๕ ย่อมไม่เหมือนไม่เหมือนเดิม ๑๐๐% อย่างแน่นอน เพราะบริบททางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ ท้าทายกลุ่มคนที่ออกแบบ ปชต. ยุคนี้เป็นอย่างยิ่งที่จะหาคำตอบว่า "อุดมการณ์ร่วมของ ปชต. ยุคนี้หน้าตาควรเป็นอย่างไร?? มิฉะนั้น จะกลายเป็น "หนีการปฏิวัติโดยทหาร" ไปพบ "การปฏิวัติโดยกลุ่มคน"
การตระหนักรู้ และเข้าใจ "การเมืองเรื่องไตรลักษณ" จะนำไปสู่ "การเอาใจเขามาใส่ใจเรา" (อัตตานัง อุปมัง กเร) โดยเลี่ยงคำว่า "ทีใครทีมัน หรือทีเอ็งข้าไม่ว่าทีข้าเอ็งอย่าโวย" เพราะคนที่จะ "ค้ำฟ้า" ได้อย่างยั่งยืนนั้นล้วนต้องอาศัย "ธรรมค้ำ" อดีตจึงเป็นบทเรียนในปัจจุบันเพื่อให้เรามองเห็นชาตากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต!!!
ถ้าเราเลือก "ประชาธิปไตยที่มีการบริหารจัดการที่ดี" เราคงไม่สามารถละท้ิงพื้นฐานของวัฒนธรรม ความเชื่อ และค่านิยมที่ทรง "คุณค่า" ในสังคมไทยตามความเชื่อของกลุ่ม Post Modern แนว Deconstructionism ได้ทั้งหมด
คำถามคือ กลุ่มคนที่ออกแบบรูปแบบประชาธิปไตยไทยจะตระหนักรู้ถึงอุดมการณ์ดั้งเดิมของ ปชต. คือ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาพ และภราดรภาพ ที่ปรีดี พนมยงค์นำมาขยายเป็น "อุดมการณ์ ปชต. ไทย ปี ๒๔๗๔" ที่เน้น "เอกภาพ ความปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาพ เสรีภาพ และการศึกษา" ให้สอดรับกับอุดมการณ์ ๒๕๕๕ ได้อย่างไร????
อุดมการณ์ ปชต. ปี ๒๕๕๕ ย่อมไม่เหมือนไม่เหมือนเดิม ๑๐๐% อย่างแน่นอน เพราะบริบททางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ ท้าทายกลุ่มคนที่ออกแบบ ปชต. ยุคนี้เป็นอย่างยิ่งที่จะหาคำตอบว่า "อุดมการณ์ร่วมของ ปชต. ยุคนี้หน้าตาควรเป็นอย่างไร?? มิฉะนั้น จะกลายเป็น "หนีการปฏิวัติโดยทหาร" ไปพบ "การปฏิวัติโดยกลุ่มคน"
การตระหนักรู้ และเข้าใจ "การเมืองเรื่องไตรลักษณ" จะนำไปสู่ "การเอาใจเขามาใส่ใจเรา" (อัตตานัง อุปมัง กเร) โดยเลี่ยงคำว่า "ทีใครทีมัน หรือทีเอ็งข้าไม่ว่าทีข้าเอ็งอย่าโวย" เพราะคนที่จะ "ค้ำฟ้า" ได้อย่างยั่งยืนนั้นล้วนต้องอาศัย "ธรรมค้ำ" อดีตจึงเป็นบทเรียนในปัจจุบันเพื่อให้เรามองเห็นชาตากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต!!!