สำนักข่าว Dailymail ตีพิมพ์เรื่อง 'Tai Chi named as perfect exercise for the elderly' = "ไทชิ (ชี่กง) เป็น (มีชื่อเสียงในเรื่อง...) การออกกำลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนสูงอายุ", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
.
ภาพที่ 1: ไทชิ-ชี่กง ฝึกหายใจเข้าช้าๆ ออกช้าๆ ตามจังหวะ-ลีลาการเคลื่อนไหว ฝึกกายฝึกใจ, ให้ผลดีกับสุขภาพ เช่น ป้องกันการหกล้มในคนสูงอายุ ซึ่งถ้ากระดูกต้นขาท่อนบนหักจะเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้น 20% [ wikipedia ]
.
.
ภาพที่ 2: ป้ายเตือนใจโยมที่วัด ตอนไปงานทำบุญฉลองพระเจดีย์ แรงงานมอญ-พม่าสมุทรสาคร (13-10-2551), กล่าวกันว่า การเป็นหนี้เกินตัวหรือการให้คนอื่นกู้หนี้เกินตัว เพิ่มเสี่ยงเครียดเรื้อรัง ซึ่งคงจะไม่ดีกับสุขภาพหัวใจ-หลอดเลือดในระยะยาว
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การฝึกไทชิมีส่วนช่วยลดความดันเลือด (จากสูงไปทางพอดี) และทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้
.
การศึกษาใหม่จากฮ่องกง (ตีพิมพ์ใน Eu J Preventive Cardiology) ทำโดยการตรวจหลอดเลือดด้วยเครื่องสแกน พบว่า การฝึกไทชิทำให้หลอดเลือดของกลุ่มตัวอย่างมีความยืดหยุ่น (arterial compliance) ดีขึ้น และกล้ามเนื้อพยุงหัวเข่าดีขึ้น (กล้ามเนื้อหน้าขาท่อนบนทำหน้าที่ช่วยพยุงข้อเข่า)
.
การศึกษาทำในกลุ่มตัวอย่างคนสูงอายุ 65 คน เปรียบเทียบกลุ่มที่ฝึกไทชิอย่างน้อย 90 นาที/สัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 3 ปี กับกลุ่มที่ไม่ได้ฝึกไทชิ
.
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ฝึกไทชิมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาดีกว่า, ค่าความดันเลือดดีกว่า (ค่าที่ดี คือ ตัวบนเกิน 100 และค่อนไปทางต่ำ = 110-120-130 ดีกว่า 140 หรือสูงกว่านั้น), หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ฝึกไทชิ 40-44%
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ การฝึกไทชิเป็นการบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่แบบแอโรบิค คล้ายการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน, ทว่า... มีการยืดเหยียด (stretching), ฝึกสมาธิ และลดความเครียดได้ดี
.
การส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค เป็นสมรรถภาพอย่างหนึ่งของชาติในการแข่งขันกับนานาชาติ... ประเทศที่มีสุขภาพดีจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค และมีความได้เปรียบสัมพัทธ์ (competitive advantage) เพิ่มขึ้นมาก
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

> [ Twitter ]

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 6 เมษายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่ใช้เพื่อการค้า > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.