ความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้...ต้องหลีกเลี่ยง...


โอกาสทางธุรกิจขนส่งทางอากาศ

มูลค่าความสูญเสียโอกาสทางธุรกิจขนส่งทางอากาศ  เมื่ออากาศยานไม่สามารถร่อนลงยังจุดหมายปลายทางตามที่กำหนดได้ สิ่งที่จะมาเป็นตัวแปรให้การเดินทางไม่บรรลุผล คือ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ภูมิประเทศที่จำกัด มีภูเขาสูง ตลอดจนความสูง ณ สถานที่นั้นๆอากาศเบาบางต่างๆนั้น เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนปัจจัยหลักๆที่ควบคุมได้ควรนำมาพิจารณาประเมินหาสาเหตุหลักที่แท้จริงนั้น ที่ออดิตพบเกิดจากสาเหตุดังนี้

1.โอกาสที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเมื่อเกิดความยากลำบากในการลงจอด

2.ความกดดันที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจที่นักบินพลเรือนต้องประสพ

...ไปให้ถึงกลับให้ได้.... กับคำว่าต้องไปและกลับอย่างปลอดภัย ไปต่ออีกไม่ได้ถ้าประเมินว่าจะไม่ปลอดภัย ก็ต้องหยุดหรือเอาไว้แค่นั้น เพราะธรรมชาติไม่มีทางเหมือนกันในทุกวัน

 

การตั้งเป้าหมายในการเดินทางว่า"ไปให้ถึงกลับให้ได้"

บางทีการตั้งเป้าหมายแบบนี้อาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเสมอไป  เช่น  แผนการดำเนินการอาจตั้งไว้แบบหนึ่งระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งด้านการปฏิบัติการบินจะต้อง หมายเหตุโน้ตไว้เสมอว่า ทั้งนี้ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยกำหนดการต่างๆอาจเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือเป้าหมายที่จะไปอาจมีอุปสรรคหรือตัวแปรที่เราควบคุมไม่ได้ เป็นตัวขัดขวางการไปให้ถึงจุดหมาย ด้านการบิน เมื่อเราเจอสภาพอากาศ เราบินหลบเลี่ยง เมื่อเจอเมฆเราหลบเลี่ยงบินอ้อมเมฆ และถ้าจำเป็นต้องฝ่าไป เราจะหาช่องทางฝ่าไปโดยให้เกิดผลกระทบต่อเครื่องบินให้น้อยที่สุด ...ด้านการบินสอนให้เราอย่าเอาชนะธรรมชาติเพราะทำได้เพียงคาดเดาเหตุการณ์ แนวโน้มที่น่าจะเป็น (Expect) ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เป็นสาเหตุที่บางเวลาเราจะต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันเป็นนาทีต่อนาที ...เมื่อพบพายุอยู่เหนือสนามบิน บางสถานที่เราตรวจสอบทุกสองชั่วโมงเนื่องจากมีสภาพอากาศปกคลุมกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง ...

...นักบินถูกฝึกวิธีคิดให้ตระหนักว่า ณ บริเวณๆหนึ่ง สนามบินหนึ่งๆ ณ ที่เดิมหลังจากที่เราได้เคยจากออกมาแล้ว ไม่มีอะไรที่เหมือนกัน ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องคิดวิเคราะห์ใหม่หมดทุกอย่าง อย่าใช้ข้อมูลเดิม อากาศเดิม อุณหภูมิเดิม แม้กระทั่งมุมทิศเหนือแม่เหล็กก็ต้องมีการคำนวณการชดเชย(Magnetic Bearing Variation) เพื่อให้มั่นใจว่านักบินจะไม่ทำตามสิ่งใดตามความเคยชิน  ตามที่เคยทำมาแบบหนึ่งๆในเวลานั้น  อาจใช้ไม่ได้เมื่อใช้กับบริบทหนึ่ง ณ เวลานี้  นั่นคือจะต้องคิด  ทำ เป็นระบบขณะเวลานั้นๆ เพราะมีตัวแปรที่ไม่เหมือนกันในทุกที่นั่นเองที่ทำให้นักบินที่ทำผิดคิดว่า สิ่งที่เห็นเป็นแบบที่เคยเจอแล้วเคยมาที่นี่แล้ว เมื่อตอนนั้นเคยทำได้ แล้วแก้ไขโดยทำแบบที่เคยทำ แบบนี้โอกาสเสี่ยงสูง 

...ขอยกตัวอย่างนักบินที่ปฏิบัติการบินผิดพลาดโดยใช้ความคุ้นเคยดูกันนะครับ เช่น เมื่อนักบินดำเนินการปฏิบัติการบินไฟล์ทหนึ่งๆ แล้วพบว่า ...ขณะบินระดับ ก็มีลมมาปะทะด้านหน้า(Head Wind) ในขณะเวลาหนึ่ง นักบินมือใหม่เห็นว่ามีลมมาปะทะแรงทำให้การยกตัวเพิ่ม ก็ลดรอบหรือเบาเครื่องยนต์ลง เพื่อลดแรงยก ซึ่งในเวลาต่อมา ด้านหน้าเครื่องบินไม่มีลมปะทะ ลมปะทะเบาลง ซึ่งขณะนี้เครื่องยนต์ถูกลดรอบเครื่องลง ความเร็วของอากาศที่ไหลผ่านปีกลดลงอย่างรวดเร็ว  ทำให้แรงยกลดลงอย่างทันทีทันใด เครื่องบินจึงเสียความสูงทันที หรืออาจลดมากจนต่ำกว่าความเร็วสตอล(ปริมาณความเร็วของลมผ่านปีกที่พอจะทำให้เครื่องบินถูกยกขึ้นเอาชนะน้ำหนักเครื่องโดยเครื่องไม่ตก) กว่าจะดันคันบังคับให้เครื่องยนต์ตอบสนองกลับมาใหม่ ก็ใช้เวลา 6-8 วินาที ซึ่งอาจเสียความสูงมากเป็นอันตรายมากหากมีสิ่งกีดขวางสูงอยู่ ณ บริเวณนั้น 

 ...แต่หากเป็นนักบินที่มีประสบการณ์นั้น จะสังเกตและรู้ว่าลมที่ปะทะด้านหน้านั้นเป็นแค่ลมที่เกิดจาก พายุลมกระโชก หมายความว่าด้านหน้าที่มุ่งไปอาจไม่มีลมแบบนี้มาปะทะ หรือ ข้างหน้าอาจเป็นลมส่งท้าย  เจอลมปะทะเพิ่มแบบนี้นักบินจะเร่งเครื่องขึ้น  เห็นมั้ยครับว่ากระทำตรงข้ามแบบแรกเลยทีเดียว พอเร่งลมปะทะมาก เครื่องยกตัวมากก็ปรับแพนหางระดับ(Elevator) เพื่อยกหางขึ้น กดด้านหัวเครื่องลง เครื่องก็จะบินระดับได้ ในเวลาต่อมาด้านหน้าลมปะทะลดลงหรืออาจเป็นลมส่งท้าย ถ้าเป็นลมแปรปรวนไม่มีทิศทางแน่นอน(Wind Shere) เครื่องบินก็ยังมีแรงขับไปด้านหน้าอยู่เพราะเราเพิ่มรอบเครื่องไปเมื่อสักครู่ แรงลมปะทะยังมากอยู่ แรงยกก็มากตาม เครื่องก็รักษาระดับอยู่ได้ แบบนี้แหละครับที่นักบินล้วนตระหนักเตือนกันให้เป็นที่ตระหนักรู้อย่างแวดกว้าง ต่อๆกันมา 

 

นักบินไม่จำเป็นต้องไปให้ถึง...หากแต่การกลับมาอย่างปลอดภัย..แบบนี้คือความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้...ต้องหลีกเลี่ยง...

ในเมื่ออากาศไม่อำนวย ทัศนวิสัยการมองเห็นทางวิ่ง เห็นสภาพแวดล้อม เห็นสิ่งปลูกสร้าง เครื่องช่วยการเดินอากาศได้ชัดเจน ก็อย่าไปฝืนลงแบบไม่แน่ใจ เพราะมีทางเลือกอื่นๆมากมาย เช่นการบินวนรอสภาพอากาศ การบินไปลงสนามบินปลายทางสำรอง การบินกลับมายังจุดเริ่มต้นทางที่ออกมา หากเกิดความยากลำบากใจในขั้นตอนการปฏิบัติการบิน  กฎการบินให้อำนาจการตัดสินใจของนักบินถือเป็นที่สุด นั่นคือ ถ้าดูแล้วบริบทต่างๆทำให้เกิดความกังวลใจ ก็สามารถปฏิเสธการนำเครื่องบินลงสนามบินนั้นๆได้โดยอิสระ ไม่ถูกกดดันด้านอื่นๆที่มิใช่ด้านการบิน 

ความกดดันที่ควบคุมไม่ได้ และควบคุมได้

...ความกดดันที่ควบคุมได้ยากเช่น ความล้าของการทำงานของอวัยวะในร่างกายหรือสุขภาพ สภาวะการขาดออกซิเจนในสมอง หรือแม้กระทั่งการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว ที่ยังคั่งค้างในใจมาหมาดๆ ล้วนส่งผล กดดัน(Stress) มีผลต่อการควบคุมอารมณ์และเพิ่มโอกาสความเสี่ยงที่จะตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ผิดพลาด  เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้หรือยาก อีกอย่าง นักบินปฏิบัติการบินเป็นวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยในชีวิตของผู้โดยสารเป็นเรื่องหลัก แต่ในทางปฏิบัติทั่วไปนั้นผลกระทบด้านจิตใจของผู้ทำงานก็ยังมีให้เห็นเสมอ  

...อนึ่งเช่น Marshaller เขามีหน้าที่ให้ทัศนสัญญาณเครื่องบินให้เลี้ยวให้ขับเคลื่อนอย่างถูกต้อง  บอกทิศทางให้อากาศยานขับตามเครื่องหมายที่กำหนด  หยุดตรงเครื่องหมายให้สะพานเข้าเทียบได้  ขณะที่โบกให้สัญญาณเพื่อให้นักบินมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรมากระแทกชนกับอากาศยาน เนื่องจากอากาศยานขนาดใหญ่นักบินไม่สามารถมองเห็นแพนหางหรือปลายปีกได้ จึงต้องมีคนคอยบอกทิศ บอกระยะ (Marshaller) หรือเครื่องบอกทิศทางการเข้าหลุมจอดด้วยสายตา(VDGS-Visual Docking Guidance System) ซึ่งการปฏิบัติงานกับยานพาหนะที่มีการควบคุมได้ยากลำบาก มีแรงเฉื่อยมาก มีรัศมีวงเลี้ยวกว้างและซับซ้อน ทำจากวัสดุที่มีราคาสูง หากเกิดความผิดพลาดจะเสียหายและ ขาดความเชื่อมั่นในขั้นตอนการปฏิบัติงานให้ปลอดภัยต่ออากาศยาน  ถ้าอย่างนั้นผู้ปฏิบัติงานในลักษณะงานที่มีผลกระทบมากมายเหลือเกินแบบนี้ ควรต้องเคร่งครัดต่อการรับผิดชอบต่อตนเอง ต่องาน และต่อส่วนรวมแบบนี้ ต้องมีความรับผิดชอบสูง ต้องไม่ปฏิบัติตนหากไม่พร้อมหรือเมื่อมีอะไรบางอย่างไม่ปกติ ช่างสังเกต มีความรู้ในการวิเคราะห์ ปัญหา สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที มีความรู้และมีประสบการณ์มาก มาทำหน้าที่ แบบนี้เราควรให้ค่าตอบแทนสูงเพราะ คุณมีหน้าที่ต้องเอาใจใส่มาก ใช้ความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญ

...เราเห็นความสำคัญเชิงคุณภาพ เห็นสมรรถนะคุณ ที่ค่าตอบแทนสูงเพราะคุณเป็นคนที่มีความสามารถสูงและรับผิดชอบสูง  

ในเมื่อค่าตอบแทนมากๆจากความรับผิดชอบที่สูง  ไม่ได้เป็นเรื่องหลักที่มากำหนดความสุขและชีวิตเรา การทำงานโดยไม่ Work Load เครียดเกินไปนัก ก็ดำเนินชีวิตสุขกันได้ทุกคน จึงไม่แปลกอะไรในหลายๆคนจึงเลือกที่จะปฏิเสธหน้าที่แบบนี้ หรือหน้าที่ๆมีลักษณะงานที่จะต้องรับผิดชอบสูง แต่เป้าหมายในการทำงานทำให้เราภาคภูมิใจในการทำประโยชน์ให้สังคมได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นปลอดภัยขึ้น ได้รับบริการสะดวกขึ้น ชาวบ้านได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองจากภาครัฐสมบูรณ์ขึ้น ก็รู้สึกเป็นสุขที่สุดแล้วครับ 

 

หมายเลขบันทึก: 484182เขียนเมื่อ 4 เมษายน 2012 08:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2019 11:08 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี