อาจารย์หมอประเวศเอาการบ้านมาให้ช่วยคิด โดยมอบหนังสือของ สกว. เรื่อง ขุนสมุทรจีน 49A2 : ต้นแบบการแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะหาดโคลน   ให้เอามาอ่าน   อ่านข่าวเรื่องนี้ในปี ๒๕๕๑ ได้ที่นี่   และในปี ๒๕๕๔ ที่นี่ และที่นี่

 

          แค่อ่านคำนำของ ผอ. สกว. ในขณะที่พิมพ์หนังสือ (พ.ศ. ๒๕๕๑) คือ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง ผมก็เกิดแรง บันดาลใจเขียนบันทึกนี้   ว่านี่คือตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างการวิจัย ๒ ตระกูลที่อยู่กันคนละขั้ว    คือการวิจัยเพื่อท้องถิ่น กับการวิจัยเชิงวิชาการ

 

          นี่คือการวิจัยชายฝั่งทะเล   ซึ่งทำได้ตลอดไปไม่สิ้นสุด   ทั้งเพื่ออนุรักษ์และพัฒนา    สามารถมอง องค์ประกอบของชายฝั่งได้กว้างขวางหรือโฟกัสเฉพาะบางประเด็นก็ได้   โดยยึดวิธีมอง (กระบวนทัศน์) ว่า ชายฝั่งทะเลเป็นระบบที่ซับซ้อนและปรับตัว    มีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวอยู่ตลอดเวลา    ต่างที่ก็มีปัจจัย แตกต่างกัน   และแม้แต่ที่เดียวกันต่างเวลา ก็มีรายละเอียดของปัจจัยแตกต่างกัน   จึงตั้งโจทย์ทำวิจัยได้ไม่สิ้นสุด    และคนที่เก็บข้อมูลวิจัยได้ง่ายที่สุดคือคนในพื้นที่   จึงควรมีเครือข่ายการวิจัยท้องถิ่นว่าด้วยชายฝั่งทะเล

 

          ผมเคยเขียนคำนิยมให้แก่หนังสือเกี่ยวกับหาดทรายที่ ,    แต่นั่นเป็นเรื่องหาดทราย    เรื่องตามในหนังสือขุนสมุทรจีน เป็นเรื่องหาดโคลน

 

          ผมเห็นโอกาสต่อยอดจากวิจัยท้องถิ่น และวิจัยเชิงวิชาการ สู่การวิจัยนโยบายสาธารณะ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ    เป็นเรื่องนโยบายสาธารณะว่าด้วยการจัดการชายฝั่งทะเลที่เป็นหาดโคลน   โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเลือกวิธีการจัดการแนวเขื่อนสลายคลื่น “ขุนสมุทรจีน 49A2” กับวิธีอื่นที่มีการใช้ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอยู่ในปัจจุบัน   ผมเดาว่าอาจมีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวของคนบางกลุ่มมาเกี่ยวข้อง

 

          ผมเห็นโอกาสจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ บ้านขุนสมุทรจีน  บ้านคลองตำหรุ  บ้านโคกขาม เที่ยวหาดโคลนที่มีความงามคนละแบบกับหาดทราย   ที่แน่ๆ คือมีอาหารทะเลจากชายฝั่งอุดมสมบูรณ์กว่า

 

          สกว. น่าจะจัดทัวร์วิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ชายหาดโคลน   อาจตั้งชื่อให้เก๋ว่า “ทัวร์ขุนสมุทรจีน”    เชิญคนที่จะไปให้ความเห็นหลากหลายด้าน ทั้งด้านประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา (เช่น รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม)   ด้านป่าชายเลนและสิ่งแวดล้อม (เช่น ศ. ดร. สนิท อักษรแก้ว)   ด้านการแก้ปัญหาการกัดเซาะหาดโคลน (เช่น ศ. ดร. ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล)  ฯลฯ   รวมทั้งเชิญคนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไปร่วมด้วย    เป้าหมายของ ทัวร์คือ ให้ได้คำแนะนำว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง และอย่างไร เพื่อการพัฒนาพื้นที่อย่างพอเพียงและยั่งยืน   สกว. อาจเคยจัดแล้วก็ได้ แต่ผมไม่ทราบ

 

          จากการค้นด้วย Google ทำให้พบ บล็อกนี้ที่น่าอ่านมาก ให้ความรู้มาก  ทำให้ผมเดาว่าทีมที่เขียนน่าจะเป็น นศ. ของ ม. บูรพา    เท่ากับผมได้เห็นงานวิจัยรับใช้สังคม และทำโดยคนในพื้นที่ ที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย   เป็นตัวอย่างของ การบรรจบระหว่างการเรียนการสอน (teaching)  การวิจัย (research)  และการรับใช้สังคม (service)    ในเรื่อง การแก้ปัญหาการกัดเซาะหาดโคลน เป็นตัวอย่างของงานวิชาการรับใช้สังคมไทยในระดับเผยแพร่แก่คนทั่วไป ที่ยกระดับขึ้นเป็นผลงานวิชาการที่เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ ได้ไม่ยาก

 

           หนังสือ ขุนสมุทรจีน 49A2 : ต้นแบบการแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะหาดโคลน เน้นที่การแก้ปัญหา น้ำทะเลกัดเซาะชายหาดโคลน   แต่จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ยังนำไปสู่การทำงานวิชาการรับใช้สังคมที่มีคุณค่าได้อีก หลากหลายกิจกรรม

 

 
วิจารณ์ พานิช
๒๐ มี.ค. ๕๕