ค่าแรงเพิ่มขึ้น รายได้ประชาชนก็เพิ่มขึ้นมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าแต่ก่อน ผู้บริโภคย่อมคัดเลือกสรรหาสิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้แก่ตนเอง

 

การปรับค่าแรงขั้นต่ำที่จะเร่ิมมีผลทั่วประเทศในวันที่ 1 เมษายน 2555 โดยปรับขึ้นจากเดิมในปี 2554 ขึ้นมาประมาณอีกประมาณเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้ค่าแรงใน 7 จังหวัดมีค่าแรงใกล้เคียง 300 บาทต่อวันดังที่หน่วยงานภาครัฐประกาศให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2555 มีดังนี้ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี,สมุทรสาคร, นครปฐม, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, ภูเก็ต ส่วนในจังหวัดอื่นๆก็มีผลจากค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้นมาจาก 40เปอร์เซ็นต์ด้วยเช่นกันแต่ยังไม่ถึง 300 บาทโดยลดหลั่นกันไปในแต่ละจังหวัดสูงสุดอยู่ที่ จังหวัดชลบุรี 272บาท ต่ำสุดอยู่ที่จังหวัดแพร่ 222 บาท โดยเฉลี่ยทุกจังหวัดทั่วประเทศมีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ สองร้อยสี่สิบกว่าบาทจากเดิมที่ได้อยู่วันละร้อยกว่าบาทและการปรับในแต่ละครั้งจะอยู่ที่ครั้งละ 1 บาท 2 หรือ 3 บาทหรืออย่างมากก็ไม่เกิน 10 บาท นับว่าครั้งนี้รัฐบาลมีการปรับค่อนข้างมากกว่าครั้งก่อนๆพอสมควร
 
ค่าแรงเพิ่มขึ้น รายได้ประชาชนก็เพิ่มขึ้นมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าแต่ก่อน ผู้บริโภคย่อมคัดเลือกสรรหาสิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้แก่ตนเองโดยเฉพาะด้านอาหารและสุขภาพ การผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ดีมีคุณภาพ ปราศจากการใช้สารพิษ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ย่อมสร้างความแตกต่างทางด้านผลิตภัณฑ์ของตนเองจากท้องตลาดที่มีอยู่ทั่วๆไป ผู้บริโภคจะเริ่มให้ความสนใจและทำให้ติดตลาดได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้และเห็ดชนิดต่างๆ ถ้ามีการป้อนเข้าสู่ตลาดเป็นเจ้าแรกๆคนก็จะให้ความสนใจก่อน และถ้าดำรงคงไว้ซึ่งคุณภาพอย่างสม่ำเสมอน่าจะมีอีกหลายอาชีพเกิดขึ้นจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลในครั้งนี้
 
มองในมุมบวกก็น่าจะช่วยให้ชนชั้นกลางไปถึงชนชั้นล่างพอมีโอกาสและช่องทางในการทำมาหาเลี้ยงชีพเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนพอสมควร แต่รัฐบาลควรจะต้องดูแลเรื่องเงินเฟ้อ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าน้ำมันและสินค้าอุปโภค บริโภคโดยทั่วไปอย่าให้แพงตามเงินเดือนหรือรายได้ขั้นต่ำ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ผู้ประกอบการทั่วประเทศทั้งไทยและฝรั่งจะพลอยแย่ตามไปด้วยเพราะขาดอำนาจการซื้อ การควบคุมมิให้ของแพงเกินจริง(ต้องตรวจสอบต้นทุนของแต่ละบริษัทที่ขึ้นราคาให้ชัดเจน) และช่วยให้รายได้ภาคประชาชนสูงขึ้นจะทำให้มีกำลังซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าจากผู้ประกอบการจนทำให้เกิดการหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายคล้ายน้ำมันหล่อลื่นขับเคลื่อนให้เครื่องจักรเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างสบาย (เหมือนสมัยท่านคึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ใช้นโยบายเงินผัน) สิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้ารัฐบาลหมั่นควบคุมดูแลมิให้เกิดรูรั่วจะช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาและเจริญก้าวหน้าได้จริงๆ
 
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com