ภาคบ่ายมีการแบ่งกลุ่มกัน โดยมีอาจารย์ณรงค์กรรณ รอดทรัพย์ จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยตั้งประเด็นไว้ ๓ ประเด็นคือ

     ๑.ควรมีการเตรียมความพร้อมด้านใดบ้าง?

     ๒.ควรมีการเตรียมความพร้อมในแต่ละด้านอย่างไร?

     ๓.ควรมีการนำแผนการเตรียมความพร้อมไปเผยแพร่ต่อพุทธศาสนาอย่างไร?

     แต่ละประเด็นล้วนแล้ว แต่น่าสนใจ ซึ่งกลุ่มนี้มีผู้ร่วมเสนอแนะอยู่หลายประเด็น ซึ่งจะประมวลมาเพื่อเสนอในที่นี้ ดังนี้

     อาจารย์มณทิรา  ตาเมือง  จากมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า เราจะเห็นว่าอัตลักษณ์ร่วมของอาเซียนมีหลายประการ เช่น วัฒนธรรมข้าว วัฒนธรรมการใช้ไม้ไผ่ วัฒนธรรมการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ เป็นต้น สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่สอดคล้องกัน ๑๐ ประเทศ

     อาจารย์วิมล  ปิงเมืองเหล็ก ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด กล่าวว่า ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปริยัติ(การศึกษา) โดยยกย่องมหาเปรียญมากเกินไป จนละเลยฝ่ายปฏิบัติ(การฝึกหัดปฏิบัติตนให้ถึงพร้อม) ดังนั้น ควรให้สิ่งต่าง ๆ สอดคล้องกัน

     ยกตัวอย่างปัญหาระหว่างประเทศคือ ปัญหาเรื่องขี้ควาย ซึ่งชาวบ้านฝั่งลาวได้เลี้ยงเอาไว้และไหลลงสู่แม่น้ำ ซึ่งใช้ร่วมกันระหว่างไทย-ลาว คนไทยก็ฟ้องมา จึงทำให้เจ้าแขวงอุดมไชย กับผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ต้องเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งมีการจัดเลี้ยงต้อนรับ มีการละเล่นต่าง ๆ ก่อน ๓ วัน

     วันเซนลงนามเจ้าแขวงฝ่ายลาวค่อนข้างจะมีอำนาจ สามารถลงนามได้เลย จึงเซนก่อน แต่พอมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยากำลังจะลงนาม มีคนทักว่าท่านไม่มีอำนาจ การจะลงนามได้ต้องได้รับการเสนอรับรองจากรัฐสภาก่อน จึงไม่ได้ลงนาม การต้อนรับ ๒-๓ วันแทบสูญเปล่า นี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของภาครัฐไทย และภาครัฐลาว

     อีกกรณีหนึ่ง เช่น พระจีนที่เข้ามาเรียนและจบแล้ว ๕ รูป มีท่านพระถุนนา พระคำ พระชายน้อย เป็นต้น ไม่ใช่แค่มาเรียน แต่กลับไปเป็นเจ้าอาวาสในมณฑลยูนาน ถ้าไม่เรียกว่า “พะเยาวงศ์” จะเรียกว่าอะไร ทั้งนี้ได้ถอดแบบมาจากวัดศรีโคมคำทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการฉันภัตตาหาร อากัปกิริยา วิธีการ ตลอดถึงการให้พร

     พระมหาบุญเหลือ อาจารย์จากห้องเรียนวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย ในกรณีประชาคมอาเซียนนี้ พระต่างประเทศ เช่น พระพม่า มีสิทธิแค่ไหน-อย่างไรบ้าง? ซึ่งรัฐบาลพม่าไม่ได้ใส่ใจจัดการศึกษาให้พระภิกษุสามเณรเลย แล้วไทยจะมีส่วนช่วยในส่วนนี้อย่างไร?

     อาจารย์มณฑิรา ตาเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะไปทำวิจัยที่พม่าหลายต่อหลายครั้ง ก่อนนี้พระพม่าเคยเข้ามาเรียนโดยรัฐบาลให้โอกาส แต่ลาสิกขาออกไปหางาน เข้ามาไม่ใช่ต้องการศึกษา แต่เพื่อหางานมากกว่า รัฐบาลพม่าจึงไม่รับรอง ส่วนประเทศอื่น ๆ ไม่แน่ ตอนนี้มีทุนจากอาเซียน ที่สนับสนุนพระในกลุ่มอยู่แล้ว ขอให้ติดตามต่อไป

     ผศ.จักแก้ว  นามเมือง หัวหน้าสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มจร.พะเยา ตอนนี้โอกาสทางการศึกษาของพระสงฆ์มีมาก เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศพม่าเริ่มคลีคลายลงไปมาก 

     ยกตัวอย่าง แม่บ้านที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ บอกกับเจ้านายว่า จะกลับบ้านที่พม่า แม่ป่วยหนัก แต่เมื่อนายจ้างตามให้กลับมา เหตุผลจริง ๆ คือนางอองซาน ซูจี ถูกปล่อยตัว ซึ่งทำให้เขาคาดหวังใน ๓ ประการ คือ ๑)ประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้น  ๒)ประเทศจะมีเศรษฐกิจที่ดี  ๓)ซึ่งจะตอบโจทย์ที่ว่าจะหาครอบครัวที่ดี ๆ นี้คือความเป็นจริงที่ปรากฏในสังคมประเทศเพื่อนบ้าน

     ส่วนการเตรียมความพร้อมของไทย ต่อประชาคมอาเซียนนั้น ขอเสนอ ๓ ประเด็นดังนี้

     ๑.ปริยัติ หมายความว่าองค์ความรู้ โดยจัดสัมมนา เช่น มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งจะมีพลังมากกว่า โดยเฉพาะองค์กรทางสงฆ์ เช่น มหาเถรสมาคม สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะไม่มีพลังเท่าที่ควร และไม่คล่องตัว

     ๒.ปฏิบัติ โดยการจัดกิจกรรมพุทธศาสนาในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น จัดกิจกรรมอบรมวิปัสสนากัมมักฐาน ซึ่งพม่าจะมีความเข้มแข็งกว่ามาก มีการแลกเปลี่ยน เช่น มจร.บาลีพุทธโฆษ หรือมีศูนย์อาเซียนทางพระพุทธศาสนา หรือเผยแพร่ทาง www. จะไปไวกว่า ดังนั้นต้องหาคนรับผิดชอบโดยตรง

     ๓.ปฏิเวธ ต้องให้เกิดความตระหนักในการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต่าง ๆ