อสม. เป็นเสมือนลูกหลาน มาช่วยฉีดยาให้เช้าเย็น ช่วยเจาะเลือด ช่วยดูแลการกินยา

อีกหนึ่งเรื่องเล่าจากหมอฝน

อสม. ผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน

“สวัสดีค่ะคุณยายส้ม (นามสมมติ)  จากผลน้ำตาลหมอคิดว่ายายคงต้องเปลี่ยนยาฉีดเป็นจุกสีน้ำตาลแล้วแหล่ะค่ะ เพราะน้ำตาลก่อนอาหารของยาย ๒๐๐-๓๐๐ ตลอดเลย”

ยายส้ม อายุ ๖๙ ปี เป็นผู้ป่วยเบาหวาน มาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๘ นับแล้วก็ ๑๖ ปี เมื่อ ๖ เดือนก่อน ระดับน้ำตาลเริ่มสูงขั้นเรื่อย ๆ หลังจากการกินยาเต็มขนาดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยายก็พยายามอด ๆ ๆ แล้วก็อด แทบจะไม่กินอะไรแล้ว นั่นคงหมายถึงว่าตับอ่อนได้ขอลาพักผ่อนไปแล้ว มีความจำเป็นต้องฉีดยา ทำอย่างไรดี ยายส้มอยู่กับตาซึ่งแก่กว่า ลูก ๆ ไปทำงานที่ต่างจังหวัด ความจำก็ไม่ดี ใครจะช่วยดูแลฉีดยาให้ ??????

เป็นความโชคดีที่ยายส้มรับยาอยู่ที่ รพ.สต.หนองโบสถ์  รพ.สต.ที่ห่างไกล ติดเขา เหนือเขื่อนลำแชะ รพ.สต.ที่เกิดขึ้นจากประชาชน สร้างอาคารให้ก่อนแล้วมาขอหมอไปอยู่ แล้วจึงขอเป็นสถานีอนามัยในเวลาต่อมา

 
ที่ว่าโชคดีก็เพราะว่าพี่พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ รพ.สต.นี้ ได้ชักชวน อสม.ใกล้บ้านยายส้ม เป็น อสม.ผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน นั่นคือคุณยายส้มนั่นเอง พี่ อสม. เป็นเสมือนลูกหลาน มาช่วยฉีดยาให้เช้าเย็น ช่วยเจาะเลือด ช่วยดูแลการกินยา วันนี้แม้พี่ อสม.ไม่ได้มารับยาพร้อมกับยายส้ม แต่พอหมอบอกว่าต้องเปลี่ยนชนิดยาฉีด พี่พยาบาลที่ รพ.สต.ก็โทร.บอกให้พี่ อสม. เอายาฉีดเดิมมาให้และมาเรียนรู้จักยาใหม่ที่จะเอาไปฉีดให้กับยาย

 
“ก็ได้คนนี้แหละที่เขาดูแล ต้องขอบใจเขามาก ๆ เลย ถ้าไม่ได้เขายายก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”

มีหลายครั้งที่เราต้องเผชิญปัญหานี้ ถ้าป้าส้มรับบริการที่ รพ.ครบุรี ก็เป็นการยากที่จะประสานงานเพื่อหา อสม.หรือคนจะช่วยดูแลยายที่บ้าน แต่ข้อเด่นของ รพ.สต. คือ ใกล้บ้าน ใกล้ใจ รู้จักกับพื้นที่ และมีพี่ ๆ อสม. ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่ลำบากให้กับเราได้ ความเป็นพื้นที่ที่มีสรรพกำลัง มีความใกล้ชิดกันกับเจ้าหน้าที่ นึกออกว่าบ้านผู้ป่วยอยู่ตรงไหน ทำให้เป็นการง่ายมากที่จะบอกว่าใคร จะช่วยดูแลผู้ป่วยได้


คงต้องขอบคุณความมีน้ำใจของพี่ๆ อสม. และความพยายามของพี่พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่เสียสละเวลา แรงกายแรงใจในการทำงานเพื่อผู้อื่น ๆ

พญ. สกาวเดือน นำแสงกุล