จดหมายถึงลูก "เพรียง" ฉบับที่ ๒

 

 

 

จดหมายถึงลูก "เพรียง" ฉบับที่ ๒

 

              เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕ แม่ได้ไปนอนกับน้องเพรียงที่บ้านที่พรหมพิราม น้องเพรียงบอกแม่ว่า "เพรียงจะเกี่ยวข้าวในวันศุกร์ที่ ๓๐ มีนาคม นี้นะแม่"...(การเกี่ยวข้าวปัจจุบันนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วที่จะต้องใช้แรงงานคนเป็นคนเกี่ยว เพราะปัจจุบันจะใช้รถเกี่ยว ๆ ข้าว"...เจ้าของก็ได้แต่ไปดูและคุมอย่างเดียว เรียกว่า "สบายกว่าเมื่อก่อน เพราะสมัยก่อนผู้เขียนเห็นพ่อเกี่ยวข้าวลำบากมากและต้องใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว...แต่ปัจจุบันนี้วันเดียวก็เสร็จแล้ว...)

               แต่พอมาเย็นของวันนี้ (๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕) แม่ได้โทรศัพท์ไปหาพ่อเร ๆ บอกแม่ว่า "เพรียงเกี่ยวข้าวแล้วในวันนี้ เพราะเกรงว่า ฝนจะตกแล้วจะไม่ได้เกี่ยวข้าว...และให้แม่โทร.หาน้องเพรียงดูว่าไปถึงไหนแล้ว"...แม่ก็ได้โทรศัพท์หาน้องเพรียงเมื่อประมาณ ๖ โมงเย็น น้องเพรียง บอกว่า กำลังเกี่ยวกันอยู่แม่ตอนนี้ได้ประมาณ ๑๒ เกวียนอยู่ แต่ยังเกี่ยวไม่หมด"...แม่เลยบอกน้องเพรียงว่า "ถ้าเสร็จแล้วโทร.บอกแม่ด้วยว่าได้เท่าไร?...น้องเพรียงตอบรับว่า "ครับ"...

                เมื่อประมาณเกือบเวลา ๒๑.๐๐ น. ของวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ น้องเพรียงได้โทรศัพท์มาบอกแม่ว่า..."แม่ เพรียงเกี่ยวข้าวได้หมดแล้ว...ครั้งนี้ได้ ๒๔ เกวียน ๖๐ ถัง ต่อที่นา ๓๕ ไร่ เนื่องจากอีก ๑๕ ไร่ น้องเพรียงแบ่งให้พ่อของน้องอ้อมทำด้วย...น้องเพรียงบอกว่า ราคาขายตอนนี้เขาให้เพียงเกวียนละ ๑๐,๗๐๐ บาท...ซึ่งแม่ว่า...น้อยมาก...ไม่สมกับคำที่รัฐบาลบอกว่า "ประกันราคาข้าวให้เท่ากับ ๑๕,๐๐๐ บาท เลย"...นี่คือ "ความภาคภูมิใจของเจ้าที่เจ้าก็สามารถทำมาหากินได้ด้วยตัวของเจ้าเอง"...เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าก็ยังพอได้อยู่...ถึงจะไม่มาก แต่ก็ยังสามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่ได้...

                แต่นี่ก็ทำให้เห็นว่า "เป็นน้ำพัก - น้ำแรง ของน้องเพรียงที่ทำนาได้เป็นครั้งแรกของชีวิตของน้องเพรียงก็ว่าได้"...สำหรับครั้งต่อไป ก็เป็นครั้งที่ ๒ ที่น้องเพรียงจะได้เริ่มทำอีก เพราะครั้งที่ ๓ จะไม่ได้ทำเนื่องจากที่นาแห่งนี้จะต้องเก็บน้ำ ทำเป็นแก้มลิง (แต่รัฐจะจ่ายเงินชดเชยให้สำหรับที่นาที่ทำเป็นแก้มลิง)...เพราะว่า หน้าฝน ถ้าน้ำระบายไปไม่หมดต้องเก็บน้ำไว้ที่นี่..."ที่ที่เรียกว่า "ทุ่งสาน"...

 

 

 

อ่านจดหมายถึงลูกทุกฉบับ ได้จากที่นี่

"จดหมายถึงลูก"