ปราบขี้โกงไทย
โพสต์เรื่องสุขภาวะ เบา ๆ มาสามสี่เรื่อง อดไม่ได้ที่เห็นความขี้โกงทั้งจาการฟังทีวี และที่พรรคพวกมาบ่นให้ฟังอยู่มิได้ขาด ทั้งระดับชาวบ้าน นักการเมือง และข้าราชการ ก็คิดไป ตามประสาคนมีเวลาที่จะคิด
ผมได้เสนอเรื่องวิธีการปราบขี้โกงไว้แล้วใน http://www.gotoknow.org/blogs/posts/470519 คิดว่ายังไม่พอที่จะขจัดได้ จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงกฎหมายถึงจะไปรอด นี่คือขอเสนอใครก็ได้ที่มาอ่าน เก็บไว้พิจารณาใช้เมื่อสนทนากันถึงความขี้โกงในประทศไทยของเรา
- ข้าราชการระดับผู้อำนวยการขึ้นไปต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน และรับการตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด หรือ ก่อนไปรับตำแหน่งใหม่ทุกครั้ง
- ข้าราชการผู้ใต้บังคับชาตามจำนวนที่กำหนดสามารถเข้าร้องเรียนต่อ ปปช. เพื่อให้ตรวจสอบความโปร่งใส ถ้าพบว่าผู้บังคับบัญชามีการทุจริต และให้ถือเป็นความดีความชอบของผู้ร้องเรียน หากผู้บังคับบัญชาถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
- การไปราชการของข้าราชการ ต้องใช้เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักของตนเองเป็นค่าใช้จ่าย ห้ามมิให้รับเลี้ยงจากหน่วยงานที่ไปราชการ และเกี่ยวข้อง (เพราะเจ้านายที่เป็นฝ่ายต้อนรับมักมีการซิ๊กแซ็กนำเงินราชการมาเป็นค่าใช้จ่าย โดยบอกลูกน้องว่าที่ทำก็เพราะนำไปรับนายใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีการฟอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างหนึ่ง และก็ทำกันมาก)
- ข้าราชการที่ทุจริต ต้องรับโทษมากกว่าบุคคลทั่วไป เช่น 3 เท่า ถ้าเป็นนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ต้องรับโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต (อย่าประหาร….จะได้เจ็บปวดนาน ๆ ลูกหลานจะได้จำไว้เป็นพฤติกรรมชั่วที่ต้องไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป)
- (มาตรการทางสังคม) ส่งเสริมระบบอเมริกันแชร์ หรือ เมื่อไปรับประทานด้วยกัน ต่างคนต่างจ่าย ไม่ต้องมีเจ้ามือ ให้ถือเป็นค่านิยมใหม่ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางต่อเนื่องของข้าราชการ
5 มาตรการนี้น่าจะเอาอยู่ไหมนี่ ภายใน 15 ปี หลังจากออกกฎหมาย
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะอาจารย์
ข้อ ๕ ถือปฏิบัติกันมาตอน ทำงานเอ็นจีโอ
แต่มีบางคน ถือโอกาสไปทานข้าว แล้วชาวบ้าน ให้เลี้ยง
(อันนี้ ก็รับไมได้ อีกเช่นกันค่ะ ) :)
เขียน ผิดค่ะ ถือไปกิน ข้าว ของชาวบ้าน
..น่าจะทำได้นานแล้ว..ไปติดอยู่ที่ไหน..นะ..(ยายธี)
"...การไปราชการของข้าราชการ ต้องใช้เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักของตนเองเป็นค่าใช้จ่าย ห้ามมิให้รับเลี้ยงจากหน่วยงานที่ไปราชการ และเกี่ยวข้อง (เพราะเจ้านายที่เป็นฝ่ายต้อนรับมักมีการซิ๊กแซ็กนำเงินราชการมาเป็นค่าใช้จ่าย โดยบอกลูกน้องว่าที่ทำก็เพราะนำไปรับนายใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีการฟอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างหนึ่ง และก็ทำกันมาก)..."
I think that's should include receiving "meal money, petrol money, coffee money, cigarette money..." from people too. Time and time again, people have to 'oil' government machinery before any of them would move.
[Most people have given up any hope for 'clean' oublic service operations. People give monks money to get mmonks to provide services --though, they do not have to give any--. People give money to public servants (surveyors, custom inspectors, tax field officers, ...) --though, these public servants are already paid in salary and allowances--; ... ]
These "oilings" are nothing but "corruption".
Thanks to join me here.
Please give more ideas to STOP corruption!!! Take out the corruption root and burn it. As it is our society cancer.
สังคม เน่าๆที่มีความอิจฉา ริษยา โกงกินเป็นสายเลือด คงคิดว่าตายไปเอาอะไรไปติดสินบนยมบาลได้อีกละมั้ง ยากแก่การแก่ไข อาจเนื่องมาจากหลายๆชาติที่ประพฤติปฎิบัติกันมา คนดีอยู่ยากในสังคมดีๆ หยุดได้ก้อทำแบบชายแดนภายใต้ไงค่ะ เก็บๆๆๆๆๆๆให้หมด