เข้าถึง เข้าใจ(ลูก)และพัฒนา(ตนเอง)

จริง ๆ แล้ว ไม่มีพ่อแม่คนไหน ตั้งใจที่จะรังแกลูกหรอก แต่ก็มีหลายคนที่ต้องกลายเป็นพ่อแม่รังแกลูกโดยไม่รู้ตัว

เคยพบลูกหัวปีอายุประมาณสี่ขวบ ที่สดใส ช่างเจรจา  กล้าแสดงออก ประมาณห้าปีต่อมาเจอกันอีก ดูเธอซบเซา เงียบเหงา เก็บตัว ผิดสังเกต

นั่งคุยกับพ่อแม่สักพัก ก็ถึงบางอ้อ คำก็ลูกคนเล็ก สองคำก็ลูกคนเล็กที่เก่งไปเสียทุกอย่าง  ลูกคนหัวปีที่อยู่อีกมุมห้องก็ค่อย ๆ ละถอยออกไป  นี่ไงรังแกลูกโดยไม่รู้ตัว

วันต่อมาทั้งครอบครัวไปเที่ยวกันมา ลูกคนเล็กหัวเราะร่า เพราะได้ตุ๊กตาตัวโปรดมาด้วย  ลูกทั้งสองอายุห่างกันสองปี....โถ..พ่อแม่ขยี้หัวใจลูกซ้ำอีก เพียงด้วยเหตุผลเพียงว่า เธอไม่ชอบตุ๊กตาเพราะโตแล้ว  

มียอดคุณพ่อ เล่าให้ฟังว่านั่งทานข้าวกับลูกคนกลาง  อยู่ดี ๆ มีแม่เข้ามาบอกว่าเก็บอาหารจานโปรดไว้ให้พี่คนโตบ้าง  สังเกตสีหน้าท่าทางลูกแล้วแทบจะโยนจานข้าวทิ้ง  ฟังแม่นิ่ง ๆ แล้วค่อย ๆ ทิ้งจานข้าว ออกไป จนพ่อต้องหันมาเอาใจ  และต่อมาต้องเอาใจสารพัด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกพลัดหลงเข้าฝูงเพื่อน  ยอดคุณพ่อต้องคอยดึงกลับด้วยสารพัดวิธี ที่จะให้ทั้งพี่น้องและแม่เข้าใจ และเข้าถึงลูกคนกลาง เพื่อสร้างความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุข ทุกคนไม่อิจฉาริษยากัน  อันเนื่องมาจากความเข้าใจฝังลึก ไม่สึกกร่อน “พ่อแม่รังแกฉัน”

เห็นคุณพ่อคุณแม่สองสามคนอุ้มลูกขึ้นเว็บ  ก็ลองเก็บไว้พิจารณานะครับ