ผมได้รับคำเชื้อเชิญจากอาจารย์แหววที่เคารพของผมในเฟซบุ๊คในการแสดงความเห็นถึงกรณีของน้องดาที่ต้องการใช้สิทธิในการกำหนดเพศวิถีของตนเองจึงขออนุญาตแสดงความเห็นทางกฎหมายสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่อันน้อยนิดต่อกรณีดังกล่าวเปรียบเทียบกับกรณีในยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองของกฎหมายสิทธิมนุษยชนยุโรป
ในกฎหมายสิทธิมนุษยชนยุโรปก็ได้มีการบัญญัติรับรองสิทธฺในการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและชีวิตครอบครัว (Article 8 of the European Convention on Human Rights: Right to respect for private and family life) มีคดีในศาลสิทธิมนุษยชนที่ใกล้เคียงกับกรณีของน้องเขาคือ Rees v United Kingdom (1987) 9 EHRR 56 ซึ่งเป็นกรณีของการแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย และในคดีของการแปลงเพศจากชายเป็นหญิงก็ยังได้รับการรับรองทางกฎหมายคือในคดี Goodwin v United Kingdom (2002) 35 EHRR 18 (GC) paras [90]-[91]
ต่อมาในปี 2002 ในคดี Goodwin v United Kingdom ศาลในคดีนี้กลับพิจารณาเห็นว่าการกระทำของอังกฤษเป็นการละเมิดมาตรา 8 โดยข้อเท็จจริงแตกต่างเล็กน้อยจากคดีแรกคือ ผู้ร้องเป็นชายที่ได้แปลงเพศเป็นหญิง แต่ในคดีนี้ผู้ร้องได้แสดงให้เห็นชัดเจนกว่าในคดีแรกว่าการที่รัฐปฏิเสธการเปลี่ยนสถานะเพศของตนเองในใบแจ้งเกิดส่งผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลอย่างไร เช่น ในการทำงานตามกฎหมายอังกฤษตนจะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมจนถึงอายุ 65 เพราะตามใบแจ้งเกิดตนมีสถานะเป็นชาย แต่เพื่อนร่วมงานจ่ายถึงเพียงอายุ 60 เพราะเป็นหญิง แต่การเลื่อนตำแหน่งตนไม่สามารถได้รับพิจารณาเพราะตามลักษณะงานต้องเป็นหญิงแต่ตามใบแจ้งเกิดตนเป็นชาย เป็นต้น ในคดีนี้ ศาลได้พิจารณาว่าการกระทำของอังกฤษถือเป็นการขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนเพราะตาม European Convention on Human Rights มุ่งคุ้มครองเจตจำนงค์ของบุคคล (Personal autonomy) เป็นหลัก ดังนั้นรวมถึงสิทธิในการกำหนดสถานะของบุคคลในสถานะความเป็นคนด้วยเช่นกัน para [H 18] page 451
เพศวิถีเป็นเรื่องที่ควรยอมรับกันในสังคม แต่ควรผ่านการพิจารณาร่วมกัน