ไม่รู้หรือไง...ว่าพยาบาลใจร้ายก็มี

เช้าวันเสาร์ขณะผู้เขียนกำลังชื่นชมมะลิที่กำลังงามออกดอกดก...

เห็นแล้วตกใจ...

 

มะลิต้นนี้มีประวัติศาสตร์...

ป๊าซื้อมาต้นเล็กๆ ปลูกไว้ใกล้ๆโคนต้นหมากเพราะบ้านผู้เขียนไม่ค่อยเหลือพื้นดินไว้ปลูกอะไรสักเท่าไหร่... แต่ป๊าก็ปลูกได้งาม จากต้นเล็กๆจนเริ่มแตกยอด และแล้ววันหนึ่งก็เห็นยอดมันถูกฉีกขาดจากกัน... เหลือแต่ตอ เราเดาว่าฝีมือเจ้าคอปเปอร์ที่น่าจะกระโจนปีนขอบรั้วเห่าแมวข้างบ้านแล้วเหยียบ... ป๊าบอกว่า “ไม่รอดหร็อก...”

ตอนนั้นผู้เขียนได้แต่ให้กำลังใจว่า เราเคยมีต้นไม้ต้นหนึ่งที่บ้านที่ศรีราชา เพื่อนป๊าเหยียบกลางยอดแบบนี้แหละ...แล้วก็แตกยอดตั้งสามยอด

ผู้เขียนเอากระถางเก่ามาครอบตอมะลิกันคอปเปอร์เหยียบซ้ำ แล้วหมั่นรดน้ำ

มันแตกยอดหลายยอดสวยๆ นับวันยิ่งงาม... และช่วงนี้เริ่มออกดอกดก...

แต่...ทำไมเช้านี้เป็นอย่างนี้...

 

ผู้เขียนเดินดูแล้วงงอยู่นาน จนสายตาเหลือบไปเห็น...

อารมณ์ตอนนั้นคือ...หนอยแน่! ไอ้ตัวการ... ล่อของฉันซะเหี้ยนเลย บังอาจ...ไม่รู้เหรอว่าพยาบาลใจร้ายก็มีนะ

ผู้เขียนเอากาบแห้งของต้นหมากเขี่ยอยู่นานกว่ามันจะตกลงพื้น...ขามันเกาะเหนียวมาก...

...แต่ยังงงกับมันอยู่ว่า มันปีนไปกินได้หลายยอดได้ยังไง

 

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น... อีกตัว...

คราวนี้แหละ ผู้เขียนขนลุกซู่... ด้วยความตกใจกับขนาดของมัน เรียกว่าใหญ่มากๆๆๆ บอกตัวเองในใจว่า..(โค-ต-ร) พ่อแม่มันเหรอ?

ไม่แปลกใจแล้วแหละ ว่าทำไมเพียงข้ามคืนพ่อล่อกันซะเกือบหมดต้น...

ผู้เขียนเขี่ยมัน ได้ยินเสียงมันร้อง...จิ๊กๆๆๆ...ซะด้วย เพิ่งรู้ว่าหนอนก็มีเสียงดังแฮะ

 

เสียงป๊าตื่นชงกาแฟ ผู้เขียนเขี่ยหนอนใส่ที่ตักขยะยกไปให้ป๊าดูในครัวแล้วนำออกมานอกบ้าน คิดว่าจะทำยังไงกะมันดี... ป๊าถือถ้วยกาแฟตามออกมาแล้วเดินไปดูกอมะลิ

ผู้เขียนบ่นต่อว่าหนอนอะไรตัวใหญ่จัง มันมายังไงข้ามคืนกินต้นมะลิเราได้ขนาดนี้...

“หนอนผีเสื้อ...” ป๊าบอก

พอรู้ว่าหนอนผีเสื้อพาลนึกถึงหน้าตาสวยๆของพ่อแม่มันแล้วสงสาร ขณะกำลังวางแผนในใจว่าจะให้มันไปโตที่อื่นและกำลังจะเดินไปที่ประตูรั้ว ป๊าเดินมาหาแล้วพูดว่า

“ไหน.. วางลงที่พื้นซิ...” ผู้เขียนยังถือที่ตักขยะเฉยๆ... ป๊าเอามือหยิบมันทิ้งลงที่พื้น...

แล้วภาพก็เป็นเช่นนี้ (ที่เท้าคอปเปอร์)

ไม่ใช่ฝีเท้าคอปเปอร์หลอกนะ

ผู้เขียนได้แต่พูดว่า...แหยะ!....

 

...ในใจพูดว่า ลาก่อน (ขออโหสิกรรม...จ้า เด็กๆ... )...

ยึ้ยยย....