ปัจจุบัน การเอาใจใส่ในธรรมชาติ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นพันธะผูกพันที่ทุกคนต้องเจือปนในความเข้มข้นของการมี จิตสำนึกส่วนรวม ร่วมช่วยกันในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ไม่ควรใช้ไปในทางนำมาเพื่อสนองเพียงแค่ตัณหาอย่างเดียว
วิกฤติธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลสะท้อนกลับมาจากการจัดระเบียบตาม กฎธรรมชาติ ในตัวของมันเองเพื่อที่จะจัดสมดุลธรรมชาติ
ธรรมชาติจะมีการจัดสมดุลของมันเองอยู่เสมอตามภาวะแวดล้อมหรือปัจจัยเหตุที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา แต่การจัดสมดุลที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของวิกฤติทางธรรมชาตินั้น จะรุนแรงมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับอาการเจ็บป่วยของธรรมชาติเป็นสำคัญ ดังที่จะเห็นในปัจจุบันที่ทั่วทุกมุมโลกจะประสบกับวิกฤติธรรมชาติทวีความรุนแรงและถี่ขึ้นทั้งการเกิดสึนามิ (ประเทศไทย) พายุนากีส (พม่า) และแผ่นดินไหวในอีกหลาย ๆ ประเทศ นำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ นั่นย่อมสะท้อนออกมาถึงขนาดอาการของการเจ็บป่วยของธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ที่ฉกฉวยตักตวงเอาผลประโยชน์เพื่อแสวงหาส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากธรรมชาติ
“การผลิตจิตสำนึกส่วนรวมที่เข้มข้น ช่วยฝึกฝนตนไปสู่ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต”