ปังกะ (ตม) + ช = ปังกชะ (บงกช) แปลว่า เกิดแต่ตม (ดอกบัว)

ช ตัวเดียว ในภาษาสันสกฤต (และภาษาบาลี) เป็นปัจจัยที่พบได้บ่อย สามารถใช้เติมหลังคำนาม แล้วมีความหมายเพิ่มว่า เกิด... เพราะ ช คำนี้ มาจากกริยา ชนฺ (อ่านว่า ชัน) ที่แปลว่า คลอด, ให้กำเนิด, เกิดจาก (ตรงกับภาษาอังกฤษ -gn- เช่น pre-gn-ant, generate, gene)

 

ตัวอย่าง

ทวิ (สอง) + ช           = ทวิช (เกิดสองครั้ง, พราหมณ์, นก)

มนสฺ (ใจ) + ช           = มโนช (เกิดจากใจ => ความรัก)

มนุ (มนุ) + ช            = มนุช (เกิดจากมนุช)

ปงฺก (ตม) + ช           = ปงฺกช (บงกช) (เกิดแต่ตม, ดอกบัว)

ศงฺข  (หอย) +ช         = ศังขช (ศงฺขช) เกิดจากหอย (ไข่มุก)

สรสฺ (สระ) + ช          = สโรช (เกิดจากสระ => ดอกบัว)

อนุ (ตามหลัง) + ช     = อนุช (เกิดทีหลัง, น้อง)

อมฺพุ (น้ำ) + ช           = อัมพุช (อมฺพุช) เกิดจากน้ำ, บัว)

 

 

ทายศัพท์

ลองทายสิว่า ศัพท์ต่อไปนี้ จะแปลว่าอะไร

ก (น้ำ) + ช               = กช เกิดจากน้ำ คือดอกบัว

กร (มือ) + ช             = กรช (เกิดจากมือ, เล็บมือ)

คฺฤห (บ้าน) + ช         = คฺฤหช (เกิดในบ้าน, ทาส)

เทว (เทวดา) + ช       = เทวช (เกิดจากเทวดา)

นว (ใหม่) + ช            = นวช (เกิดใหม่)

ปาท (เท้า) + ช          = ปาทช (เกิดจากเท้า (ของพระพรหม), วรรณะศูทร)

วน (ป่า) + ช              = วนช (เกิดในป่า, นายพราน, สัตว์ป่า)

อกฺษ (ตา) + ช           = อกฺษช (เกิดจากตา, สายฟ้า, เพชร)

(เฉลย ใช้เมาส์ป้ายหลังแต่ละบรรทัด จะพบคำแปล)

 

ในภาษาไทย เรานำศัพท์ที่เติม แล้วมาใช้ (ไม่ได้นำศัพท์บาลีสันสกฤตมาเติม ช เอง) ศัพท์เหล่านี้จึงมีอยู่ในพจนานุกรมภาษาสันสกฤต/บาลี แต่บางครั้งมีการเปลี่ยนเสียงท้าย จาก เป็น ชา (สระอะ เป็นสระอา) แต่ก็ยังมีความหมายเหมือนเดิม เช่น อนุชา อนุชา, สโรช สโรชา,

 

ลองสังเกตดูสิว่า คำที่ลงท้าย ช หรือ ชา ในภาษาไทย มีความหมายแบบนี้หรือเปล่า (แต่หลายๆ คำก็ไม่เกี่ยวกับ ช ที่แปลว่าเกิด เช่น กัญชา, บัญชา, ราช, วิชา, ฯลฯ)

 

ป.ล. คุ้นๆ ว่าเคยเขียนเรื่องนี้แล้ว แต่หาไม่เจอ เลยเขียนใหม่อีก