๓.
๑.ระดับพื้นที่
-
สร้างแกนนำอาสาสมัครแรงงานเพื่อทำกิจกรรมในพื้นที่ด้านอาชีวอนามัยมติแรงงาน
-
เน้นกระบวนการเครือข่ายด้านการเรียนรู้เพื่อการเข้าถึงกองทุนสุขภาพตำบล/กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล
-
พัฒนาศักยภาพแกนนำในการเป็นวิทยากร
-
ผลักดันให้เป็นข้อบัญญัติของท้องถิ่น ในด้านอาชีวอนามัยเกี่ยวกับด้านแรงงาน
๒.ระดับจังหวัด/ภาค
-
การประชาสัมพันธ์ รณรงค์ ปัญหาสุขภาพจากการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่องทางวิทยุ โทรทัศน์
-
จัดให้มีหลักสูตรการศึกษาทางด้านอาชีวอนามัย ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้เกิดการตระหนักตั้งแต่วัยเด็ก
-
ให้สภาองค์กรชุมชนร่วมกับ อปท.และกองทุนสุขภาพระดับตำบล จัดทำแผนดูแลสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน
-
ผลักดันให้เป็นยุทธศาสตร์จังหวัดในด้านการเข้าถึงอาชีวอนามัยของแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบในจังหวัดพะเยา
๓.ระดับนโยบาย
-
ให้กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
๑.๑.พิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาลงสัตยาบันต่ออนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อบริการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ดังนี้
-ฉบับที่ ๑๕๕ ว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ค.ศ.๑๙๘๑(พ.ศ.๒๕๒๔)
-ฉบับที่ ๑๖๑ ว่าด้วยการบริหารอาชีวอนามัย ค.ศ.๑๙๘๕(พ.ศ.๒๕๒๘)
-ฉบับที่ ๑๘๗ ว่าด้วยกรอบงานส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ค.ศ.๒๐๐๖(พ.ศ.๒๕๔๙)
๑.๒.ทบทวน ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง แนวทางปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๑๕๕, ๑๖๑ และ ๑๘๗
๑.๓.ขอให้กระทรวงแรงงานเร่งรัดให้มีการดำเนินการตามมาตรา ๓ วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ให้ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และกิจการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่กำหนด จัดให้มีมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานในหน่วยงานของตนไม่ต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานตามพระราชบัญญัตินี้
๑.๔.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแนวทางและมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยในเรื่องต่อไปนี้
๑.๔.๑.การควบคุมคุณภาพการบริการอาชีวอนามัยทั้งของภาครัฐและเอกชน
๑.๔.๒.แนวทางการตรวจและประเมินการสัมผัสสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
๑.๔.๓.แนวทางการตรวจสุขภาพคนงานตามปัจจัยเสี่ยง
๑.๔.๔.แนวทางการตรวจ วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูสภาพผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงาน
๑.๔.๕.พัฒนาระบบสารสนเทศด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
-
ให้กระทรวงแรงงานจัดสรรเงินกองทุนจากดอกผลของกองทุนเงินทดแทน เพื่อสนับสนุนการจัดบริการด้านอาชีวอนามัย เพื่อให้สถานประกอบกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางมีความสามารถที่จะซื้อบริการอาชีวอนามัยให้กับคนทำงานได้ ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา ๒๘ วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.๒๕๓๗
-
ให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้
๓.๑.พัฒนารูปแบบการจัดบริการด้านอาชีวอนามัย และอาชีวเวชศาสตร์ให้ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่าย
๓.๒.สนับสนุนหรือร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนานักอาชีวอนามัย แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ พยาบาลอาชีวอนามัย ให้มีความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่การบริการด้านการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมการทำงานและสุขภาพ
-
ขอให้เครือข่ายแรงงาน องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สถาบันการศึกษาที่ผลิต อบรมบุคลากรด้านอาชีวเวชศาสตร์และความปลอดภัยในการทำงาน สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ร่วมกันพัฒนารูปแบบการทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานเพื่อนำไปสู่ "วัฒนธรรมความปลอดภัย" ในการทำงาน
กราบนมัสการพระคุณเจ้าครับ
เจริญพรคุณโยมเนิ่ม ชมภูศรี ที่แวะเข้ามาทักทาย
เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน