สวนโมกข์กับการใช้สื่อที่ได้รับผล งานวิจัยสมัยเรียนป.โท เอามารำลึกความหลังครับ
รู้จักสวนโมกข์ในเชิงวิชาการ
จากวิทยานิพนธ์
ศึกษากระบวนการสื่อสารเพื่อเผยแผ่พุทธธรรมของสวนโมกขพลาราม
อ.ณัฏฐวัฒน์ สุดประเสริฐ
อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ศูนย์การศึกษาสงขลา
พระพุทธศาสนากำเนิดขึ้นในชนพูทวีปหรือประเทศอินเดียในปัจจุบัน
หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะจากศากยวงค์ได้ทรงออกผนวชเพื่อแสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์เป็นเวลา
๖ ปี จึงได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน
๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี
หลังจากเสวยวิมุตติสุข
ทรงดำเนินไปแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ซึ่งมีอัญญาโกณฑัญญะเป็นหัวหน้ากระทั่งปัญจวัคคีย์บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด
นี่คือจุดเริ่มต้นของการใช้สื่อบุคคลเพื่อเผยแผ่พุทธธรรม
เป็นการเริ่มต้นจากพระพุทธองค์เอง
หากพิจารณาตามหลักของกระบวนการสื่อสารแล้ว
พระพุทธองค์เป็นผู้ส่งสารและเป็นสื่อ
ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรและอนัตตลักขณสูตรเป็นสาร
ปัญจวัคคีย์คือผู้รับสาร
และผลของการสื่อสารคือปัญจวัคคีย์หลุดพ้นจากความทุกข์บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด
หลังจากนั้นได้แสดงธรรมแก่ยสกุลบุตร
ทำให้ยสกุลบุตรและสหายได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
ทำให้พระภิกษุเกิดขึ้นในโลก ๖๐ รูป
พระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระภิกษุทั้ง ๖๐ รูปว่า
ภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง
ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์
แม้พวกเธอก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์
ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจงจาริกไปเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนจำนวนมาก
เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก
เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์
อย่าไปโดยทางเดียวกันสองรูป
จงแสดงธรรมที่มีความงามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์
พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะบริสุทธ์บริบูรณ์ครบถ้วน
สัตว์ทั้งหลายที่มีธุลีในตาน้อย มีอยู่
ย่อมเสื่อมเพราะไม่ได้ฟังธรรม จึงมีผู้รู้ธรรม ภิกษุทั้งหลาย
แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคมเพื่อแสดงธรรม
พุทโธวาทนี้แสดงถึงว่า
พระพุทธองค์ทรงเน้นการใช้สื่อบุคคลเป็นหลัก
และได้บอกวิธีการในการใช้สื่อบุคคลเป็นหลัก
และได้บอกวิธีการใช้สื่อบุคคลไว้ด้วย คือ ๑)
อย่าไปทางเดียวกันสองรูป
น่าจะมีพุทธประสงค์ให้มีคนพ้นจากความทุกข์ได้มากที่สุด
และป้องกันการไปอย่างเพลิดเพลินหากไปกันเป็นกลุ่ม ๒)
จงแสดงธรรมให้งามทั้งแต่ต้นจนจบ ๓)
จงประกาศชีวิตที่ประเสริฐด้วยเนื้อหาสาระและอักษรที่เหมาะสมถูกต้องสมบูรณ์
เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี เมื่อพระภิกษุจำนวน ๑,๒๕๐ รูป
มาประชุมพร้อมกันที่วัดเวฬุวันแคว้นมคธ
พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปฏิโมกข์ว่า
การไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำความดีให้ถึงพร้อม
การทำจิตของตนให้บริสุทธิ์
นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ขันติคือความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวพระนิพพานทั้งหลายว่าเป็นธรรมอันยิ่ง
ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย
ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย
การสำรวมในปาฏิโมกข์
ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค การนอน
การนั่งในที่อันสงัด ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
ธรรม๖ อย่างนี่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
พุทโธวาทนี้
เน้นจุดมุ่งหมายหรือปณิธานที่ชาวโลกทุกคนควรปฏิบัติในเบื้องต้น
ส่วนเบื้องปลายนั้น
เน้นวิธีการใช้ชีวิตและยังแฝงนัยแห่งการใช้สื่อบุคคลเพื่อเผยแผ่พุทธธรรมไว้อีกด้วยนั่นคือบุคคลที่จะเผยพุทธธรรมต้องมีคุณธรรมทั้ง
๖ คือ การไม่พูดร้าย
การไม่ทำร้าย การสำรวมในปาฏิโมกข์
การรู้ประมาณในบริโภค
การนอนการนั่งในที่อันสงัด
การหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
สรุปผลของการวิจัย
การศึกษากระบวนการสื่อสารเพื่อแผ่พุทธธรรมของสวมโมกขพลารามนั้นได้ศึกษาถึงองค์ประกอบของการสื่อสารทั้ง
๔ ประการคือ
๑.
ศึกษาทัศนคติของบุคลากรของสวนโมกขพลารามซึ่งเป็นผู้ส่งสาร
บุคลากรของสวนโมกขพลารามมีอยู่จำนวนมากในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้เน้นที่ความคิดเห็นของท่านอาจารย์พุทธทาสซึ่งมีความมุ่งมั่นต่อการสื่อธรรมะไปยังประชาชนทั้งภายในและต่างประเทศสังเกตได้จากปณิธานทั้งสามประการของท่านคือ
๑) ส่งเสริมเพื่อนมนุษย์ให้เข้าถึงหัวใจแห่งศาสนาของตน ๒)
ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนา ๓)
นำเพื่อนมนุษย์ออกมาจากอำนาจของวัตถุนิยม
ธรรมะที่บุคลากรของสวนโมกข์สื่อออกมาเน้นถึงแก่นแท้ของพุทธธรรมไม่โจมตีกล่าวร้ายต่อศาสนาอื่นแต่กลับสร้างความสามัคคีและชี้ให้เพื่อนมนุษย์เห็นถึงพิษภัยของวัตถุนิยมและความงมงาย
ความมุ่งมั่นในการเผยแผ่พุทธธรรมของอาจารย์พุทธทาสยังสังเกตได้จากเค้าโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่านและสังเกตจากการใช้ชีวิตของท่านเอง
ท่านใช้ชีวิตเพื่อเผยแผ่พุทธธรรมอย่างแท้จริง
แม้แต่การเผาศพและการแบ่งเถ้าถ่านตามพินัยกรรมของท่านก็ยังมุ่งแสดงธรรม
๒.ศึกษารูปแบบและเนื้อหาของสารโดยสรุป
เนื้อหาและรูปแบบการเผยแผ่พุทธธรรมของท่านอาจารย์พุทธทาส
โดยเนื้อหาของท่าน
เน้นที่แก่นของพุทธธรรมเป็นหลักโดยใช้หลักความรู้ทุกส่วนมาประยุกต์ด้วยพุทธธรรม
เช่น ธัมมิกสังคมนิยม การเมือง เศรษฐกิจ
วิทยาศาสตร์ การศึกษา เป็นต้น
ส่วนรูปแบบการเผยแผ่พุทธธรรมของพระธรรมโกศาจารย์
(พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) ท่านแบ่งได้เป็น
๓ ประเภท คือ ๑) งานเขียน ๒)
งานแปล ๓) งานปาฐกถา จะกล่าวถึงงานทั้ง
๓ ประเภทนี้ไปตามลำดับ
๑. งานเขียน นั้นแบ่งย่อยลงไปเป็น
๒ ประการคือ
๑) งานร้อยแก้ว
๒) งานร้อยกรอง
๑) งานเขียนร้อยแก้ว คือ ๑
ประโยชน์แห่งทาน ๒.พระพุทธศาสนาขั้นปุถุชน
๓.ตามรอยพระอรหันต์ ๔.ทำไมไม่ไปกับพระโลกนาถ
๕.คันถธุระและวิปัสสนาธุระเนื่องกันอย่างไร
๖.บันทึกการปฏิบัติธรรมรายวัน ๗.การปฏิบัติธรรม
๘.พระพุทธศาสนาในถิ่นทางใต้ ๙.คุณค่าของปริยัติ
๑๐.สังคายนาแต้มหัวตะ ๑๑.บรรณวิจารณ์
อภิธานัปปทีปิกา ๑๒.ต้นบัญญัติสิกขาบท
๑๓.เกียรติคุณของพระพุทธเจ้า ๑๔.อนัตตาของพระพุทธเจ้า
๑๕.ตอบปัญหาบาทหลวง ๑๖.สิบปีในสวนโมกข์ ๑๗
โบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน ๑๘.ปมเขื่อง
๑๙.บันทึกเปิดผนึกครบรอบยี่สิบปี
๒๐.โลกอาจรอดได้แม้เพราะกตัญญู ๒๑.ชุมชนเรื่องยาว
๒๒.ชุมนุมข้อคิดอิสระ
๒๓.ภาพพุทธประวัติจากหินสลักยุคก่อนมีพระพุทธรูป
๒๔.บันทึกคำชี้แจงเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องปฏิจจสมุปบาท
๒๕.เค้าโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสมัยปัจจุบัน
๒๖.สมเด็จในความรู้สึกของข้าพเจ้า ๒๗.กฏบัตรของพุทธบริษัท
๒๘.อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์
๒) งานเขียนร้อยกรอง แบ่งเป็น ๒
ประเภท คือ
๑) บทร้อยกรองประกอบภาพ
๒) บทร้อยกรองไม่ประกอบภาพ
ทั้งสองประเภทนี้
รวมอยู่ในหนังสือชื่อหัวข้อธรรมในคำกลอน
และบทประพันธ์ของ
“สิริวยาส”
๒. งานแปล
งานแปลนั้น
ท่านอาจารย์พุทธทาสแปลมาจากภาษาบาลีและภาษาอังกฤษ
เรียงตามลำดับได้ดังนี้ ๑.พุทธประวัติจากพระโอษฐ์
๒.บาลีมหาสติปัฏฐานสูตร ๓.อริยสัจจากพระโอษฐ์
๔.แปลและแต่งกาพย์สุกรยักษ์
จากบางตอนของสุมังคลวิลาสินี ๕.ลังกาวตารสูตร
๖.ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ๗.สูตรของเว่ยหล่าง
๘.คำสอนของฮวงโป ๙.สวดมนต์แปลและทำวัตรเช้า-เย็น
๑๐.ปฏิจสมุปบาทจากพระโอษฐ์
งานชุดจากพระโอษฐ์นั้น
มิใช่งานแปลตามศัพท์ตามปกติเพียงอย่างเดียว
หากแต่มีจุดพิเศษอยู่ถึงสองประการ คือ
๑.มีการเขียนเรียบเรียงลำดับและนำเสนอในเรื่องที่น่าสนใจ
เช่น อริยสัจจากพระโอษฐ์และปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์
เป็นต้น
๒.สามารถเร้าใจผู้อ่านให้เห็นความสำคัญของพระไตรปิฏก
ซึ่งบันทึกคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้
เสมือนเป็นการเชิญชวนสาธุชนให้สนใจและศึกษาพระไตรปิฎกอย่างถ่องแท้มากขึ้นด้วยเจตนาที่ว่า
เรื่องที่ดีงามและเหมาะสมกับชีวิตของเราที่มาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธองค์นั้น
ยังมีอีกหลายประการอย่างแน่นอน
๓. งานปาฐกถา
ท่านอาจารย์พุทธทาสเรียกงานนี้ว่า
งานพูดแล้วเป็นหนังสือ
เนื่องเพราะหนังสือส่วนใหญ่ในชุดธรรมโฆษณ์เป็นงานที่ถอดเทปจากกการปาฐกถาธรรมะในสวนโมกข์บ้าง
ในสถานที่อื่นบ้าง
เข้าใจว่าเป็นความประสงค์ของท่านอาจารย์พุทธทาสตั้งแต่แรกที่พูดแล้วเหมาะจะเป็นหนังสือ
การปาฐกถาธรรมของท่านอาจารย์พุทธทาส
มีขั้นตอนลำดับดังต่อไปนี้
๑)
ร่างเค้าโครงเรื่องที่จะพูดขนาดสั้นลงในกระดาษแข็ง
ซึ่งต่อมาส่วนหนึ่งของเค้าโครงเรื่องเหล่านี้กลายเป็นหนังสือชื่อ
พุทธทาสลิขิต
ที่คณะศิษย์จัดพิมพ์ขึ้นหลังจากท่านมรณภาพแล้ว
๒) ปาฐกถาธรรมตามลำดับที่เขียนไว้
อย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
“ก็ตอนมาอยู่นี่ (สวนโมกข์ใหม่)สัก ๑๕ ปีแล้ว
เริ่มหยุดงานเขียน ใช้พูดใส่เทปแทน
เริ่มยุคมีเทปแล้ว ก็เลยค่อย ๆ เลิกเขียน
ร่างกายมันไม่ค่อยอำนวยด้วย มันไม่มีแรง
มันลดความว่องไว มือพิมพ์ดีดไม่ทันความคิด
ทำให้ยุ่งยาก เลยใช้หลับตาพูด
นึกให้ดีที่สุดแล้วพูดออกมา อยู่ในเทปแล้วเอาไปลอก
ลอกแล้วยังเอามาแก้ไขได้ แต่ตอนหลัง ๆ ก็ไม่ได้แก้ไข
ลอกแล้วเอาไปพิมพ์เลย ถ้าแก้ไขได้คงจะดีกว่านั้นมาก
อย่างชุดบรรยายให้ผู้พิพากษาฟังนั้น ก็ทำไปพร้อมกัน
พอบรรยายเสร็จก็ถอดออกมาพิมพ์ในพุทธศาสนา
บรรยายครั้งสำคัญๆ ก็เอามาพิมพ์ในพุทธศาสนา
ตอนหลังๆมาก็บรรยายเป็นชุดแล้วพิมพ์เป็นเล่มเลย”
ส่วนหนึ่งของการปาฐกถาธรรมได้มีการบันทึกไว้เป็นเทปคาสเซทมีจำนวน
๑๘๒๐ ม้วน ซึ่งแบ่งประเภทได้ดังต่อไปนี้
๑. ท่านอาจารย์พุทธทาสบรรยายแก่คณะบุคคล ๑ ชั่วโมง
รวม ๑๑๒ เรื่อง ๑๑๒ ม้วนเทป
๒. ท่านอาจารย์พุทธทาสบรรยายแก่คณะบุคคล ๒ ชั่วโมง
รวม ๙๘ เรื่อง ๑๙๖ ม้วนเทป
๓. ท่านอาจารย์พุทธทาสบรรยายแก่คณะบุคคลต่อเนื่อง (๓
ม้วนเทปขึ้นไป) รวม๓๓ ชุด
๑๓๙ ม้วนเทป
๔. ท่านอาจารย์พุทธทาสอบรมคณะผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนา รวม
๑๖ ชุด ๘๕ ม้วนเทป
๕. เทศนาวันสำคัญ, สวดมนต์แปล รวม ๖๕ ชุด
๑๗๔ ม้วนเทป
๖. เทศนาพรรษากาล รวม ๒๓ ชุด
๗๑ ม้วนเทป
๗. อบรมพระภิกษุ รวม ๑๓๐ ชุด ๓๖๘
ม้วนเทป
๘. ธรรมบรรยายประจำวันเสาร์ รวม ๘๘ ชุด
๖๕๒ ม้วนเทป
๙. ปาฐกถาธรรมทางวิทยุ-โทรทัศน์ รวม ๓๒
ชุด ๓๒ ม้วนเทป
๓.ศึกษาสื่อหรือช่องทางที่สวนโมกขพลารามใช้สื่อพุทธธรรมไปยังประชาชน
สำนักสวนโมกขพลารามหรือวัดธารน้ำไหลนั้น เป็นที่รู้จักกันทั่วไป
ในฐานะที่มีบทบาทอย่างมากในการเผยแผ่พุทธธรรมตั้งแต่พุทธศักราช
๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบันนี้ พระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาส
อินฺทปญฺโญ)
ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นหลักอันสำคัญของสำนักนี้
พร้อมทั้งศิษยานุศิษย์ได้ใช้สื่ออันหลากหลายเพื่อเผยแผ่พุทธธรรม
กล่าวคือ
๑. สื่อทางศิลปะ เช่น ภาพวาด รูปปั้น
ภาพหล่อนูนสูง และ สถาปัตถยกรรม เป็นต้น
๒. สื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็คทรอนิค เช่น หนังสือ
เทปคาสเซ็ท ม้วนวีดีทัศน์ เป็นต้น
๓. สื่อสารมวลชน เช่น วารสาร วิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต
๔. สื่อบุคคล เช่น พระธรรมโกศาจาย์ (พุทธทาส
อินทปญฺโญ) พระโรเบิร์ต สนฺติกโร พระวรศักดิ์
วรธมฺโม แม่ชีรัญจวน อินทรกำแหง เป็นต้น
๕. สื่อกิจกรรม เช่น กิจกรรมในวันงานล้ออายุ
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น
สวนโมกขพลารามสามารถเผยแผ่พุทธธรรมได้อย่างกว้างขวางทั้งภายในและต่างประเทศ
ทั้งในช่วงที่พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส
อินฺทปญฺโญ) ยังมีชีวิตอยู่และในช่วงที่ท่านมรณภาพไปแล้ว
จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
สำนักนี้ยังมีบทบาทที่สำคัญต่อการเผยแผ่พุทธธรรมอยู่
วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านผู้ส่งสาร
เนื้อหาของสาร
และใช้ช่องทางการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมและหลากหลาย จะ
กล่าวตามลำดับดังต่อไปนี้
๑. สื่อทางศิลปะ
สวนโมกขพลารามนอกจากจะมีธรรมชาติที่ร่มรื่น ต้นไม้
ลานทราย ภูเขา สัตว์เล็กสัตว์น้อย
ที่ทำให้จิตใจรื่นรมย์แบบสงบเย็นแล้ว ยังมีงานศิลปะต่างๆ
ซึ่งเป็นเสน่ห์
เป็นจุดเด่นของสวนโมกขพลารามที่เห็นเด่นชัด
คือโรงมหรสพทางวิญญาณ ยอดเขาพุทธทอง โรงปั้น
สนามหญ้าอวโลกิเตศวร สระนาฬิเกร์ จะกล่าวไปตามลำดับ
๑.โรงมหรสพทางวิญญาณ ภายในมีภาพวาดจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
มีบทกวีประกอบในบางภาพ ทุกภาพสื่อธรรมะได้อย่างลึกซึ้ง
ส่วนใหญ่จะสื่อถึงปรมัตถธรรม เป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ด้วยตนเอง
ที่โดดเด่นก็มี ภาพชุดของอิมานูแอล เชอร์แมน
พร้อมบทกวีของอาจารย์พุทธทาสอยู่ชั้นล่างพร้อมด้วยภาพปริศนาธรรมของไทยจำนวนมาก
ส่วนชั้นบนมีภาพปฏิจจสมุปบาทจากธิเบต
ภาพชุดแสวงหาวัวปริศนาธรรมซึ่งสัมพันธ์ ก้องสมุทร
คัดลอกไว้ในขณะที่พระภิกษุ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๙
ชั้นบนด้านตะวันตกเป็นภาพที่คุณวิทย์
พิณคันเงินซึ่งให้ข้อคิดในระดับศีลธรรม
ภายนอกโรงมหรสพทางวิญญาณนั้น
เป็นภาพแบบจำลองพุทธประวัติจากหินสลักยุคก่อนมีพระพุทธรูป
ชุดจริงนั้นอยู่ที่ประเทศอินเดีย สลักขึ้นประมาณพุทธศักราช ๓๐๐-๗๐๐
โดยกล่าวถึงประวัติของพระพุทธองค์ และการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น
ดอกบัว สิงห์ หม้อปูรณฆฏะ แทนธรรมะชั้นสูง
อาจารย์พุทธทาสได้อธิบายความหมายไว้อย่างครบถ้วนในหนังสือชื่อภาพพุทธประวัติจากหินสลัก
ยุคก่อนมีพระพุทธรูป
๒.ยอดเขาพุทธทอง เป็นโบสถ์ธรรมชาติแบบสวนโมกข์
มีลานทรายสีขาวเรียบขนาดใหญ่มีกิ่งไม้ ใบไม้เป็นหลังคา
และมีพระพุทธรูปสีขาวสวยมากมาย เป็นฝีมือท่านอาจารย์ทองสุข
ธมฺมวโรที่ได้หล่อไว้ บริเวณไหล่เขาพุทธทองก็มีโรงเรียนหิน
ซึ่งให้ความเย็นตาไปอีกแบบหนึ่ง
๓.โรงปั้น
เป็นจุดกำเนิดของภาพพุทธประวัติหินสลักยุคก่อนมีพระพุทธรูป
ปัจจุบันมีรูปปั้นที่หลากหลาย เช่น ภาพพระหัวเราะ
ภาพหินสลักจากถ้ำอชันตะเป็นภาพกวางสี่ตัวแต่หัวเดียว เป็นต้น
และมีตุ๊กตาสอนธรรมะ โดยหลวงตาไสว สิวญาโณ
๔.สนามหญ้าอวโลกิเตศวร
เป็นสนามหญ้าซึ่งมีรูปปั้นครึ่งตัวของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรซึ่งแสดงถึงแสดงถึงคุณธรรมทั้ง
๔ ประการ เต็มเปี่ยมอยู่ในใบหน้าคือ สุทธิ ปัญญา เมตตา ขันติ
๕.สระมะพร้าวนาฬิเกร์ เป็นสัญลักษณ์ของพระนิพพาน
มีต้นมะพร้าวเดี่ยวยืนต้นอยู่ที่กลางสระน้ำ
ท่านอาจารย์พุทธทาสสร้างตามอย่างเพลงกล่อมลูกของท้องถิ่นไชยาที่ว่า
มะพร้าวเหอ มะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน อยู่กลางทะเลขี้ผึ้ง
ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง อยู่กลางทะเลขี้ผึ้ง
ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญเอย
๖.ธรรมวารีนาวา เป็นอาคารรูปเรือ ๒ หลังอยู่ติดกัน ลำเล็กชื่อว่า
ธรรมวารีนาวาอิสรกุล นฤมิตร ด้านหลังเป็นที่สนทนาธรรม
ตรงกลางเป็นสวนหินแบบเซ็น ชั้นล่างเป็นที่เก็บน้ำฝน
หัวเรือเป็นหอระฆัง รูปทรงเจดีย์แบบสาญจี
ลำใหญ่ใช้เป็นหอประชุมใหญ่สำหรับแสดงธรรม ในวันที่ฝนตกมาก
พระภิกษุสามเณรอุบาสกอุบาสิกาจะใช้ที่นี้เป็นที่สวดมนต์
ชั้นบนเป็นที่พักพระอาคันตุกะในบางครั้ง
หัวเรือเป็นห้องสมุดของสวนโมกข์ ชื่อโมกขพลบรรณาคาร
เรือทั้ง ๒ ลำมีความหมายถึงเรือที่ขนสัตว์ข้ามวัฏฏสงสาร
หรือขนสัตว์ให้พ้นทุกข์ซึ่งเป็นอุดมคติของพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์
๗.ซุ้มประตูของสวนโมกข์ มีรูปนกฮูกอยู่ข้างบน ขาเดินเข้าวัด
มีรูปนกฮูก ๒ ตัวขาเดินออกจากวัด มีรูปนกฮูก ๘ ตัว แสดงถึงปริศนาธรรม
เมื่อก่อนสวนโมกข์ไม่ตั้งใจจะสร้างซุ้มประตูเพราะมีต้นไม้เป็นซุ้มประตูอยู่แล้ว
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เคยกล่าวถึงไว้ว่า เป็นประตูที่ไร้ประตู
แต่ต่อมามีถนนใหญ่ตัดผ่าน เลยมีการสร้างซุ้มประตูขึ้นมาในที่สุด
หลวงตาไสว อธิบายไว้ว่า นกฮูกบางถิ่นอาจมองว่าเป็นนกผี นกอุบาทว์
แต่สวนโมกข์สอนให้เลิกงมงาย สอนทวนกระแสว่าเป็นนกนักปราชญ์
เพราะหูยกขึ้นสูง ตาโต และปากแหลมคม นักปราชญ์นั้นต้องฟังให้เต็มหู
ดูให้เต็มตา พูดจาให้แหลมคม
๘.เสาทั้งห้าบนหลังคากุฏิ
เสาห้าต้นบนหลังคากุฏิหลายหลังเกือบทั่วสวนโมกข์ก็แสดงถึงปริศนาธรรม
ธรรมะที่มี ๕ อย่างนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ที่อาจารย์พุทธทาสเน้นหนัก คือ ธรรมที่เป็นพลัง ๕ ประการ ได้แก่
ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
๒.สื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็คทรอนิค
การใช้สิ่งพิมพ์นั้น สวนโมกข์ใช้มากที่สุด ในการเผยแพร่ธรรมะ
หนังสือธรรมจำนวนมาก เผยแพร่ไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ และต่างประเทศ
ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาไทยในการเผยแพร่ มีภาษาอังกฤษ จีน
และเยอรมันน้อยลงตามลำดับ สื่อสิ่งพิมพ์ได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ ๔.๒
เรื่องศึกษารูปแบบและเนื้อหาของสารโดยสรุป
ที่ธรรมทานมูลนิธิของสวนโมกข์จัดพิมพ์ขึ้นก็มีเป็นจำนวนมาก
และสำนักพิมพ์ต่างๆ ช่วยพิมพ์เผยแพร่ เช่น สวนอุศรมมูลนิธิ
สำนักพิมพ์ธรรมสภา สำนักพิมพ์สุขภาพใจ สำนักพิมพ์สุวิชานนท์
สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง โรงพิมพ์มหาจุฬาฯ มูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐ
ซึ่งมีมากจนไม่สามารถจะรวบรวมสถิติได้
สื่ออิเลคทรอนิคส์ หมายถึงเทปคาสเซ็นเป็นหลัก
เพราะม้วนวีดิทัศน์นั้น สวนโมกข์มิได้ทำขึ้น
แต่เป็นของผู้ที่ศรัทธาในท่านอาจารย์จัดทำขึ้น
ซึ่งมักกล่าวถึงประวัติอาจารย์พุทธทาส
หรือภาพตอนเผาศพของท่านอาจารย์พุทธทาส เป็นต้นในส่วนของเทปคาสเซ็ทนั้น
ผู้ประสงค์จะฟังสามารถนำม้วนเทปเปล่าไปแลกได้ที่โรงมหรสพทางวิญญาณของสวนโมกข์เนื่องจากท่านอาจารย์พุทธทาสขอร้องทุกคนไว้ว่า
อย่าให้มีการซื้อขายภายในสวนโมกข์เลย รายชื่อเทปซึ่งมีจำนวน ๑,๘๒๐
ม้วนนั้น ผู้วิจัยได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ๔.๒
๓.สื่อสารมวลชน
สวนโมกขพลารามใช้สื่อสารหลายอย่าง เช่น วารสาร
วิทยูกระจายเสียง และอินเตอร์เน็ต จะกล่าวไปตามลำดับ
ในส่วนของวิทยุโทรทัศน์นั้น สวนโมกข์มิได้จัดทำเอง
แต่มีผู้มาสัมภาษณ์ท่านแล้วนำไปเผยแพร่เอง จึงกล่าวถึงเพียง ๓
อย่างนี้เท่านั้น
๑.วารสาร
วารสารที่สวนโมกขพลารามใช้สื่อสารแสดงออกถึงทัศนคติ
ความตั้งใจภูมิปัญญา
และเผยแพร่พระธรรมคำสอนให้กว้างขวางมาตั้งแต่ยุคแรกที่เริ่มสร้างสวนโมกขพลาราม
คือ วารสารพุทธสาสนา เป็นหนังสือรายตรีมาส (๓
เดือน) ออกครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ในยุคนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ภาค คือ
๑) ภาคความรู้ทั่วไป ๒) ภาคพระไตรปิฎกแปลไทย ๓) ภาคส่งเสริมการปฏิบัติ
วารสารเล่มนี้ยังมีอยู่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยเพิ่มเข้ามาอีก ๒ ภาค
คือ ๔)ภาค ๑๐๐ ปีพุทธทาส ๕)ภาคคณะธรรมทาน
๒.วิทยุกระจายเสียง
ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ปาฐกถาธรรมะทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปีพุทธศักราช
๒๗๒๑-๒๕๓๐ เท่าที่มีการรวบรวมไว้ได้ ๓๒ ม้วนเทปคาสเซ็ท
มีทั้งที่พูดครั้งเดียวจบ และพูดเป็นชุดเช่น ชุดศีลธรรมกลับมา เป็นต้น
ได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ ๔.๒
๓.อินเตอร์เน็ต
ในอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นสื่อที่พึ่งจัดทำขึ้นมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๙
หลังจากอาจารย์พุทธทาสได้มรณภาพไปแล้ว โดยท่านโรเบิร์ต สนฺติกโร
และคณะ จัดทำขึ้นในภาคภาษาอังกฤษที่www.suanmokkh.org โดยมีทั้งหมด ๑๒
ส่วนคือ Ajarn Buddhadasa Intro toTeaching Notebooks Audio Poems
Dhammic SociaIism Asian Rainbow Retreats Friends Webmaster Dhamma
Discussion Links ต่อมาคุณวิรัช มัญชุศรีได้จัดทำขึ้นในภาคภาษาไทย
ชื่อ http://www.manchusree.org/
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งมี ๑๒ ส่วนด้วยกัน คือ
๑)
ทดลองฟังหรือดาวโหลดตัวอย่างซีดีเสียงธรรมะที่ท่านอาจารย์พุทธทาสบรรยาย
๒) รายชื่อเทปธรรมะส่วนหนึ่งที่ท่านอาจารย์พุทธทาสบรรยาย
๓) รายชื่อหนังสื่อธรรมโฆษณ์ของท่านอาจารย์พุทธทาส
๔) คำปรารภและแถลงการณ์ส่วนโมกข์
๕) อัตชีวประวัติท่านอาจารย์พุทธทาสเล่าเอง
๖) โครงการ ๑๐๐ ปีพุทธทาส
๗) แถลงกิจการของคณะธรรมทาน
๘) การอบรมอานาปานสติภาวนาที่สวนโมกข์นานาชาติ
๙) การเดินทางไปสวนโมกข์
๑๐) ตัวอย่างหนังสือธรรมโฆษณ์ของท่านอาจารย์พุทธทาส
๑๑) ภาพท่านอาจารย์พุทธทาส
๑๒)
ข่าวประชาสัมพันธ์และงานที่เกี่ยวเนื่องกับท่านอาจารย์พุทธทาสที่ออกในระยะนี้
นอกจากนี้ก็ยังอีกหลายมีเว็บไซต์ที่นำคำกลอนของท่านอาจารย์พุทธทาสและบทสวดมนต์ไปใส่ไว้
๔.สื่อบุคคล
สื่อบุคคลของสวนโมกขพลารามมีเป็นจำนวนมาก
จะกล่าวถึงเฉพาะผู้ที่ยังมีบทบาทและหน้าที่สำคัญต่อสวนโมกข์เป็นพิเศษ
คือ
๑) พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส
อินฺทปญฺโญ)
๒) พระครูภาวนาชัยคุณ (โพธิ์
จนฺทสโร)
๓) พระไสว สิวญาโณ
๔) พระโรเบิร์ต สนฺติกโร
๕) พระวรศักดิ์ วรธมฺโม
๖) แม่ชีรัญจวน อินทรกำแหง
นอกจากนี้ยังมีพระอาจารย์ทองสุข ธมฺมวโรพระอาจารย์สุชาติ
ปญฺญาทีโปพระดุษฎี เมธงฺกุโร พระมหาดำรงชัย ธมฺมปาโล
พระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโยพระพรเทพ เตชปญฺโญ
บางรูปทำงานอยู่สวนโมกข์มานานแต่ผู้คนภายนอกไม่รู้จักชื่อเลยเช่นพระอาจารย์ที่นำสวดมนต์ที่ลานหินโค้ง
เป็นต้น ในฝ่ายอุบาสิกาก็มีอุบาสิกาจิตต์ใส ผดุงรัตน์ ศันย์สนีย์
เสถียรสุต อุทัยวรรณ ตั้งมั่นสกุล เป็นต้น คฤหัถส์ก็มีนายเมตตา
พานิชเป็นต้น
๕.สื่อกิจกรรม
สวนโมกขพลาราม มีกิจกรรมที่แปลกพิเศษจากที่อื่นอยู่หลายอย่าง
เช่น วันล้ออายุหรือวันเลิกอายุ ธรรมบรรยาย ตักบาตรสาธิตในวันเสาร์
และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะกล่าวไปตามลำดับ
๑.กิจกรรมวันล้ออายุ เริ่มมีเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ ในวันที่ ๒๗
พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของท่าน มีการบรรยายธรรมะทั้งช่วงเช้า บ่าย
และค่ำ วันเกิดของคนส่วนใหญ่มีการกินเลี้ยงฉลองกันเต็มที่
แต่ท่านอาจารย์พุทธทาสกลับงดการฉันในวันนี้
จึงมีบรรดาพระภิกษุและอุบาสกอุบาสิกางดอาหาร ๑ วัน
ถวายเป็นอาจาริยบูชา ทำมาจนกระทั่งปัจจุบัน แม้ท่านมรณภาพไปแล้ว
แต่กิจกรรมนี้ก็ยังอยู่ โดยกลายเป็นงานพุทธทาสาจริยานุสรณ์
ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกิจกรรมนี้ไว้ว่า
“ที่จริงมันไม่มีอะไรเลย พอถึงวันนั้นก็เทศน์พิเศษหน่อยและก็อดอาหาร
แต่ก่อนนี้รู้กันแต่คนวงใน คนภายในที่นับถือกันมาก ๆ ทำกันไม่กี่คน
ให้ของขวัญ อดอาหาร แล้วมันก็เพิ่มขึ้น ๆ เดี๋ยวนี้อดเป็นร้อย ๆ
มันไม่ตื่นเต้นสนใจกันทางกรุงเทพฯ แถวนี้เขาไม่สนใจกัน
เขาถือว่าขัดขวางเขาเสียอีก เขาต้องการให้มันดี ให้มันครึกครื้น
เราไปทำให้มันลดนึกสนุกขึ้นมาอยากล้อพวกที่ต่ออายุชนิดกลัวตาย
เราล้ออายุชนิดเยาะเย้ยความตาย”
๒.วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ริเริ่มให้มีวันอาสาฬหบูชาในประเทศไทย
และเห็นแตกต่างจากที่ประชุมของมหาเถรสมาคมซึ่งรับรองให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันพระสงฆ์
โดยเอาวันมาฆบูชาเป็นวันพระธรรม
ทางสวนโมกข์มีเหตุผลคือ
วันอาสาฬหบูชาที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมครั้งแรก
คือธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ควรเป็นวันพระธรรม
และวันมาฆบูชาที่พระสงฆ์เป็นปึกแผ่นแล้วคือ ๑๒๕o รูป
มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ควรเป็นวันพระสงฆ์
แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรแต่อย่างใด
และในวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันพระพุทธเจ้า มีการงดอาหาร
๑ วัน และมีการอภิปรายธรรม แสดงธรรม
ปฏิบัติธรรมกันจนรุ่งสาง แต่ไม่ได้มีการบังคับอะไร ใคร
จะไปพักผ่อนเมื่อใดก็ได้
การมีบุคลากรที่มีคุณภาพทำให้ผู้ฟังรู้สึกเป็นสุข
กิจกรรมจึงเป็นสื่ออีกอย่างหนึ่งของสวนโมกขพลาราม
นอกจากนี้สวนโมกขพลารามยังมีกิจกรรมกล่าวคือ
๑.รายการจัดอบรม”อานาปานสติภาวนา”ที่ธรรมาศมนานานาชาติ
- สำหรับชาวต่างชาติ ระหว่างวันที่ ๑-๑๐ ของทุกเดือน
ลงทะเบียนเข้าที่พักก่อนหน้าวันอบรม ๑ วัน
ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน รับจำกัดตามจำนวนห้องพัก (หญิง ๕๗ ชาย ๕๗
) ค่าอาหาร ๑,๒๐๐ บาท ตลอดรายการ
- อบรมหมู่คณะผู้ประสงค์ให้อบรม ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๙
ตามรายละเอียดที่จะกำหนดขึ้นเฉพาะกลุ่มที่รับจัดให้ เช่น
กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา กลุ่มข้าราชการ ฯลฯ
- สำหรับชาวไทย (เข้ม) ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๙
ของเดือนมกราคมพฤษภาคม และกันยายน (ทุก ๔ เดือน)
จัดให้เป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการปฏิบัติที่ดีพอสมควรแล้ว
เน้นการปฏิบัติด้วยตนเองเป็นหลัก
พร้อมทั้งสมาทานข้อวัตรปฏิบัติเพิ่มขึ้นจากการอบรมตามระดับของการภาวนา
ลงทะเบียนเข้าที่พักในช่วงบ่ายของวันที่ ๑๑
- สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ระหว่างวันที่ ๒๗-๓๐
ของทุกเดือนที่ลงท้ายด้วยคม ลงทะเบียนเข้าที่พักในช่วงบ่ายของวันที่
๒๗ จบการอบรมบ่ายวันที่ ๓๐ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น.
- สำหรับชาวไทย (ปกติ) ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๗ ของทุกเดือน
ลงทะเบียนเข้าที่พักวันที่ ๑๙ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐
น.จบการอบรมเช้าวันที่ ๒๗ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.
ผู้เข้าอบรมต้องมีอายุระหว่าง ๒๐- ๖๕ ปี
(ผู้ที่มีอายุต่ำ/สูงกว่าที่ระบุ อาจพิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม)
และมีสุขภาพกายและจิตแข็งแรง
๒) กิจกรรมธรรมาศรมธรรมาตา
อาศรมสำหรับหญิงผู้สละโลกอุทิศชีวิตแด่พระธรรม
เกิดขึ้นตามความดำริของท่านอาจารย์พุทธทาส
เพื่อเป็นการกตัญญูกตเวทีตอบแทนเพศมารดา ให้สมแก่ความเหนื่อยยากลำบาก
และเสริมแทนภิกษุณีบริษัทที่ยังขาดอยู่
ฝึกอบรมเพศหญิงให้เป็นธรรมทูตสามารถเผยแผ่พระศาสนาได้สูงสุด มี ๒
โครงการ คือ
๑.โครงการฝึกอบรมตนเพื่อความมีชีวิตพรหมจรรย์ที่หมดจดงดงาม
เริ่มมีเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ โยมธรรมทาส พานิช
ข้อร้องให้แม่ชีรัญจวน
อินทรคำแหงรับหน้าที่เป็นประธานของโครงการนี้เพื่อสานต่อปณิธานของท่านอาจารย์พุทธทาส
ปัจจุบันโครงการจัดมาถึงรุ่นที่ ๓ กำหนดการของแต่ละรุ่นดังนี้
รุ่นที่ ๑ จัดการอบรมเป็นเวลา ๓ เดือนคือตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม
๒๕๔๒-๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓
เมื่อพิจารณาระยะเวลาที่ทำการอบรมแล้วได้เพิ่มเวลาจาก ๓ เดือนเป็น ๔
เดือนในรุ่นถัดมา
รุ่นที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑ เมษายน - ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๓
รุ่นที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม -๓๑ มกราคม ๒๕๔๔
๔.ศึกษาทัศนคติของผู้รับสารที่มีต่อสวนโมกขพลาราม
ผลจากการสำรวจทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มในฐานะผู้รับสาร
จำนวน ๗๕ รูป/คนซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา
รายได้ อาชีพ สถานภาพ ระดับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพุทธศาสนา
ความบ่อยครั้งในการอ่านหนังสือธรรมะและฟังธรรมบรรยาย
การสำรวจปรากฏผลดังนี้คือ
กลุ่มที่ ๑
พระนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในส่วนกลาง
จากการวิจัยประกรศึกษากลุ่มที่ ๑
ของพระนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้วยแบบสอบถาม แบบ ก.
ที่สอบถามถึงทัศนคติของพระนิสิตในฐานะผู้รับสารจากสวนโมกขพลาราม จำนวน
๕๐ รูป
๑.ลักษณะทั่วไป
ฯลฯ
๒.๗ เนื้อหามีเหตุผล ตรองตามเห็นจริงได้ เห็นด้วยอย่างยิ่งร้อยละ
๔๘.๐๐ เห็นด้วยร้อยละ ๔